รักจากแม่ยิ่งใหญ่เสมอ คุณแม่ยอม “สักแป้นพิมพ์บนแขน” เพื่อให้ “ลูกชายออทิสติก” สามารถสื่อสารกับเธอได้ง่ายขึ้น เปิดโมเมนต์สุดซึ้ง คำแรกจากลูก

เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569

รายงานจากสื่อต่างประเทศ คุณแม่ผู้ทุ่มเทอย่าง เจสสิก้า หาวิธีทำให้ ฮันเตอร์ ลูกชายวัย 11 ปี ซึ่งเป็นออทิสติกและไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้ ยังคงมีช่องทางในการ “พูดคุย” กับเธอได้เสมอ ด้วยการสักรูปแป้นพิมพ์ไว้บนท่อนแขนของตัวเอง

แนวคิดดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ครอบครัวของเธอมีวิธีสื่อสารสำรองเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเสื้อที่พิมพ์ลายแป้นพิมพ์ รวมถึงการสักฟรีให้กับผู้ปกครองของเด็กออทิสติกคนอื่น ๆ อีกด้วย

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ธรรมดา ๆ ในวันที่ เจสสิก้า พา ฮันเตอร์ ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่จู่ ๆ แบตเตอรี่ของอุปกรณ์ AC (Augmentative and Alternative Communication) ซึ่งเป็นแท็บเล็ตที่ช่วยให้ ฮันเตอร์ เลือกคำและสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารหมดลง

เจสสิก้ารู้สึกกังวลกับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ฮันเตอร์กลับไม่ได้ตื่นตระหนก เขาหยิบกระดาษเช็ดปากขึ้นมา วาดรูปแป้นพิมพ์ลงไป จากนั้นจึงชี้ไปยังตัวอักษรเพื่อบอกว่าต้องการสั่งอาหารอะไร

สำหรับเจสสิก้าเหตุการณ์นั้นกลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เธอเกิดความคิดขึ้นมาทันที

“เหตุการณ์นั้นทำให้ฉันคิดว่า ฉันไม่สามารถจำกัดการสื่อสารของเขาไว้กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวได้ เพราะเทคโนโลยีก็อาจล้มเหลวได้” เจสสิก้า ให้สัมภาษณ์กับ CTV News ของแคนาดา

จากนั้นเธอจึงคิดหาวิธีสำรองที่ไม่มีวันแบตเตอรี่หมด นั่นคือการนำแป้นพิมพ์มาติดไว้กับตัวเธอเอง

เจสสิก้าร่วมมือกับช่างสักเพื่อสักรูปแป้นพิมพ์ลงบนท่อนแขน โดยออกแบบให้มีทั้งตัวอักษร สัญลักษณ์ใบหน้ามีความสุข ใบหน้าเศร้า และปุ่ม “I love you” หรือ “ฉันรักคุณ”

เมื่อเจสสิก้าเปิดเผยรอยสักให้ลูกชายเห็น คำแรกที่เขาพิมพ์ลงบนแขนของแม่คือ “Mama”

นับจากนั้น ความยุ่งยากในการสื่อสารระหว่างแม่กับลูกก็ลดลงอย่างมาก เมื่ออยู่ด้วยกันลูกชาย สามารถใช้ปลายนิ้วแตะตัวอักษรบนแขนของแม่เพื่อบอกสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้ทันที

ที่สำคัญ รอยสักดังกล่าวยังมีข้อดีอีกอย่าง นั่นคือ ความเป็นส่วนตัว

ต่างจากอุปกรณ์สื่อสารของฮันเตอร์ที่จะเปล่งเสียงออกมาเมื่อเขาเลือกคำ รอยสักบนแขนของ เจสสิก้าทำให้แม่และลูกสามารถสื่อสารกันอย่างเงียบ ๆ ได้

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจสสิก้าโพสต์วิดีโอที่แสดงให้เห็น ลูกชายใช้แขนของแม่ในการสื่อสารผ่านรอยสักบน Facebook ก่อนที่คลิปดังกล่าวจะกลายเป็นไวรัล มียอดกดถูกใจบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 2 ล้านครั้ง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับครอบครัวอื่น ๆ ที่มีสมาชิกไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้

“เมื่อเราขจัดอุปสรรคด้านการสื่อสารออกไป เราก็กำลังเปิดโอกาสให้คนที่ไม่สามารถพูดได้แสดงให้เราเห็นว่าพวกเขาเป็นใครอย่างแท้จริง” เจสสิก้ากล่าวกับสำนักข่าวของแคนาดา

แนวคิดดังกล่าวเริ่มแพร่ขยายออกไปไกลกว่ารอยสักบนท่อนแขนของคุณแม่คนหนึ่ง โดยสิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้น่าประทับใจยิ่งขึ้นคือ เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนของฮันเตอร์ก็ต้องการเสื้อที่มีลายแป้นพิมพ์ด้วยเช่นกัน

เจสสิก้าเล่าว่า เด็ก ๆ ต้องการเสื้อเหล่านี้ “เพื่อที่พวกเขาจะได้คุยกับฮันเตอร์ในสนามเด็กเล่น รวมถึงสามารถกระซิบและบอกความลับกับเขาได้”

ต่อมาเจสสิก้าได้ร่วมมือกับบริษัทเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ผลิตเสื้อที่พิมพ์ลายแป้นพิมพ์ไว้บริเวณแขนเสื้อ โดยเธอเปิดเผยว่า ผู้ปกครอง พยาบาล แพทย์ และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินจากทั่วโลกต่างติดต่อเข้ามา เพื่อขอวิธีช่วยเหลือเด็กออทิสติกในโรงเรียน โรงพยาบาล หรือครอบครัวของพวกเขา ขณะเดียวกันช่างสักหลายรายก็เสนอที่จะสักแป้นพิมพ์ลักษณะเดียวกันให้กับผู้ปกครองโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

สำหรับเจสสิก้ารอยสักนี้ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นสะพานเชื่อมบทสนทนา และข้อความง่าย ๆ ที่ช่วยเติมกำลังใจ ซึ่งทุกคนไม่ว่าจะพูดได้หรือไม่ก็ตาม ล้วนอยากได้รับ นั่นคือ “การรับฟัง”

และหากย้อนเวลากลับไปได้ เจสสิก้าก็ยังคงเลือกทำแบบเดิมอีกครั้ง

“ฉันยอมให้ร่างกายตัวเองมีรอยแผลเป็นนับพันรอย หากนั่นจะทำให้ลูกชายของฉันมีช่องทางสื่อสารเพิ่มขึ้นอีกเพียงหนึ่งวิธี” เธอกล่าว

ขอบคุณภาพและข้อมูล NYPost

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน