ภราดร แจงปม กยศ.สะดุดโอนเงินมหาวิทยาลัย เผยงบ 70 เพิ่มเงินสนับสนุนเป็น 9 พันล้าน จี้เร่งทวงหนี้ 2.6 ล้านคน ชี้โจทย์ใหญ่แยกให้ออกใครว่างงาน-ใครมีรายได้ แต่เบี้ยวหนี้ ลั่นเก็บได้ 30-40 % รัฐแทบไม่ต้องเติมเงิน
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 22 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขาดสภาพคล่องจนทำให้นักศึกษาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ส่งผลให้มหาวิทยาลัย ขู่ไม่ให้นักศึกษาเข้าสอบจริงหรือไม่ว่า วันที่ 17ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากตอบกระทู้ ตนได้บอกกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ว่าจะไปหารือกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายก และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม
หลังจากนั้นได้เสนอกฎหมาย ตนก็ได้พูดคุยว่ามีปัญหาเรื่อง กยศ.นิดหน่อย ที่ยังไม่สามารถโอนเงินให้กับมหาวิทยาลัยได้ ในช่วงเดือนแรก เพราะยังมีปัญหาอยู่ ทางมหาวิทยาลัยจึงขู่นักศึกษาว่าหากยังไม่โอนเงินให้นักศึกษาจะไม่มีสิทธิ์สอบ ซึ่งหลังจากนายยศชนัน ทราบเรื่องได้พูดคุยกับอธิการบดีทั่วประเทศแล้ว ซึ่งประเด็นนี้น่าจะไม่มีปัญหา
ส่วนเงินงบประมาณในปี 2569 ที่ไม่เพียงพอกับ กยศ.นั้น อีก 8 วันจะเริ่มปีงบประมาณใหม่ในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบในส่วนของกองทุน กยศ.เพิ่มขึ้นจากปี 2569 เกือบสองเท่าจาก 5,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาท ทั้งที่หน่วยงานอื่นลดลงทั้งหมด
จะบอกว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับ กยศ. ถ้าพูดแบบนั้น เหมือนไม่ให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเพิ่มเงิน 9,000 ล้านบาท วันที่ 1 ต.ค.นี้จะสามารถเข้าไปใช้ได้หลังประกาศใช้ ซึ่งเงินจะเข้าไปหนุนในระบอบของ กยศ.ต่อไป
เมื่อถามว่าปัญหาหลักคือการเบี้ยวหนี้ กยศ.ใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ปัญหาหลักของกองทุนเพื่อกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น มีคนที่อยู่ในระบบ กยศ.ถึง 3.6 ล้านคน จากตัวเลขที่น่าตกใจคือ มีเพียง 1 ล้านคนเท่านั้นที่เป็นลูกหนี้ดี คือชำระหนี้ตามเวลา ส่วนอีก 2.6 ล้านคน เป็นผู้ที่ผิดนัดการชำระหนี้ถือเป็น 60 % ปัญหาใหญ่ที่ กยศ.ไม่สามารถไปดำเนินการกับจำนวนคนที่ไม่ชำระหนี้ตามเวลาได้
ต้องย้ำว่า 2.6 ล้านคนนี้ ต้องแยกออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรก ยังอยู่ในสภาวะว่างงานอยู่ ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ซึ่งตรงนี้ต้องยกเว้นให้ อย่าไปรีดเลือดกับปู อีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่มีรายได้แล้วแต่เลือกที่จะไม่ชำระหนี้ให้กับ กยศ.ซึ่งกลุ่มนี้ต้องไปหาให้เจอว่าอยู่ที่ไหนอย่างไร และจะไปเรียกเก็บหนี้ได้อย่างไร
กลุ่มคนที่ชำระอยู่ 1 ล้านคนเป็นคนที่อยู่ในระบบซึ่งยังมีกลุ่มที่เป็นข้าราชการบ้าง หรือนักศึกษาที่มีงานทำ อยู่ในบริษัทเอกชน และมีเงื่อนไขที่ตกลงกับบริษัทเอกชนว่าหลังจากเงินเดือนออกแล้ว ให้หักให้กับกองทุน ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่ต้องทำอยู่แล้ว
กยศ.ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีมือ เรียกได้ว่าตามน้ำมีการหักเงินคืนตามระบบอยู่แล้ว ดังนั้น ความท้าทายของ กยศ.คือคน 2.6 ล้านคนว่าใครคือผู้ที่มีรายได้แล้ว และพร้อมมีสถานะที่จะชำระเงินให้กับ กยศ.และไปพูดคุยในการเก็บหนี้ให้ได้
นายภราดร กล่าวด้วยว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่ กยศ.ไม่ทราบว่ามีบุคคลว่างงานและเป็นหนี้ กยศ. อยู่จำนวนเท่าไหร่ รวมถึงไม่มีการระบุสถานะของลูกหนี้ กยศ.ว่าใครอยู่ในสถานะไหน พร้อมชำระหนี้หรือไม่ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ กยศ.
นายภราดร กล่าวว่า กยศ.ยังไม่มีการบริหารจัดการได้ดีเท่าที่ควร เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ที่มีรายได้จะมีเงินหมุนเวียนในบัญชี แต่ยังย้ำว่าโจทย์ใหญ่คือการให้คน 2.6 ล้านคน ที่ค้างชำระหนี้ กยศ.มาชำระให้ได้ ไม่จำเป็นต้องได้ทั้งหมดแต่ขอ 30-40 % ของจำนวนนี้ แค่หาทางให้กลุ่มคนเหล่านี้มาชำระหนี้ให้ได้รัฐบาลแทบจะไม่ต้องให้เงินสนับสนุนเข้าไปในระบบ กยศ.
นายภราดร กล่าวถึงกรณีการสวมสิทธิ์กู้ กยศ.ว่า เป็นเรื่องของรายละเอียด ที่กยศ. ต้องไปประสานงานกับทางมหาวิทยาลัย และคนรับผิดชอบต้องเป็นคนอนุมัติ คนอนุมัติก็คือมหาลัย ที่ปล่อยให้มีการสวมสิทธิ์