เรียกว่าบรรยากาศเริ่มต้นอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า สำหรับงานสัมมนา “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE : เกษตรไม่เหมือนเดิม” ที่ชวนคนในแวดวงเกษตรมาเปิดมุมมองใหม่ เติมความรู้ และค้นหาโอกาสต่อยอดอาชีพด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ความคึกคักเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. กับเวิร์กช็อปสุดเข้มข้นที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม ทุกห้องเรียนเต็มไปด้วยผู้ที่ตั้งใจมาเก็บเกี่ยวความรู้แบบใกล้ชิดจากเกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญตัวจริง จากนั้นเป็นช่วงโชว์เคสจากเกษตรกรตัวจริง ก่อนจะปิดท้ายด้วยเสวนาจากสปีกเกอร์สำคัญระดับประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเกษตรยุคใหม่ไม่ใช่แค่เรื่องของการปลูกให้ได้ผลผลิตดี แต่ยังต้องรู้จักพัฒนา แปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่ม และมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ไปพร้อมกัน

เปิดคลาสเรียนรู้จากของใกล้ตัว สู่โอกาสสร้างรายได้ที่จับต้องได้
ไฮไลต์ในช่วงเช้าเริ่มด้วยกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้เทคนิคและประสบการณ์จากผู้ลงมือทำจริงแบบใกล้ชิด โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. กับ 3 คลาสแรกที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมทยอยลงทะเบียนเข้าห้องเรียนกันอย่างคึกคัก และเต็มทุกคลาส
เริ่มจาก Workshop “เปลี่ยน ‘ใบไม้’ เป็นเงิน ‘รับซื้อ-ขายสมุนไพร’ เทคนิคตากยังไงให้ตลาดรับซื้อ” โดย คุณณิชาดา กิตติโชติธนกุล เจ้าของ “ณิชาดา บ้านสมุนไพร 63” ที่มาแบ่งปันประสบการณ์การสร้างรายได้จากสมุนไพร พร้อมถ่ายทอดเทคนิคการจัดการผลผลิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
ต่อด้วย Workshop “การผลิตถ่านไบโอชาร์จากไผ่ (จัดการเศษวัสดุคืนชีวิตให้ดิน)” โดย คุณประสาน สุขสุทธิ์ เจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม พื้นที่กว่า 100 ไร่ ที่พาผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้แนวทางเปลี่ยนเศษวัสดุจากไผ่ให้เกิดประโยชน์ พร้อมต่อยอดสู่การฟื้นฟูดินและการทำเกษตรอย่างยั่งยืน
ขณะที่ Workshop ห้องที่ 3 “การประกอบคอนโดและเลี้ยงชันโรง (สร้างระบบนิเวศในสวน ปั้นน้ำผึ้งมูลค่าสูง)” โดย คุณไพรินทร์ ชูรอด ประธานวิสาหกิจชุมชนรินชูชันโรงบ้านบางกล้วย จังหวัดราชบุรี เปิดมุมมองการเลี้ยงชันโรงที่เชื่อมโยงทั้งการสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศในสวนและโอกาสเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร

จากนั้นในช่วงเวลา 11.00 น. ยังมี Workshop อีก 3 คลาสที่น่าสนใจ เริ่มจาก Workshop “เปลี่ยน ‘ใบไม้’ เป็นเงิน ที่ได้รับเสียงเรียกร้องจากผู้เข้าร่วมงานให้เปิดเป็นรอบที่สอง ต่อด้วยคลาส “เทคนิคบ่มฝักวานิลลาอย่างมืออาชีพ” โดย คุณพาพร โตอินทร์ เจ้าของสวนแม่หม่อน ที่มาแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการจัดการวานิลลา ซึ่งเป็นพืชที่ต้องอาศัยความเข้าใจและความพิถีพิถันในกระบวนการผลิต
ก่อนจะปิดท้ายด้วย Workshop “ผลิตคราฟต์โซดาจากสมุนไพร” โดย คุณนิสิต อารีวุฒิ เจ้าของ The Craft : บางสระเก้า จังหวัดจันทบุรี ที่ชวนผู้เข้าร่วมเปิดไอเดียการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่ม เพิ่มมูลค่าให้สมุนไพรผ่านการแปรรูปและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์
ทั้ง 6 คลาสจึงไม่ได้เป็นเพียงการนั่งฟังบรรยาย แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ไปจนถึงการต่อยอดเป็นธุรกิจ ผู้เข้าร่วมต่างตั้งใจเก็บเกี่ยวความรู้ ซักถามรายละเอียด และแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นว่าเกษตรยุคใหม่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การปลูกให้ได้ผลผลิตดี แต่ต้องรู้จักพัฒนา คิดสร้างสรรค์ และมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ไปพร้อมกัน

Green Market คึกคัก! รวมของดีนวัตกรรมเกษตร พบผู้ผลิตตัวจริงแบบใกล้ชิด
ก่อนเข้าสู่ช่วงเวทีเสวนาในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมงานยังสามารถเดินชมและช้อปสินค้าในโซน Green Market บริเวณโถงด้านหน้าอาคารข่าวสด ซึ่งถูกจัดให้เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างเครือข่ายธุรกิจเกษตรที่มีชีวิตชีวา บรรยากาศภายในโซนเต็มไปด้วยผู้สนใจที่แวะเวียนเข้ามาชมผลิตภัณฑ์ สอบถามรายละเอียด และพูดคุยกับเจ้าของสินค้าและเกษตรกรตัวจริงกันอย่างใกล้ชิด

จุดเด่นของ Green Market คือการทำให้เรื่องราวเบื้องหลังผลิตภัณฑ์เกษตรเข้าถึงผู้คนได้มากกว่าการซื้อขายทั่วไป เพราะแต่ละบูธเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจได้ซักถาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้แนวคิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผู้ผลิตโดยตรง
เริ่มจากบูธ อว.สวทช.นำเตาเผาชีวมวล (เตาไบโอชาร์) มาจัดแสดง พร้อมตัวอย่างที่เผาแล้ว เช่น ถ่านไบโอชาร์จากต้นข้าวโพด ใบข้าวโพด ทะลายปาล์ม และฟางข้าว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์ไบโอชาร์จากสวนจันทร์เรือง สวนไผ่โป๋ยแจ่ม และร้านรีเจนซอยล์ ที่ชวนให้เห็นโอกาสของการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์ พร้อมเชื่อมโยงกับแนวทางฟื้นฟูดินและการทำเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นอีกตัวอย่างของการเปลี่ยนสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นของเหลือใช้ให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่า
ถัดมาคือบูธ “ณิชาดา บ้านสมุนไพร 63” ของคุณณิชาดา กิตติโชติธนกุล ที่นำเสนอเรื่องราวของสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การสร้างรายได้จากอาชีพรับซื้อสมุนไพรให้เติบโตเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง ชวนให้ผู้สนใจเห็นว่า พืชพื้นบ้านที่คุ้นเคยสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางอาชีพได้ หากเข้าใจตลาดและพัฒนาผลผลิตให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค
ด้านสายสุขภาพก็มีเรื่องราวน่าสนใจไม่แพ้กัน กับบูธสวนศิลป์หนองมนของป้าจันทร์–ลภัสรดา ทศรัศมิ์ ที่นำเสนอแนวคิดเกษตรอินทรีย์ และการดูแลสุขภาพด้วยผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพรและธัญพืช โดยเฉพาะน้ำหมักผลไม้นานาชนิด เช่น มะม่วงไฟ ฝรั่ง มะขวิด เสาวรส เป็นต้น สะท้อนแนวทางการพึ่งพาตนเองที่เชื่อมโยงสุขภาพของคนเข้ากับความสมบูรณ์ของดินและสิ่งแวดล้อม มีมะพร้าวยุคใหม่ ทันสมัย พร้อมดื่ม จาก Madame CoCo ที่ส่งตรงจากราชบุรี

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ชวนให้แวะพูดคุยคือบำรุงสุขฟาร์มของคุณเบนซ์–วีรวิชญ์ อินทร์ประยงค์ นักสะสมน้ำผึ้งธรรมชาติจากป่าและฤดูกาลต่าง ๆ มากกว่า 400 ชนิด ที่นำเสนอความหลากหลายของน้ำผึ้งในมิติที่มากกว่าความหวาน แต่ยังมีความแตกต่างของกลิ่นและรสชาติตามแหล่งที่มา เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ผู้สนใจได้เรียนรู้เสน่ห์ของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ทุกบูธจึงเป็นมากกว่าพื้นที่จัดแสดงสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้ลงมือทำจริง ผู้เข้าร่วมงานสามารถพูดคุย ปรึกษา และมองเห็นแนวทางนำไอเดียไปต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ Green Market กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของงานที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้บริโภค และเครือข่ายธุรกิจเกษตรเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ยังมีบูธของ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ร่วมกับสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ที่นำวิสาหกิจชุมชนเกาะหัวใจเกื้อกูล จ.นราธิวาส มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าคุณภาพจากชุมชน เช่น ข้าวเกรียบ กรือโป๊ะ (ปลาบด) ปลากุเลา ปลาหวาน และน้ำผึ้งชันโรง
ไฮไลต์เวทีเสวนา! เมื่อดาต้าและเทคโนโลยี คือกุญแจขับเคลื่อนเกษตรไทย
นอกจากกิจกรรมเวิร์กช็อปและโซน Green Market ที่เปิดให้เรียนรู้กันอย่างใกล้ชิดแล้ว ภายในงานยังเตรียมเข้าสู่ช่วงสำคัญบนเวทีสัมมนา โดยงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.ยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เกษตรไทยยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยดาต้า โตด้วยเทคโนโลยี” เพื่อชวนมองทิศทางการยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต
จากนั้นยังมีเวทีเสวนาที่น่าติดตามอีกหลายหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็น “Carbon Credit โอกาสใหม่ของเกษตรกรรายย่อย” ที่เปิดมุมมองเรื่องโอกาสทางรายได้จากคาร์บอนเครดิต เวทีเจาะลึกการเปลี่ยนเศษไม้ในสวนให้เป็นถ่านไบโอชาร์เพื่อฟื้นฟูดิน และหัวข้อ “เกษตรไซซ์เล็ก พลิกพื้นที่จำกัด สู่เกษตรมูลค่าสูง” ที่ชวนค้นหาแนวทางทำเกษตรให้เหมาะกับพื้นที่และสร้างมูลค่าได้มากขึ้น

ทั้งหมดนี้คือภาพของงาน “เทคโนโลยีชาวบ้าน NEXT MOVE : เกษตรไม่เหมือนเดิม” ที่รวมทั้งความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์จากเกษตรกรตัวจริง นวัตกรรมที่จับต้องได้ และโอกาสสร้างเครือข่ายธุรกิจไว้ในพื้นที่เดียว ตอกย้ำว่าเกษตรยุคใหม่ต้องไปไกลกว่าการผลิต แต่ต้องรู้จักคิดต่อยอด ใช้เทคโนโลยีให้เป็น และมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อเปลี่ยนความรู้ให้เป็นโอกาส และขับเคลื่อนเกษตรไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
#เทคโนโลยีชาวบ้านNEXTMOVEเกษตรไม่เหมือนเดิม #คาร์บอนเครดิต #ไบโอชาร์ #พืชมูลค่าสูง #วานิลลา #พลิกโฉมเกษตรกรไทย #เกษตรยุคใหม่ #สัมมนาการเกษตร #เทคโนโลยีชาวบ้าน #technologychaoban