ความช่วยเหลือถึง “น้องฟ้า” เด็กหญิงอาศัยใต้สะพาน เรียนดีเยี่ยม ยิ้มออกฝันอยากเป็นครู

จากที่มีการเผยแพร่ภาพเด็กหญิงคนหนึ่งและครอบครัว ที่ต้องอาศัยอยู่ใต้สะพานปูนข้ามแม่น้ำ แต่เด็กหญิงวัย 10 ขวบ มีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียน ไม่เคยท้อแท้ต่อชีวิตและการเรียน สอบได้เกรด 4 ทุกวิชา จนมีผู้ชมเข้าไปแชร์เรื่องราวดีๆและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก จนมีหลายหน่วยงานเข้าให้ความช่วยเหลือ (อ่าน : พบหัวใจสุดแกร่ง!! ของ “เด็กหญิงใต้สะพาน” (ชมคลิป) ดูแล้วชีวิตมีหวัง…)

 


ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบ้านใต้สะพานหลังดังกล่าว อยู่ม.11 ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก พร้อมนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นครนายก พบกับนายประสงค์ พึ่งมี อายุ 64 ปี และนางอำพร เรือนสุริยา อายุ 48 ปี พ่อแม่ของ ด.ญ.พรรนิภา พึ่งมี หรือน้องฟ้า อายุ 10 ขวบ
นายสุจินต์ กล่าวว่า หลังมีการแชร์เรื่องราวของครอบครัวน้องฟ้าเป็นจำนวนมาก มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ ส่วนเรื่องที่ดินที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัวน้องฟ้า เป็นที่ดินสปก. ตนมอบให้พัฒนาสังคมจังหวัด และนายอำเภอเข้ามาดูเบื้องต้น เพื่อประสานงานและแบ่งสรรที่ดินให้ครอบครัวน้องฟ้า หลังจากเข้ามาดูเบื้องต้นแล้ว ทางโครงการสานรัก โดยเอไอเอส ได้เข้ามาช่วยเหลือ เรื่องทุนการศึกษาของน้องฟ้า ส่งน้องฟ้าให้เรียนจนจบถึงปริญญาตรี และสิ่งหนึ่งที่ต้องบอกคือ 1.ตรงนี้ทางหน่วยงานได้เข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว 2.เป็นเรื่องที่ดีที่ทางเอไอเอสได้เข้ามาช่วยเหลือด้วย 3.พ่อและแม่ของน้องฟ้าเป็นคนขยันสู้ชีวิต และ4.น้องฟ้าเป็นเด็กดีและมีการศึกษาที่ดี

 


“คนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด และน้องฟ้าก็เป็นบุคคลที่ตั้งใจเรียน จึงเป็นบุคคลสำคัญต่อประเทศ ทั้งนี้ทุกฝ่ายจะช่วยเหลือกันและจะประสานให้หน่วยงานทหารเข้ามาช่วยสร้างบ้านด้วย ต้องขอบคุณหน่วยงานทุกส่วนที่ช่วยกันพัฒนาทรัพยากรของประเทศชาติ” นายสุจินต์ กล่าว
นายประสงค์ กล่าวว่า ครอบครัวตนอาศัยอยู่ใต้สะพานปูนข้ามแม่น้ำชุมชนบ้านคลอง 33 ก่อนหน้านี้อยู่จ.ปทุมธานี และย้ายมาอยู่จ.นครนายก มาเป็นลูกจ้างเลี้ยงบ่อปลาและเช่าที่อาศัย แต่เมื่อเจ้าของที่ปิดกิจการบ่อปลาลงและขายที่ไป ตนก็ไม่มีทุนทำอะไรต่อ จึงต้องมาอาศัยอยู่ใต้สะพาน เพราะเป็นคนต่างพื้นที่เลยไม่รู้จะไปอาศัยอยู่ตรงไหน อยู่มาเกือบ 10 ปีแล้ว ตอนนี้ประกอบอาชีพเพาะเห็ดภูฐานและเห็ดขอน ซึ่งเพาะเห็ดอยู่ที่บ้านใต้สะพานลอย เนื่องจากตนมองเห็นว่าพื้นที่โคนสะพานเป็นพื้นที่ร้อน จึงมีโอกาสที่เห็ดจะเจริญงอกงาม เพราะเห็ดชอบอากาศร้อน และปลูกมาแล้ว 2 เดือนกว่า ได้วันละ 100-300 บาท เอาไว้ขายเพื่อเลี้ยงครอบครัว ส่วนอีกอาชีพคือเผาถ่านขายและรับจ้างทั่วไป
“หลังจากนี้จะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ตนเคยได้ยินบทกวีที่พูดว่า จะไม่ทำตัวเป็นมังกรที่จมปักให้เป็นที่เยาะเย้ยของกุ้งฝอย สมัยเคยเป็นทหาร ก็เอามาเป็นกำลังใจให้กับตนเองเสมอ” นายประสงค์ กล่าว
นางอำพร กล่าวว่า ตนเป็นคนจ.เชียงใหม่และย้ายมาทำงานที่ จ.นครนายก จึงได้เจอกับพ่อน้องฟ้า พ่อน้องฟ้าเป็นคนขยันอยู่แล้ว ไม่สูบบุหรี่ กินเหล้า ส่วนน้องฟ้าเป็นเด็กดี อยู่แต่บ้าน อ่านหนังสือ และขีดเขียนหนังสืออยู่บ้าน และยังช่วยทำงานบ้าน อาทิ ช่วยล้างจาน ตนภูมิใจในตัวลูกมากที่นำสิ่งดีดีเข้ามา และขอบคุณเอไอเอสที่ให้การศึกษาแก่น้องฟ้าให้เรียนสูงๆ จะได้เป็นคนดีของสังคม มีหน้าที่การงานที่ดี เพื่อจะได้เลี้ยงดูแลตนเองได้ ส่วนความฝันว่าอยากได้บ้านแบบไหนนั้น ขอแค่พออยู่พอกินกัน 3 คน พ่อแม่ลูก

 


ด้านด.ญ.พรรนิภา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีโอกาสและขอบคุณเอไอเอส เมื่อก่อนหน้าตาประตูจะไม่มี ถ้านอนอยู่ตอนกลางดึกตี 2-3 ถ้ามีรถบรรทุกวิ่งผ่าน ก็จะทำให้ตนตื่นและนอนไม่หลับ พอตื่นมาก็จะหุงข้าวทำอาหาร หลังจากเลิกเรียนก็ต้องรีบทำการบ้านให้เสร็จ เพื่อมาช่วยพ่อและแม่เก็บเห็ดต่อและรอไปขายในวันรุ่งขึ้น โดยรายได้ต่อวันประมาณวันละ 200 บาท
“สิ่งที่ตั้งใจตอนนี้อยากให้ตัวเองมีความรู้เรียนเก่งๆ ทำให้คุณพ่อแม่ดีใจ อนาคตอยากเป็นคุณครูจะได้สอนเด็กๆให้เป็นลูกกตัญญูและเป็นเด็กดี” ด.ญ.พรรนิภา กล่าว

บทความก่อนหน้านี้จิตแพทย์เตือน หยุดแชร์คลิปถ่ายทอดครูฝึก รปภ. แขวนคอ ชี้ส่งผลฆ่าตัวตายซ้ำ เลียนแบบ
บทความถัดไปกรมอุตุฯ เตือนอย่าแชร์ข้อมูลมั่ว สึนามิถล่มกรุงเทพฯ 10 ก.ย. แนะติดตามข่าวที่เชื่อถือได้