ครม. ไฟเขียว ร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม ปรับสิทธิรับสังคมสูงวัย ขยายอายุผู้ประกันตนถึง 65 ปี-ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน เลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพได้
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 3 พ.ย.2569 ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับบสภาพการณ์ในปัจจุบัน รองรับสังคมสูงวัย และเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนอย่างครอบคลุม
โดยสาระของร่างดังกล่าว มีดังนี้
- ขยายอายุผู้ประกันตนและเพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน มาตรา 33 จากเดิม 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อรองรับแรงงานสูงอายุ
- ขยายสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตรต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังออกจากงาน ปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- เพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพอันมิใช่จากการทำงาน เป็นไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าจ้าง จากเดิมร้อยละ 50
นอกจากนี้ ยังเปิดให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน สามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพ หรือบำเหน็จชราภาพ ได้เมื่ออายุครบ 55 ปี หรือเมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
ส่วนผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วน ก่อนอายุ 55 ปีได้ในกรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรงต่อความเป็นอยู่ของผู้ประกันตน หรือนำเงินชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม โดยวงเงินไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง
เปิดทางให้ผู้รับบำนาญชราภาพที่ออกจากงานแต่ยังต้องการความคุ้มครอง เช่น สิทธิรักษาพยาบาล สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อได้ โดยรัฐร่วมสมทบ 1 ส่วน ผู้ประกันตนสมทบ 2 ส่วน คุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และตาย
และปรับปรุงบทกำหนดโทษสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การไม่ยื่นแบบรายการภายในกำหนด ให้เปลี่ยนจากโทษทางอาญาเป็นการปรับเป็นพินัยตาม พ.ร.บ.การปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 เพื่อความเหมาะสมและเป็นธรรม
ทั้งนี้ ครม. ได้รับทราบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองรวม 18 ฉบับ ซึ่งจะต้องดำเนินการภายใน 60 วันหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งร่าง พ.ร.บ. ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) พิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป