ทำความรู้จัก สารหนู สารพิษร้ายทำลายร่างกาย ระบบประสาท เสี่ยงมะเร็ง ถึงขั้นอันตรายต่อชีวิต เผย พบได้ที่ไหนบ้าง แนะแนวทางป้องกันความเสี่ยง

สารหนู คือ สารพิษที่ประเทศไทยประสบปัญหาอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้สารหนูลุกลามรุนแรงจนหลายพื้นที่กลายเป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยง ทั้งแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวิน รวมถึงแม่น้ำสายย่อยที่ไหลมาจากแม่น้ำเหล่านี้ด้วย

สารหนู เป็นธาตุชนิดหนึ่ง และเป็นส่วนประกอบของแร่บางชนิด เมื่อเกิดการผุกร่อนของชั้นหิน และแร่ธาตุต่างๆ สารหนูก็จะถูกชำระล้างตามไปด้วย โดยจะปนเปื้อนอยู่ในน้ำและบนดิน

สารหนู มีหลายรูปแบบ ทั้งในรูปอนินทรีย์ (พิษร้ายแรง) และอินทรีย์ (พิษน้อยกว่า) สารหนู ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรสชาติ ทำให้ยากที่เราจะรับรู้ได้ด้วยการสัมผัสภายนอก แม้ว่าสารนี้จะไม่ได้เข้าสู่ร่างกายแล้วทำให้เสียชีวิตเลย แต่อาศัยการสะสมในร่างกาย ซึ่งหากสะสมอยู่ในปริมาณที่มาก ความอันตรายจะยิ่งทวีคูณมากขึ้น กระทบต่อสุขภาพและในกรณีร้ายแรง เช่น ทำลายผิวหนัง ระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด และยังเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งหลายชนิดอีกด้วย

ในกรณีเฉียบพลัน จะเกิดอาการเป็นพิษอย่างรวดเร็ว อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องรุนแรง ท้องเสียรุนแรง อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชักกระตุก และหากได้รับในปริมาณมหาศาลอาจทำให้หมดสติช็อกและเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม การผุกร่อนของชั้นดินและหินของโลก มักจะใช้เวลานาน ทำให้สารหนูไม่ได้ถูกปล่อยออกมามากมายนัก ทว่าสารหนูที่เกิดจากการทำกิจกรรมของมนุษย์ เป็นตัวเร่งให้สารหนูถูกปล่อยออกมามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • การทำเหมืองแร่และการถลุงโลหะ ซึ่งมักจะปล่อยสารหนูในรูปแบบของควัน ฝุ่น น้ำเสีย สู่สิ่งแวดล้อม
  • ยาฆ่าแมลงหรือเคมีเกษตร ในอดีตยาฆ่าแมลงมีสารหนูเป็นส่วนผสม ซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในเกษตรกร ทำให้สารหนูถูกปนเปื้อนอยู่ในดินและแหล่งน้ำใกล้เคียงเป็นเวลานาน แม้ปัจจุบันจะหยุดการใช้แล้วก็ตาม
  • โรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ เช่น โรงงานผลิตแก้วและเซมิคอนดักเตอร์, การฟอกหนังสัตว์, การถนอมเนื้อไม้ ตลอดจนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางชนิด
  • การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การเผาถ่านหิน น้ำมันในโรงไฟฟ้า และอุตสากรรมต่างๆ มักจะปล่อยสารหนูทางควัน ซึ่งขึ้นสู่บรรยากาศ และเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้ก็จะตกลงมายังพื้น อาจทำให้ดินและน้ำโดยรอบปนเปื้อนสารหนูได้

สารหนูสามารถพบได้ตาม แหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำใต้ดิน น้ำบาดาล แม่น้ำ ลำคลอง หรือทะเลสาบ รวมถึงในดินและอากาศบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ทำการเกษตร โรงงานอุตสาหกรรม หรือเหมืองแร่ต่างๆ และในอาหาร เพราะเมื่อดิน น้ำ อากาศ ปนเปื้อน อาหารในจานอย่าง พืช ผัก ผลไม้ที่ปลูกใกล้แม่น้ำ สัตว์น้ำ ก็อาจได้รับการปนเปื้อนจากสารหนูได้

จะรู้ได้อย่างไรว่าในร่างกายมีสารหนูอยู่หรือไม่?

  • ปัจจุบันสามารถตรวจสอบร่างกายได้ด้วยการไปพบแพทย์ซึ่งมีวิธีการตรวจสารหนูที่หลากหลาย ได้แก่ การตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือด และการตรวจเส้นผมหรือเล็บ
  • ตรวจสารหนูในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะในผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ หรือแหล่งน้ำที่เสี่ยงปนเปื้อน รวมถึงน้ำดื่ม ก็จะควรจะตรวจด้วยเช่นกัน

แนวทางการป้องกัน ควรมีการจัดตรวจคุณภาพน้ำดื่มและแหล่งน้ำที่ใช้สอย เลือกบริโภคอาหารที่มีแหล่งวัตถุดิบน่าเชื่อถือ สะอาด และปลอดภัยแน่นอน รักษาสุขอนามัยของตัวเองให้ดี หากสัมผัสโดนโคลน ดิน น้ำ ที่มีโอกาสปนเปื้อนสูง ควรจะรีบล้างทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างเร่งด่วน เลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง หากจำเป็นควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ และชุดป้องกันสารเคมี

ที่มาข้อมูล : impactenterprise.co.th

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน