แชร์เคล็ดลับ! 4 วิธี ช่วยให้กินอาหารช้าลง ปรับพฤติกรรมกินไวเป็นประจำ ให้เคี้ยวช้าลง ช่วยลดความเสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพได้
หลายคนคงเคยเจอสถานการณ์ที่นั่งกินข้าวกับคนอื่น แต่มีบางคนกินเสร็จอย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกคนยังรับประทานไม่ถึงครึ่งจาน จนเกิดคำพูดคุ้นหูอย่าง “กินช้าหน่อย” ซึ่งแม้จะฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การกินเร็วเป็นประจำอาจส่งผลต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด
ตั้งแต่เด็ก หลายคนอาจเคยได้ยินคำเตือนจากพ่อแม่ว่าไม่ควรกินข้าวเร็วเกินไป เพราะอาจทำให้ปวดท้องได้ ซึ่งการกินเร็วโดยไม่เคี้ยวอาหารให้ละเอียดอาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร อีกทั้งยังอาจทำให้ร่างกายรับรู้ความอิ่มไม่ทัน จนกินอาหารมากกว่าที่ต้องการ

กินเร็วเกินไป เสี่ยงกระทบสุขภาพอย่างไร?
การกินเร็วเกินไปจะทำให้คุณเพลิดเพลินกับมื้ออาหารน้อยลง และยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้อีกด้วย ดังนี้
- ระบบย่อยอาหารไม่ดี การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการย่อยอาหาร หากกินเร็ว มักจะเคี้ยวอาหารน้อยลงและกลืนอาหารเป็นชิ้นใหญ่ ทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานต่อในการย่อยอาหาร และอาจทำให้รู้สึกไม่สบายท้องได้
-
อาหารไม่ย่อยและอาการแสบร้อนกลางอก การกินเร็วหรือกินอาหารปริมาณมากในเวลาอันสั้น อาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด มีแก๊สในทางเดินอาหาร และอาหารไม่ย่อยได้ นอกจากนี้ บางคนอาจมีอาการแสบร้อนกลางอก โดยเฉพาะเมื่อกินอิ่มมากเกินไป
-
การดูดซึมสารอาหารไม่ดี การกินเร็วไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้น้อยลงโดยตรงเสมอไป แต่การกินอย่างเร่งรีบอาจทำให้เลือกอาหารไม่เหมาะสมหรือกินไม่หลากหลาย จึงควรใส่ใจทั้งความเร็วในการกินและคุณภาพของอาหารที่รับประทาน
-
ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของภาวะเมตาบอลิกซินโดรม การศึกษาชี้ให้เห็นว่า การรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วอาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มอาการเมตาบอลิก ซึ่งเป็นกลุ่มอาการต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากเกินไป และระดับคอเลสเตอรอลผิดปกติ ปัจจัยเหล่านี้รวมกันสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมาก
-
น้ำหนักขึ้นโดยไม่พึงประสงค์ ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า การรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำหนักเกินโดยไม่พึงประสงค์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นได้ตรวจสอบข้อมูลจากผู้ป่วย โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่า 50,000 คน พวกเขาขอให้ผู้ป่วยอธิบายตัวเองว่าเป็นคนกินเร็ว กินปกติ หรือกินช้า โดยพบว่า คนที่รับประทานอาหารช้าที่สุดมีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนต่ำที่สุด ส่วนคนที่รับประทานอาหารปกติมีความเสี่ยงสูงกว่าเล็กน้อย แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด คือ กลุ่มที่รับประทานอาหารเร็ว นอกจากนี้ จากการศึกษาในปี 2018 พบว่า การรับประทานอาหารที่เร็วเกินไปมีความสัมพันธ์กับภาวะอ้วนในเด็กอายุ 7-17 ปี
เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณรับประทานอาหารช้าลง
-
ให้เวลาตัวเองได้ทานอาหารอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการกินข้าวอย่างเร่งรีบระหว่างทำกิจกรรมอื่น หากเป็นไปได้ ควรจัดสรรเวลาให้เพียงพอสำหรับมื้ออาหาร เพื่อให้มีเวลาค่อย ๆ รับประทานและสังเกตความอิ่มของตัวเอง
-
เคี้ยวช้าลง ลองลดความเร็วในการเคี้ยวและกลืนอาหารให้ช้าลง ไม่จำเป็นต้องนับจำนวนครั้งในการเคี้ยวอย่างเคร่งครัด แต่ควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพื่อช่วยให้รับประทานอาหารได้อย่างไม่เร่งรีบ
-
จิบน้ำ การจิบน้ำเป็นระยะระหว่างรับประทานอาหารอาจช่วยให้เว้นจังหวะการกินได้ดีขึ้น ควรดื่มน้ำตามความเหมาะสม และไม่จำเป็นต้องดื่มครั้งละมาก ๆ เพื่อบังคับให้ตัวเองกินช้าลง
-
ฝึกการรับประทานอาหารอย่างมีสติ ระหว่างรับประทานอาหาร ควรจดจ่อกับรสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัสของอาหาร ลดการดูโทรศัพท์หรือทำกิจกรรมอื่นไปพร้อมกัน
การปรับพฤติกรรมจากคนกินเร็วให้กินช้าลงไม่จำเป็นต้องทำอย่างหักโหม เพียงเริ่มจากการเคี้ยวให้ละเอียด จัดสรรเวลาให้เหมาะสม และใส่ใจกับความอิ่มของตัวเอง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน
ที่มาข้อมูล : health.clevelandclinic