ผู้เสียหายโผล่เพิ่ม กดตู้ATM-คุยโทรศัพท์หน้าร้านทอง โดนด่ากราด-ทำร้ายร่างกายเจ็บ ไร้ความรับผิดชอบจากทางร้านทอง

จากกรณีดราม่าเจ้าของร้านทองมีปากเสียงกับประชาชนที่มาใช้บริการตู้ ATM บริเวณหน้าร้านทองแห่งหนึ่งย่านนวนคร จ.ปทุมธานี ล่าสุดมีผู้เสียหายออกมาเปิดเผยประสบการณ์ของตัวเองเพิ่มเติม ต่างระบุว่า เหตุการณ์ของทั้งคู่มีจุดเริ่มต้นจากการเดินทางมากดเงินและพูดคุยโทรศัพท์บริเวณหน้าตู้ ATM ก่อนจะถูกทางร้านทองต่อว่า

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ส.ค .2569 นายมงคลชัย หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ตนมากดเงินให้ลูกน้องจำนวน 3,000 บาท พร้อมพูดคุยโทรศัพท์กับลูกน้องว่าให้แบ่งเงินกันคนละ 500 บาท โดยยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจจะมีเรื่องกับเจ้าของร้าน และไม่ได้ถ่ายคลิปไว้ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น

หลังจากกดเงินเสร็จ เจ้าของร้านทองได้ออกมาต่อว่าและใช้ถ้อยคำหยาบคายเรื่องการพูดคุยเสียงดัง โดยตนพยายามบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นและยืนยันว่าไม่ได้มีเรื่องด้วย ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ แต่เจ้าของร้านยังตามไปด่าทอถึงที่รถ และเกิดการผลักกัน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายจนเกิดการชกต่อยกันในช่วงชุลมุน

นายมงคลชัย ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณเส้นเลือดการรักษาฟอกไต ต้องเข้ารับการรักษาและเสียค่ารักษาประมาณ 8,000 บาท โดยมีเอกสารตรวจร่างกายจากโรงพยาบาล และได้นำส่งให้ตำรวจแล้ว นอกจากนี้หลังเกิดเหตุได้พยายามไปแจ้งความ แต่ได้รับแจ้งว่าต้องไปแจ้งความในพื้นที่เกิดเหตุที่ สภ.คลองหลวง จึงเดินทางกลับมาดูชื่อร้านทอง ก่อนนำข้อมูลไปแจ้งความที่ สน.คลองหลวง

สำหรับคดีทำร้ายร่างกาย นายมงคลชัย กล่าวว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคมปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า และไม่มีการติดต่อหรือเข้ามาขอโทษจากคู่กรณีแต่อย่างใด

ขณะที่ นายแดน หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า วันเกิดเหตุตนพาภรรยาและลูกมาเดินตลาดเพื่อซื้อของ แต่เงินไม่พอ จึงมากดเงินที่ตู้ ATM บริเวณหน้าร้านทอง พร้อมพูดคุยโทรศัพท์กับน้องระหว่างกดเงิน

นายแดน ระบุว่า ขณะที่บัตร ATM ของตนยังไม่ทันออกจากตู้ เจ้าของร้านทองก็เดินออกมาต่อว่าและใช้ถ้อยคำหยาบคาย โดยตำหนิเรื่องที่ตนพูดคุยโทรศัพท์เสียงดังบริเวณหน้าร้าน รวมถึงด่าทอถึงพ่อแม่ของตนหลายครั้ง

นายแดน ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีปากเสียงหรือทะเลาะวิวาทกับเจ้าของร้าน เพียงแต่พยายามอธิบายว่าตนมากดเงินเท่านั้น ก่อนจะเดินหนีออกมา แต่เจ้าของร้านยังเดินตามและด่าทออย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนรู้สึกตกใจและไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรผิด เพราะเพียงแค่มากดเงินและพูดคุยโทรศัพท์

นายแดน ระบุว่า ตนไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ แต่เจ้าของร้านมีลักษณะเหมือนจะเดินเข้ามาทำร้าย ตนจึงเดินชนอีกฝ่าย แต่ไม่ได้ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย พร้อมยืนยันว่าหากต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริง สามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านตามวันและเวลาที่เกิดเหตุได้

ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งสองราย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังเห็นว่ามีผู้เสียหายรายอื่นออกมาเปิดเผยเรื่องราวเพิ่มขึ้น จึงเดินทางมาในวันนี้เพื่อยืนยันว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหาย และอยากให้มีการดำเนินการกับพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว เพราะไม่ควรเกิดขึ้นกับคนที่เพียงแค่มากดเงินบริเวณหน้าร้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน