หนึ่งในเหยื่อ ศูนย์ผู้สูงอายุป้าแมว เปิดใจ โดนอยู่ร่วมกับผู้ป่วยจิต ผวาเวลานอน โดนจ้องหน้า จนหวาดระแวง ซ้ำห้ามติดต่อใครข้างนอก ถูกยั่วยุให้โมโหเพื่อกล่อมให้กินยานอน

วันที่ 7 ต.ค. 69 ที่อาคารมาลีนนท์ หลังจบรายการโหนกระแส ลุงช้าง หนึ่งในผู้สูงอายุที่เคยถูกส่งไปยังศูนย์โสธรชัยเนอร์สซิงโฮม เปิดใจ เล่าช่วงเวลาที่ได้เข้าไปอยู่ในศูนย์ดังกล่าว ว่า ตนเข้าไปอยู่ ช่วงประมาณเดือนเมษายน 2569 ซึ่งอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนกว่า หลังมีปัญหาถกเถียงกับทางภรรยา

แต่ภรรยากลับจ้างคนมาอุ้มตนไปที่ศูนย์ดังกล่าว โดยรถที่อุ้มตนพอจะจำได้ว่าเป็นรถของมูลนิธิหนึ่ง มีคนอุ้ม 3 คน ซึ่งมี 1 คนที่ตนจำชื่อได้ คือ นายต่อ ขณะเดียวกันตนได้ถามคนที่อยู่ในรถว่า จะพาตนไปไหน คนในรถอ้างว่าจะพาไปสถานีตำรวจ แต่ทางที่ไปไม่ใช่ทางไปสถานีตำรวจ

ตนจึงถามย้ำอีกครั้ง เขากลับอ้างว่าจะส่งตนไปที่โรงพยาบาลนครปฐม ตนจึงบอกว่าตนไม่ได้เป็นคนโรคจิต ตนจึงขัดขืนเล็กน้อย เขาจึงนำกุญแจมือใส่ให้ตน ก่อนจะมัดตนไว้กับเบาะรถ และเอากระเป๋าเงินกับโทรศัพท์ของตนไป ก่อนจะขับไปยังปลายทางคือศูนย์ดังกล่าว

เมื่อถึงที่ศูนย์ มีคนมาหิ้วตนเข้าไปในศูนย์ ก่อนจะถอดกางเกงตน ใส่ผ้าอ้อมให้ และนำตนไปนอนในเตียงปลาปิ้ง ซึ่งตนได้นอนที่เตียงนั้นประมาณ 2 ชั่วโมง ที่ตนได้นอนที่เตียงดังกล่าวแค่ 2 ชั่วโมง เพราะว่าตนเองจะปวดปัสสาวะ แต่ตนทำอะไรไม่ได้เลย ขยับยังไม่ได้ จึงตะโกนโวยวาย ตอนแรกคนดูแลไม่ได้สนใจ ตนตึงตะโกนไปเรื่อยๆ คนดูแลจึงเปิดกรงให้ตนออกไปปัสสาวะ ก่อนจะกลับมานอนที่เดิม แต่ไม่ได้นอนเตียงนั้นแล้ว จากนั้นตนก็ถูกย้ายไปอีกตึก คือตึกเหลือง

ลุงช้าง บอกเพิ่มเติมว่า ตอนอยู่ในศูนย์ ติดต่อใครไม่ได้เลย เขาห้ามติดต่อทุกคน ติดต่อได้คนเดียวคือคนที่พาตนเข้ามา และสิ่งที่ตนไม่โอเคที่สุดตอนที่อยู่ในศูนย์ คือ ตนเองไม่ได้เป็นโรคจิต หรือมีปัญหาทางจิต แต่ทางศูนย์เขาให้ตนไปอยู่รวมกับคนที่มีปัญหาทางจิต แล้วเวลาตนนอนคนที่ป่วยทางจิตมักจะจ้องหน้าตน จนทำให้ตนคิดว่าตนจะปลอดภัยหรือไม่

ส่วนกรณีการถูกทำร้ายร่างกาย ลุงช้างบอกว่า ตนไม่เคยถูกทำร้าย มีเพียงแต่ ถูกเจ้าหน้าที่ยั่วยุให้ตนโมโห เพื่อกล่อมให้ตนกินยานอนหลับแต่ตนปฏิเสธไม่เคยกินสักครั้ง ส่วนคนอื่นๆเคยถูกทำร้ายหรือไม่นั้น ลุงช้างบอกว่า เคยเห็น คนแก่ถูกเอาไม้พายตี หรือคนที่มีอารมณ์ร้อนก็มักจะถูกทำร้าย

ลุงช้าง เล่าต่อว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในศูนย์นั้น ตนเคยได้พูดคุยกับ ป้าแมว เจ้าของศูนย์ว่า ครอบครัวตนเองจ้างเท่าไหร่ ตนจ่ายเท่าตัวก็ได้ เพื่อให้ตนได้ออกไป และตนขอไปเคลียร์กับภรรยาและครอบครัวของตนเอง เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับป้าแมว แต่ป้าแมวกลับปฏิเสธ “พร้อมแจ้งว่าจะฟังแค่คนที่เซ็นสัญญาจ้างให้ตนเข้ามา” ก่อนป้าแมวจะเดินหนีไป

ส่วนตัวไม่เคยคุยกับคนในศูนย์ เกี่ยวกับเรื่องออกจากศูนย์ เพราะตนไม่ไว้ใจ แต่รู้มาว่า บางคนอยู่ที่ศูนย์มา 5-8 ปี สุดท้าย ตนออกจากศูนย์ได้ เพราะลูกชายมีเพื่อนขายเครื่องมือแพทย์ พี่สาวก็ขอให้ลูกชายช่วยหาตนตามศูนย์ต่างๆ ก่อนจะเจอชื่อตนอยู่ที่ศูนย์นี้ และไปแจ้งความ ก่อนจะมีการฟ้องร้องต่อศาลต่อไป ถ้าไม่ได้พี่สาวก็คง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน