หิวดึกต้องระวัง! ผลศึกษาจากสหรัฐฯ ชี้ “กินมื้อดึกเป็นประจำ” เสี่ยงโรคตับเพิ่มขึ้น 20-30% เปิดสาเหตุทำสุขภาพพังไม่รู้ตัว พร้อมแนะวิธีปรับพฤติกรรม
ใครที่ชอบเปิดตู้เย็นหาอะไรกินก่อนนอน อาจต้องเริ่มทบทวนพฤติกรรมตัวเองอีกครั้ง! หลังงานวิจัยล่าสุดเผยข้อมูลชวนตกใจว่า การกินอาหารมื้อดึกเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับที่เพิ่มขึ้นถึง 20-30% แม้การกินของว่างก่อนนอนจะช่วยบรรเทาความหิวได้ชั่วคราว แต่หากทำจนติดเป็นนิสัย ก็อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว
งานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Clinical Gastroenterology and Hepatology โดยนักวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมเกือบ 200,000 คน ครอบคลุมการศึกษา 3 ฉบับ และติดตามผลเป็นระยะเวลาเฉลี่ย 16 ปี เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลาในการรับประทานอาหารกับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับ โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมกินอาหารเพิ่มเติมหลังมื้อเย็นหรือในช่วงดึก

การกินอาหารเล็กน้อยก่อนเข้านอนอาจช่วยบรรเทาความหิวได้ชั่วคราว แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงได้ – ภาพประกอบ
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มที่กินอาหารมื้อดึกมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่กินของว่างช่วงดึก โดยโรคที่พบความเชื่อมโยง ได้แก่ โรคไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับความผิดปกติทางเมตาบอลิซึม (MASLD) และโรคตับแข็ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับอย่างรุนแรงหากโรคลุกลาม
สำหรับสาเหตุที่การกินมื้อดึกอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ นักวิจัยอธิบายว่า ตับมีนาฬิกาชีวภาพภายในที่ช่วยควบคุมระบบเผาผลาญของร่างกาย เมื่อรับประทานอาหารในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ร่างกายเตรียมเข้าสู่การพักผ่อน อาจทำให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และหากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ ทั้งโรคอ้วน โรคเบาหวาน และความผิดปกติของตับ

ผู้ที่กินอาหารหลังมื้อเย็นหรือในช่วงเวลาเข้านอน มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับเพิ่มขึ้น 20-30% – ภาพประกอบ
ด้าน ดร.โรเบิร์ต วิเลแชนสกี (Dr. Robert Wilechansky) ผู้เขียนหลักของงานวิจัย เปิดเผยกับสำนักข่าว The Independent ว่า ทีมวิจัยต้องการศึกษาว่า การปรับเปลี่ยนช่วงเวลาในการรับประทานอาหารจะช่วยส่งเสริมสุขภาพได้หรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชนิดหรือองค์ประกอบของอาหารที่ผู้คนรับประทานอยู่แล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเลือกเวลากินอาหารอาจมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกเมนูอาหาร
ทั้งนี้ โรคไขมันพอกตับ (MASLD) เป็นภาวะที่เกิดจากการสะสมของไขมันภายในตับมากเกินไป และอาจนำไปสู่การอักเสบของตับในระยะยาว แม้ผู้ป่วยบางรายจะไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่หากโรคลุกลามก็อาจเกิดพังผืดในตับหรือโรคตับแข็ง ซึ่งเป็นภาวะที่เนื้อเยื่อตับถูกทำลายอย่างถาวร โดยอาการที่อาจพบ ได้แก่ อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ฟกช้ำง่าย คันตามผิวหนังอย่างรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับไต อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่า ผู้ที่เป็นโรคไขมันพอกตับมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะพัฒนาไปสู่โรคตับแข็ง

หญิงสาวกำลังหยิบของกินจากตู้เย็นมารับประทาน – ภาพประกอบ
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังพบว่า การหลีกเลี่ยงการกินของว่างในช่วงหลายชั่วโมงก่อนเข้านอน อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไขมันพอกตับ โรคตับแข็ง และโรคตับชนิดอื่น ๆ ได้ โดยผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การดูแลสุขภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงประเภทอาหารที่รับประทาน แต่ยังรวมถึงช่วงเวลาในการกินด้วย อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการกินกับความเสี่ยงโรคตับ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการกินมื้อดึกเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคดังกล่าว
ปิดท้ายด้วย ดร.แอนดรูว์ ดับเบิลยู. แมคฮิลล์ (Dr. Andrew W. McHill) ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย ซึ่งกล่าวกับ สื่อว่า “เราพบหลักฐานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ช่วงเวลาของการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับ การกินอาหาร หรือการออกกำลังกาย ล้วนมีความสำคัญอย่างมาก” สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่การปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงต่อโรคในระยะยาว
ที่มา: nypost
อ่านข่าวเพิ่มเติม: หิวดึกจนอดใจไม่ไหว? เปิด 6 เมนูมื้อดึก “กินแล้วไม่อ้วนง่าย” เลือกให้ถูกก็ลดความเสี่ยงน้ำหนักขึ้นได้ แถมเปิดอาหาร 3 ประเภทที่ควรหลีกเลี่ยง
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์