สาววัย 40 เป็นสิวที่หน้าผาก เผลอแกะจนเกิดแผล ผ่านไปครึ่งปีกลายเป็น หูดไวรัส แพทย์เตือนอย่าเกา-แกะผิวหนัง

หากมีสิวขึ้นตามร่างกาย ไม่ควรบีบ แกะ หรือเกาโดยไม่ระมัดระวัง นพ.อู๋ เหรินชิน (吳仁欽) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เปิดเผยกรณีหญิงรายหนึ่งที่มีสิวขึ้นบริเวณหน้าผากเมื่อประมาณครึ่งปีก่อน ก่อนใช้มือเกาจนเกิดบาดแผลเล็ก ๆ ทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ผิวหนัง

นพ.อู๋ เหรินชิน โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผู้ป่วยเป็นหญิงวัยกว่า 40 ปี มีตุ่มผิวขรุขระขึ้นบริเวณหน้าผากและสร้างความกังวลมาเป็นเวลานาน ก่อนตัดสินใจเข้าพบแพทย์ เมื่อตรวจอย่างละเอียดพบว่า ตุ่มดังกล่าวคือ หูดจากเชื้อไวรัส (viral wart) ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อ HPV หรือ Human Papillomavirus

แพทย์อธิบายว่า หูดจากเชื้อไวรัสไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศเท่านั้น โดยหูดที่เกิดบริเวณอวัยวะเพศเรียกกันทั่วไปว่า “หูดหงอนไก่” ขณะที่เชื้อ HPV สามารถทำให้เกิดหูดบริเวณใบหน้า มือ หรือฝ่าเท้าได้เช่นกัน และการเกิดหูดในบริเวณเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม

สำหรับผู้ป่วยรายนี้ เมื่อประมาณ 6 เดือนก่อน เธอมีสิวธรรมดาขึ้นบริเวณหน้าผาก ก่อนจะใช้มือเกาหรือแกะจนผิวหนังเกิดบาดแผลเล็ก ๆ แพทย์ระบุว่า เชื้อไวรัสจึงสามารถเข้าสู่ชั้นหนังกำพร้าผ่านบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล จากนั้นเชื้อค่อย ๆ เพิ่มจำนวน จนพัฒนาเป็นตุ่มที่มีผิวขรุขระและมีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำขนาดเล็ก

นพ.อู๋ อธิบายให้เห็นภาพว่า “บาดแผล + เชื้อไวรัส = หูด” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบาดแผลเล็ก ๆ บนผิวหนังอาจกลายเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้

หูดจากไวรัสรักษาอย่างไร?

สำหรับแนวทางการรักษา แพทย์จะพิจารณาจากขนาดและตำแหน่งของหูด โดยอาจเลือกใช้ การจี้เย็นด้วยความเย็นจัด (cryotherapy) และการจี้ด้วยไฟฟ้า หรือการใช้ยาทาภายนอก หากได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก พื้นที่ของรอยโรคมักยังมีขนาดเล็ก และกระบวนการรักษาก็อาจไม่ซับซ้อนมากนัก

นพ.อู๋ ทิ้งท้ายว่า ผิวหนังสามารถสะท้อนผลจากสิ่งที่เรากระทำกับมันได้ พร้อมย้ำว่า เมื่อมีสิวหรือรอยโรคที่รู้สึกคัน ควรหลีกเลี่ยงการเกา แกะ หรือทำให้ผิวหนังเกิดบาดแผล เพราะการอดทนไม่เกาอาจช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาตามมาได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน