“คิโนชิตะ ริริโกะ” เผยแอบสามีเข้าสู่วงการ AV ก่อนสารภาพความจริง 2 ปีต่อมา สามีช็อกไป 1 สัปดาห์ สุดท้ายก็เข้าใจ แถมชีวิตคู่ดีขึ้นด้วย
กลายเป็นเรื่องราวที่ได้รับความสนใจในญี่ปุ่น เมื่อ คิโนชิตะ ริริโกะ นักแสดงหนังผู้ใหญ่ชาวญี่ปุ่นวัย 40 ปี ออกมาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตคู่และเส้นทางในวงการ หลังจากตัดสินใจเข้าสู่วงการในปี 2020 ขณะที่เธอแต่งงานและมีสามีอยู่แล้ว
คิโนชิตะเผยว่า ในช่วงแรกเธอไม่ได้บอกสามีเกี่ยวกับการเข้าสู่วงการ โดยจุดเริ่มต้นไม่ได้เกิดจากความต้องการจะทำงานในวงการเป็นอาชีพในระยะยาว แต่เธอเพียงต้องการเก็บภาพของตัวเองในช่วงวัย 30 กว่าเอาไว้
ก่อนหน้านั้นเธอเคยคิดถึงการถ่ายภาพกราเวียร์แบบเปลือย และถึงขั้นติดต่อบริษัทผลิตตุ๊กตายางเพื่อสอบถามเรื่องการเป็นนางแบบ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ กระทั่งได้อ่านข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงวัย 30 กว่าที่เข้าสู่วงการ จึงเกิดความคิดว่า “วัย 30 กว่าก็สามารถเป็นนักแสดงหนังผู้ใหญ่ได้”
เธอจึงติดต่อบริษัทจัดหานักแสดง โดยบอกว่าต้องการลองถ่ายผลงานเพียง 1 เรื่องเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตือนถึงความเสี่ยงในการถูกเปิดเผยตัวตน แม้จะถ่ายเพียงเรื่องเดียวก็ตาม
แต่เมื่อเธอทราบว่าการเดบิวต์อาจทำให้มีโอกาสได้ออกโฟโต้บุ๊ก เธอก็ตัดสินใจเข้าสู่วงการในที่สุด โดยในเวลานั้นเธอเชื่อว่าผลงานของตัวเองคงถูกกลืนหายไปท่ามกลางผลงานจำนวนมหาศาล และไม่น่าจะมีใครจำได้ว่าเป็นเธอ
แอบสามีอยู่นาน 2 ปี ก่อนตัดสินใจสารภาพ
หลังจากเข้าสู่วงการได้ประมาณ 2 ปี คิโนชิตะตัดสินใจบอกความจริงกับสามี เนื่องจากยิ่งทำงานมากขึ้น เธอก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ปิดบังเรื่องสำคัญเอาไว้
เมื่อสามีทราบว่าเธอทำงานในวงการหนังผู้ใหญ่ เขาได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยคิโนชิตะเล่าว่า สามีอยู่ในอาการเหม่อลอยประมาณ 1 สัปดาห์ และมีช่วงหนึ่งที่นอนไม่หลับ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เรียกร้องให้เธอเลิกทำงานในวงการแต่อย่างใด
ตรงกันข้าม เมื่อเวลาผ่านไป สามีกลับเริ่มเห็นว่าเธอตั้งใจทำงานและไม่ได้ละเลยครอบครัว แม้จะต้องทำงานในอาชีพที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน จากความตกใจและไม่เข้าใจในช่วงแรก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
จากชีวิตคู่ที่เย็นชา กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง
คิโนชิตะยอมรับว่า ก่อนที่เธอจะเข้าสู่วงการ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับสามีไม่ได้ราบรื่นนัก และเริ่มมีระยะห่างระหว่างกันอยู่แล้ว เธอจึงมองย้อนกลับไปว่า การตัดสินใจครั้งนั้นแม้จะสร้างความตกใจให้กับสามี แต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทั้งคู่ต้องเปิดใจและพูดคุยกันอย่างจริงจัง
ปัจจุบันสามีสามารถยอมรับอาชีพของเธอได้ และยังให้ความสนใจกับงานของภรรยาอีกด้วย โดยเธอเล่าว่า เมื่อบอกว่าจะเดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน สามียังพูดในทำนองว่า “ดูเหมือนจะสนุกดีนะ” ขณะที่เมื่อเห็นเธอมีอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน เขากลับมองว่าเธอมีความ “เท่” ในแบบของตัวเอง
คิโนชิตะจึงมองว่า หากวันนั้นเธอไม่ได้ตัดสินใจเข้าสู่วงการ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อาจยังคงอยู่ในสภาพที่ห่างเหิน และอาจเย็นชาลงเรื่อย ๆ
“ถ้าฉันไม่ได้เป็นนักแสดงหนังผู้ใหญ่ ความสัมพันธ์ของเราอาจจะเย็นชาจนถึงที่สุดไปแล้วก็ได้” เธอกล่าว
ตลอดระยะเวลา 6 ปีในวงการ คิโนชิตะยังได้มีโอกาสทำงานหลากหลาย ทั้งการออกโฟโต้บุ๊ก การแสดงภาพยนตร์ และการขึ้นปกนิตยสารต่าง ๆ
จากเดิมที่เคยกังวลเรื่องอายุและการเปลี่ยนแปลงของรูปลักษณ์ในวัย 30 กว่า วันนี้เธอกลับมองเรื่องอายุแตกต่างออกไป โดยไม่เชื่ออีกต่อไปว่า “ความสาวคือสิ่งเดียวที่ทำให้ผู้หญิงมีคุณค่า”และต้องการทำงานในวงการต่อไปโดยไม่ให้อายุเป็นข้อจำกัด
เรื่องราวของคิโนชิตะจึงกลายเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนว่า การตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต แม้ในตอนแรกอาจสร้างความสั่นคลอนให้กับความสัมพันธ์ แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนสองคนได้เปิดใจและเข้าใจกันมากขึ้น
ที่มา: yahoo
