เปิด 3 เงื่อนไข ไทยเที่ยวไทยพลัส จ่อเริ่มใช้เดือนต.ค. รอบนี้พิเศษกว่า ไม่แบ่งแยกเมืองหลักเมืองรอง หวังกระตุ้นการท่องเที่ยว

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หลังจากประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (กรอ.ท่องเที่ยว) และสรุปมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กรอ.ชุดใหญ่ของรัฐบาลอีกครั้ง

เบื้องต้นเคาะกรอบโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เรียบร้อยแล้ว จะเป็นการสนับสนุนเดินทางท่องเที่ยวด้วยสัดส่วนที่เท่าเทียมกันทุกจังหวัด ในรูปแบบรัฐร่วมจ่าย (โคเพย์เมนต์) ซึ่งประสบความสำเร็จในเฟสที่ผ่านๆ มา โดยรายละเอียดยังต้องรอหารือร่วมกันในส่วนของรัฐ และยังต้องรออะไรรายละเอียดผลการศึกษาระบบจากกระทรวงการคลังก่อน แต่จะสรุปผลให้แล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.นี้ เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทันในเดือนนี้เช่นกัน

หากนำเสนอเข้า ครม.ภายในเดือนส.ค. คาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ได้ภายในเดือน ต.ค.2569 จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายจะพยายามทำให้ทันเดือนก.ย. ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) แต่ถือว่าเป็นแรงส่งในการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องได้ รวมถึงยังต้องหารือร่วมกับคลังอีกครั้ง เพื่อสรุปรายละเอียดให้ชัดเจน

โดยวันที่ 14 ส.ค.2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อไป

สำหรับรายละเอียด ไทยเที่ยวไทยพลัส ที่สรุปในเบื้องต้นมีดังนี้

  • 1.รัฐบาลจะสมทบค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงแรมที่พัก อยู่ระหว่างพิจารณา รัฐช่วยสมทบที่ 50 ต่อ 50 % หรือ 60 ต่อ 40 %
  • 2.รอบนี้ไม่มีการแบ่งแยกเมืองหลัก หรือเมืองรอง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการ โดยจะยึดตามแนวทางหลักของคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังเป็นสำคัญ
  • 3.เตรียมสรุปโครงการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส ได้ภายในเดือน ต.ค.2569

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังรับข้อเสนอจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ร่วมกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ในโครงการเที่ยวผ่านทัวร์ลงชุมชน เพื่อใช้กลไกของบริษัทนำเที่ยวในการนำนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งจะเตรียมนำเรื่องเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน