สมาพันธ์ครูใต้ เผย หนี้สินครู เอี่ยวการเมือง คาด จะเป็นแบบนี้ไปอีก ’20 ปี’

หนี้สินครู

สมาพันธ์ครูใต้ เผย หนี้สินครู เอี่ยวการเมือง เป็นปัญหาที่รัฐควรร่วมแก้ไข อย่าโยนทุกอย่างมาที่ครู คาด จะเป็นแบบนี้ไปอีก ’20 ปี’

หนี้สินครู – วันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประทุม เรืองฤทธิ์ เลขาธิการสมาพันธ์ครูภาคใต้ เปิดเผยกรณีที่กลุ่มวิชาชีพครู รวมตัวกันประกาศ “ปฏิญญามหาสารคาม” เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้ โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) หรือโครงการจำนำกระดูก ขอให้สังคมและรัฐบาลมองอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่ตราหน้าครู “ไม่มีวินัยทางการเงิน ฟุ่มเฟือย จ่ายเกินตัว” เลยเถิดไปถึงต้องจัดหลักสูตรการบริหารการเงิน

นายประทุมเปิดเผยว่า หนี้สินครูมันเป็นวิกฤตวิชาชีพครู ที่สะท้อนปัญหาที่ผู้มีอำนาจต้องย้อนคิด ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับวิชาชีพครู เกษียณแล้วยังยากจน เงินเดือนลดหายเกือบครึ่ง ไม่มีอะไรเหลือ รัฐจะช่วยเหลือคนกลุ่มครูเกษียณอย่างไร เพราะ กลุ่มครูที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้เป็นกลุ่มเกษียณ โดยไม่มีการเมืองแอบแฝง

“ในความเป็นปัจเจกชน เมื่อมีหนี้สินต้องจ่าย อันเป็นธรรมดาของการมีหนี้สิน แต่เมื่อหลายๆ ปัจเจกรวมกันเป็นกลุ่มก้อนในปัญหาเหมือนๆ กัน มิใช่จริตหมู่ แต่เป็นเรื่องที่น่าขบคิดมันเกิดขึ้นได้อย่างไร อย่ามองปัญหาที่เกิดขึ้นกับกลุ่มครู

นายประทุมเปิดเผยว่า ภาวะความเป็นครูในท่ามกลางความขาดแคลน รัฐจะช่วยอย่างไรนี่คือคำถามที่ให้ผู้มีอำนาจต้องหาคำตอบ ตนยอมรับว่า ครูมีหนี้สิน แต่การเกิดหนี้ของครูมาจากหลายปัจจัย ปัจจัยที่เกิดหนี้เพื่อโรงเรียนและนักเรียนไม่น้อยเช่น ซื้ออุปการณ์การเรียนการสอนเช่นโน๊ตบุ๊ก ครูต้องเอาเงินส่วนตัวซื้อ เพื่อมาใช้ประกอบการเรียนการสอนนักเรียน มีงานส่วนรวมที่โรงเรียน ชุมชนเข้ามาช่วยเหลือ เมื่อมีงานบุญงานกุศลในชุมชน ครูต้องควักเงินส่วนตัวช่วย

นายประทุมเปิดเผยว่า ในระยะ 3-4 ปีมานี้ แม้จะไม่อยากให้เป็นประเด็นทางการเมืองก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่อทุกอย่างหยุดชะงัก ลงทุนทำสวนยางพาราพอว่าได้ราคาเป็นค่ากับข้าวในครัวเรือน กลับไม่สามารถพาครอบครัวได้ เมื่อราคายางพาราตกรูดเวลานาน ครั้นหันมาดูผลไม้ที่ปลูกไว้เพื่อขอใบบุญยามออกดอกออกผล ราคาดิ่งลงจมดำดิน อุตส่าห์ลงทุนเปิดร้านค้าเล็กๆ เพื่อให้ลูกได้ทำงาน แต่ไม่ทันข้ามปีแบกรับค่าเช่าไม่ไหวต้องยกเลิกพับฐาน เลยต้องหมกซุกตนเองอยู่กับบ้าน ปลีกวิเวก ปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก

นายประทุมเปิดเผยว่า ท่ามกลางความแร้นแค้นของชีวิตที่สั่งสมจากการกระทำ เหมือนละครชีวิตที่ติดกับการไขว่คว้าทะยานไปกับความภาคภูมิใจในอากาศของชีวิตราชการ ได้ส่งผลให้ครอบครัวผอมแห้งกันทั่วหน้า

“ในราคาชีวิตที่ตกต่ำมิอาจร้องขอใดๆ ได้อีกต่อไป ได้แต่ภาวนาว่าสักวันเศรษฐกิจฐานรากจะดีขึ้น แต่อาจจะรอไปถึง 20 ปี” นายประทุมกล่าว

บทความก่อนหน้านี้หมอภาคย์ สะอื้นกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เล่าถึงพระบารมี ในหลวง สองรัชกาล ภารกิจถ้ำหลวง!
บทความถัดไปยังไม่ตาย! นักบินโร่แจง หลังพบนามบัตร ในเหตุ ฮ.ทีมข่าว ตกบึ้มกลางทุ่ง!