ไขข้อสงสัย! นั่งชักโครกห้องน้ำสาธารณะ เสี่ยงติดฝีดาษลิงหรือไม่ ดร.อนันต์ มีคำตอบ เผยกรณีที่ต้องระวัง พร้อมวิธีป้องกัน

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์ และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรม และเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “โอกาสในการแพร่เชื้อ Mpox ผ่านการนั่งฝาชักโครกสาธารณะต่อจากผู้ป่วยที่มีแผลบริเวณก้นนั้นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก แต่ในทางทฤษฎีแล้วไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้เลยซะทีเดียวครับ

เนื่องจากตำแหน่งแก้มก้นหรือต้นขาด้านหลังเป็นจุดที่ต้องสัมผัสกับฝารองนั่งโดยตรง หากแผลของผู้ป่วยเกิดการปริแตกหรือมีสารคัดหลั่งซึมออกมาขณะใช้งาน ก็มีโอกาสที่จะทิ้งคราบปนเปื้อนไว้บนพื้นผิวพลาสติกของฝาชักโครกได้

ในมุมมองทางไวรัสวิทยา เชื้อ Mpox ซึ่งเป็นไวรัสในกลุ่ม Orthopoxvirus มีความคงทนในสิ่งแวดล้อมสูงกว่าไวรัสมีเปลือกหุ้มชนิดอื่นอย่าง HIV หรือโควิด-19 ค่อนข้างมาก เชื้อที่ปะปนอยู่ในหนอง ของเหลวจากตุ่มแผล หรือสะเก็ดแผล สามารถคงสภาพและมีชีวิตอยู่รอดบนพื้นผิวที่แห้งและอุณหภูมิห้องได้นานหลายชั่วโมงไปจนถึงหลายวัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมในห้องน้ำของผู้ป่วยแล้วพบทั้งสารพันธุกรรมและไวรัสที่ยังมีชีวิตอยู่บนฝารองนั่งชักโครกได้จริง

แต่….การที่เชื้ออยู่บนฝาชักโครกไม่ได้หมายความว่าคนที่มานั่งต่อจะต้องติดเชื้อเสมอไป เพราะ”ผิวหนังปกติที่สมบูรณ์” บริเวณก้นและต้นขาทำหน้าที่เป็นปราการปกป้องร่างกายที่แข็งแรงมาก เชื้อไวรัสจะ “ไม่สามารถ” ซึมผ่านผิวหนังที่ไม่มีบาดแผลเข้าไปได้เอง การรับเชื้อจากการนั่งทับโดยตรงจึงเกิดขึ้นได้ยากมาก

ยกเว้นในกรณีที่ประจวบเหมาะจริงๆ เช่น ผู้ใช้คนก่อนหน้าเพิ่งลุกออกไปโดยทิ้งคราบของเหลวสดๆ ที่มีปริมาณไวรัสสูงไว้ แล้วผู้ที่มาใช้ต่อมีบาดแผลเปิด รอยถลอก ผื่นคัน หรือรอยแยกขนาดเล็กบนผิวหนังในตำแหน่งที่ไปสัมผัสทับคราบนั้นพอดี หรืออีกกรณีหนึ่งคือการใช้มือไปจับโดนจุดที่เปื้อนเชื้อบนฝาชักโครกแล้วเผลอนำมือนั้นมาขยี้ตา แคะจมูก หรือสัมผัสใบหน้าโดยไม่ได้ล้างมือ

ข้อมูลทางระบาดวิทยาจาก WHO จึงยืนยันตรงกันว่า การติดเชื้อ Mpox แทบทั้งหมดเกิดจากการสัมผัสแนบชิดทางกายภาพกับรอยโรคโดยตรง หรือการใช้สิ่งของประเภทผ้าที่กักเก็บสะเก็ดแผลและความชื้นได้ดีร่วมกัน

เช่น ผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอน ส่วนการติดเชื้อผ่านพื้นผิวเรียบแข็งอย่างฝาชักโครกสาธารณะนั้นแทบไม่มีรายงานยืนยันว่าเป็นช่องทางหลักของการระบาดในชีวิตจริง แต่เพื่อความสบายใจและตัดความเสี่ยงที่อาจหลงเหลืออยู่ให้เป็นศูนย์ การใช้แอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% หรือแผ่นเช็ดฆ่าเชื้อทำความสะอาดฝาชักโครกก่อนใช้งาน รวมถึงการล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ ก็เพียงพอที่จะทำลายโครงสร้างเปลือกหุ้มของไวรัสและป้องกันการติดเชื้อได้อย่างสมบูรณ์ครับ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน