เช็กอาการ เสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิง ไวรัสอันตรายจากลิงสู่คน ควรระมัดระวังห้ามมองข้าม แนะ วิธีการป้องกันการติดเชื้อ
โรคฝีดาษลิงหรือฝีดาษวานร (Monkeypox) เกิดจากไวรัสชนิด DNA อยู่ในกลุ่ม Othopoxvirus เดียวกันกับไวรัสโรคไข้ทรพิษ ซึ่งเกิดจากติดเชื้อในสัตว์มาก่อน ที่สำคัญสามารถติดเชื้อจากสัตว์สู่คนได้ ส่วนใหญ่พบเชื้อในสัตว์ตระกูลลิง สัตว์ฟันแทะ เช่น หนู กระรอก กระแต เป็นหลัก โดยค้นพบโรคนี้ครั้งแรกในลิง ซึ่งไปรับเชื้อมาโดยบังเอิญ
พื้นที่การระบาดอยู่ทั่วทวีปแอฟริกาตอนกลางถึงตะวันตก จนกลายเป็นโรคประจำถิ่น ก่อนแพร่ระบาดสู่ภูมิภาคต่าง ๆ

ฝีดาษลิง กับ ไข้ฝีดาษ-ไข้ทรพิษ แตกต่างกันยังไง?
ทั้งคู่จัดเป็นกลุ่มโรคไข้ออกผื่น กินระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ เหมือนกับไข้ฝีดาษลิง ถึงจะเป็นไวรัส Othopoxvirus กลุ่มเดียวกัน แต่เป็นคนละชนิดกัน ลักษณะการติดต่อและความรุนแรงของโรคแตกต่างกันชัดเจน เพราะเชื้อไวรัสของโรคไข้ทรพิษอยู่ที่คนเป็นหลัก ติดต่อจากคนสู่คนได้เท่านั้น ติดต่อผ่านการหายใจ เรียกได้ว่าติดต่อกันได้ง่ายมาก ผ่านละอองฝอยเล็ก ๆ ซึ่งแพร่กระจายได้วงกว้าง ส่วนฝีดาษลิงจะติดต่อกันผ่านสัมผัส
ทั้งนี้ มีหลักฐานยืนยันได้ว่า โรคไข้ทรพิษ มีการแพร่ระบาดมานานกว่า 1,000 ปี แต่ปัจจุบันนี้ไม่พบผู้ป่วยโรคไข้ทรพิษแล้ว เนื่องมาจากการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษ โดยประเทศไทยได้ยุติการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษ ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งปัจจุบันได้มีการเก็บตัวอย่างเชื้อไข้ทรพิษไว้สำหรับการศึกษาวิจัยเท่านั้น
การติดต่อของโรคฝีดาษลิง
– การติดเชื้อจากสัตว์สู่คน สามารถเกิดได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ ติดเชื้อจากการโดนสัตว์ที่มีเชื้อกัด การกินเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อที่ปรุงไม่สุก
– การแพร่เชื้อจากคนสู่คน
- การสัมผัสโดยตรงกับรอยโรค ตุ่มหนอง สารน้ำในตุ่มหนองที่แตกออกมา
- ติดต่อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของทางเดินหายใจ เช่น การไอ จาม
- การกอดจูบ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ
- การสัมผัสสิ่งของ เช่น เสื้อผ้า ใช้ที่มีสารคัดหลั่งปนเปื้อน
- ติดต่อจากแม่สู่ลูกในครรภ์
อาการของโรคฝีดาษลิง
ระยะฟักตัวอยู่ประมาณ 5-21 วัน โดยอาการจะแบ่งเป็น 2 ระยะ
– ระยะก่อนเกิดตุ่ม (1-5 วันแรก)
- ไข้สูง หนาวสั่น
- ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- อ่อนเพลีย
- ต่อมน้ำเหลืองโต (เป็นลักษณะเด่นที่ต่างจากไข้ทรพิษ)
– ระยะผื่นหรือตุ่มหนอง (เกิดหลังจากมีไข้ 1-3 วัน)
- ผื่นหรือตุ่มเริ่มจากใบหน้าและลามไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย รวมถึงฝ่ามือ-ฝ่าเท้า
- ผื่นมีลักษณะเปลี่ยนไปตามระยะ จุดแดง-ตุ่มน้ำ-ตุ่มหนอง-ตกสะเก็ดและหลุดออก
- อาจมีแผลในปาก บริเวณอวัยวะเพศ และทวารหนัก
- ตุ่มอาจเจ็บหรือคัน
การป้องกันโรคฝีดาษลิง
- งดการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน
- สวมใส่หน้ากากอนามัย และยิ่งต้องใส่หากต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วย
- เลี่ยงหรืองดสัมผัสสัตว์ป่า และกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกเท่านั้น
- หลีกเลี่ยงใช้ของร่วมกับผู้อื่น และล้างมือบ่อย ๆ
- ทำความสะอาดเสื้อผ้า ที่นอนบ่อย ๆ
สรุปได้ว่า โรคฝีดาษลิงมาจากไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คน อาการเริ่มต้นเหมือนไข้หวัด แต่มีอาการร่วมด้วยที่หนักกว่า คือ มีผื่นและตุ่มหนองขึ้น แนะนำให้เลี่ยงความเสี่ยงด้วยการไม่สัมผัสสัตว์ป่า รักษาความสะอาดตัวเองและส่วนรวม ล้างมือบ่อย ๆ ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อลดความเสี่ยง แถมยังช่วยคนรอบตัวให้รอดจากโรคฝีดาษไปพร้อมกับเรา
ที่มาข้อมูล : ch9airport / rama.mahidol / sikarin / siphhospital / praram9
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์