ป้าดา จ่อยื่นสำนักพุทธฯ สอบที่มาวัดป่าอดุลยาราม ฝากถึงนายกฯอนุทิน อย่ามัวแต่สำเริงสำราญ เล่นดนตรีอยู่ ประชาชนเดือดร้อน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ส.ค.2569 ที่อาคารมาลีนนท์ช่อง 3 ป้าดา ชมมณี น้อยจันทร์ เปิดเผยถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่นว่า วันนี้ต้องการชี้แจง 2 ประเด็น ประเด็นแรกเป็นเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้มีเจตนาจะไปมีปัญหา หรือตีพระทุกวัด ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องการติดตามหาความจริงและพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมและล้างมลทินให้กับครอบครัว
ป้าดา ระบุว่า ต่างฝ่ายต่างมีหลักฐาน จึงต้องนำหลักฐานทั้งหมดมาตรวจสอบว่า ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของวัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากครอบครัวยังเชื่อมั่นว่าที่ดินดังกล่าวไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด โดยเฉพาะโฉนดเลขที่ 61945 จากการตรวจสอบก่อนหน้านี้พบว่ายังคงปรากฏชื่อ ตาเฮียง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และเมื่อทายาทเข้าไปในพื้นที่ กลับถูกดำเนินคดี จนมีทั้งหมายเรียกและหมายจับ
ป้าดา กล่าวว่า ดังนั้นสิ่งที่ครอบครัวต้องการคือการพิสูจน์ที่มาที่ไปของที่ดิน รวมถึงตรวจสอบเอกสารและหลักฐานทั้งหมดว่า วัดได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินมาอย่างถูกต้องหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าทุกอย่างดำเนินการมาอย่างถูกต้อง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับและไม่ติดใจ แต่หากพบว่ากระบวนการได้มาซึ่งที่ดินไม่ถูกต้อง ก็จำเป็นต้องตรวจสอบต่อไปถึงสถานะและความชอบด้วยกฎหมายของการใช้พื้นที่ดังกล่าว
ป้าดา ระบุว่า ส่วนประเด็นที่ 2 เป็นเรื่องที่ตนอ้างว่าถูกกระทำมาเป็นระยะเวลานาน โดยกล่าวหาว่าเคยถูกตำรวจ สน.พระโขนง ดำเนินคดีพยายามฆ่ารวม 8 คดี ทั้งที่ตนยืนยันว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ ขณะเดียวกันยังอ้างว่าทรัพย์สินของตนในพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาถูกนำออกไป จนสร้างความเดือดร้อนให้กับตนและครอบครัว
ป้าดา ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการดำเนินคดีในช่วงเวลาดังกล่าว โดยอ้างว่าแม้คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลและมีคำพิพากษาจำคุก แต่กลับไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
ป้าดา เผยว่า ปัจจุบันเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าว ได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการครบถ้วนแล้ว แต่ปัญหาความขัดแย้งจากคดีเดิมยังคงมีอยู่ จึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมฝากถึงประชาชนที่มองว่าตัวเองถูกกระทำหรือถูกรังแก ให้ลุกขึ้นมาใช้สิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง
นอกจากนี้ ป้าดา ยังฝากถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ลงมาดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยระบุว่า “ฉันโดนกระทำ นายกฯอนุทิน อย่ามัวแต่สำเริงสำราญ เล่นดนตรีอยู่ ประชาชนเดือดร้อน ฉันจะไปขอพบท่านนายกฯ นายอนุทินได้เป็นนายก ก็มาจากประชาชน ก็ช่วยลงมาดูประชาชนด้วย”
ป้าดา ยังฝากถึง ว่าที่ผบ.ตร.คนใหม่ ให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในสังกัด โดยระบุว่า “ลูกน้องเป็นโจรเต็มบ้านเต็มเมือง” สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุด คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ใครผิด ใครถูก
สำหรับรายละเอียดในประเด็นอื่น ป้าดา ระบุว่าไม่ขอตอบคำถามเพิ่มเติม โดยยืนยันเพียงว่า ตนมีสถานะเป็นผู้จัดการมรดก และยืนยันว่าความจริงมีเพียงแค่หนึ่งเดียว ซึ่งหลังจากนี้จะไปทำหนังสือทวงถามการจัดตั้งวัดกับสำนักงานพระพุทธศาสนา