แพทย์เผย 3 พฤติกรรม อาจทำให้อาการข้ออักเสบ รุนแรงขึ้น แนะคนทำงานออฟฟิศควรระวัง ยิ่งฤดูร้อนยิ่งควรระวัง

หลายคนอาจคิดว่าในช่วงฤดูร้อน สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงโรคลมแดดหรือปัญหาผิวหนัง แต่กลับมองข้ามว่าอาการปวดข้อเข่าก็อาจค่อย ๆ รุนแรงขึ้นได้เช่นกัน แพทย์ระบุว่า ช่วงที่ผ่านมาในคลินิกพบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยอาการเข่าบวม ปวด และรู้สึกติดขัดขณะเคลื่อนไหวอยู่บ่อยครั้ง

โดยสภาพอากาศร้อนชื้นในฤดูร้อน ประกอบกับพฤติกรรมอย่างอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานาน รับประทานของเย็นหรือของหวานเย็นมากเกินไป และดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล อาจทำให้ผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อมหรือการอักเสบเรื้อรังอยู่เดิม รู้สึกไม่สบายบริเวณข้อเข่ามากขึ้น

แพทย์แผนจีน ซ่งหว่านเจิน (宋宛蓁) กล่าวว่า ตามแนวคิดของแพทย์แผนจีน “ความชื้น” มีลักษณะหนัก ขุ่น และเหนียวหนืด โดยความชื้นที่ก่อโรคสามารถส่งผลต่อข้อต่อและกล้ามเนื้อได้ เมื่อสภาพแวดล้อมภายนอกมีความชื้นสูง ประกอบกับการเผาผลาญและขับน้ำภายในร่างกายเสียสมดุล อาจทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “ความชื้นร้อน” หรือ “ความชื้นเย็น” ส่งผลให้มีอาการข้อเข่าบวม ปวดเมื่อย รู้สึกหนัก หรืออาจเคลื่อนไหวได้จำกัด

โดยเฉพาะคนในปัจจุบันที่มักใช้เวลานานอยู่ในห้องปรับอากาศช่วงฤดูร้อน ทำให้อุณหภูมิภายในและภายนอกอาคารแตกต่างกันมาก หากลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศเป่าตรงบริเวณหัวเข่า ก็อาจทำให้อาการไม่สบายเฉพาะบริเวณชัดเจนยิ่งขึ้น

นอกจากเครื่องปรับอากาศแล้ว “ของหวานเย็น” ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงฤดูร้อนก็เป็นอีกสิ่งที่ควรระวัง ซ่งหว่านเจินระบุว่า นอกจากมีอุณหภูมิต่ำแล้ว น้ำแข็งไสหลายชนิดยังใส่น้ำเชื่อม นมข้นหวาน แยม ไข่มุก และพุดดิ้ง ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีน้ำตาลสูง

หากรับประทานน้ำตาลขัดสีมากเกินไปเป็นเวลานาน ไม่เพียงทำให้ได้รับพลังงานเกินความต้องการและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังอาจส่งผลต่อภาวะการอักเสบเรื้อรังของร่างกายด้วย ผู้ที่มีอาการปวดข้อเข่าหรือข้อเข่าเสื่อมอยู่แล้วจึงควรควบคุมทั้งความถี่และปริมาณในการรับประทาน

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อนหลายคนนิยมสวมกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น หากต้องอยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานและนั่งอยู่ในท่าเดิมโดยไม่ขยับร่างกาย อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบข้อเข่าอยู่ในภาวะตึงเป็นเวลานาน ประกอบกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่ไม่เพียงพอ จึงอาจเกิดอาการข้อฝืดและปวดเมื่อยได้ง่ายเมื่อลุกขึ้น

ซ่งหว่านเจินแนะนำว่า ผู้ที่ทำงานในสำนักงานและต้องอยู่ในห้องปรับอากาศมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน และควรลุกขึ้นเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมเป็นระยะ

ซ่งหว่านเจินกล่าวว่า ในทางคลินิก นอกจากผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมแล้ว ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้สูงอายุ ผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณเอ็นไขว้หรือหมอนรองกระดูกเข่า รวมถึงผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น วิ่ง ปีนเขา หรือเล่นกีฬา ล้วนเป็นกลุ่มที่ควรระมัดระวังเรื่องภาระที่เกิดขึ้นกับข้อเข่า

หากข้อเข่ามีอาการบวมและปวดต่อเนื่องนานเกิน 1 สัปดาห์ หรืออาการเริ่มส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน เช่น การขึ้นลงบันไดหรือการเดิน ควรเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว ไม่ควรรักษาด้วยการติดแผ่นยาด้วยตนเองหรือฝืนทนต่อความเจ็บปวด

ซ่งหว่านเจินย้ำว่า ฤดูร้อนไม่ได้มีเพียงโรคลมแดดที่ต้องระวัง หากพบว่าข้อเข่าบวมและปวดซ้ำ ๆ มีอาการข้อฝืดในตอนเช้า เคลื่อนไหวได้จำกัด หรืออาการปวดค่อย ๆ รุนแรงขึ้น ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงผลจาก “อากาศร้อนหรือความชื้นสูง” เท่านั้น แต่ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว พร้อมรับการรักษาและปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม เพื่อลดโอกาสที่อาการผิดปกติของข้อต่อจะกลับมาเป็นซ้ำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน