สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทั่วประเทศและสถานทูตไทยในต่างประเทศจัดยิ่งใหญ่สมพระเกียรติกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล จัดริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลโดยกำหนดให้ใช้เพลง “สดุดีพระแม่เจ้า”
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. สำนักพระราชวังเผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีเฉลิมพระชนม พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พุทธ ศักราช 2561 ความว่า เลขาธิการพระราชวังรับพระราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2561 เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล มีรายการดังนี้
วันอาทิตย์ ที่ 12 สิงหาคม เจ้าพนักงานพระราชพิธีเตรียมการตกแต่งมณฑลพระราชพิธี ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เชิญพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ออกประดิษฐานบนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร
เวลา 17 นาฬิกา 30 นาที สมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระที่นั่ง อมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง
เสด็จพระราชดำเนินไปยังชานหน้าพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวนถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระสัมพุทธพรรณี พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และพระพุทธเลิศหล้านภาไลยแล้ว ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนสำหรับพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ และทรงจุดเทียนที่แท่นมณฑลบูชาเทวดานพเคราะห์ โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์
เสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดเทียนพระมหามงคลเทียนเท่าพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปองค์อภิบาล องค์แทรกพระชนมพรรษา
แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลที่ 9 และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่บนพระราชบัลลังก์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาอาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล พระสงฆ์ 87 รูป เจริญพระพุทธมนต์จบ ทรงประเคนผ้าไตรแด่สมเด็จพระราชาคณะ และพระราชาคณะ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ
วันที่ 12 สิงหาคม ตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึง 13.00 นาฬิกา สำนักพระราชวังได้จัดที่สำหรับลงพระนามและลงนามถวายพระพรไว้ที่ในพระบรมมหาราชวัง
เวลา 12.00 นาฬิกา ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด
วันเดียวกัน สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระดำรัสถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ความว่า ขอถวายพระพร เจริญพระราชสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลพระชนมสุขทุกประการ จงมีแด่สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ อภิลักขิตสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง อาตมภาพในนามคณะสงฆ์จึงขอตั้งกัลยาณจิต ร่วมกับปวงชนชาวไทย สำแดงความโสมนัสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษามาโดยสวัสดีนับถึงบัดนี้ได้ 86 พรรษาบริบูรณ์
สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงต่อปวงพสกนิกร ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระองค์ประดุจ “แม่ของแผ่นดิน” ด้วยน้ำพระราชหฤทัยใสสะอาด ทรงมุ่งหวังประโยชน์สุขของทวยราษฎร์เป็นที่ตั้ง จึงเสด็จพระราชดำเนินไปยังความสวัสดีแก่ทุกชีวิต ทั่วทุกสารทิศในราชอาณาจักร ทรงแผ่พระบารมี เป็นที่พึ่งพำนักของผู้ตกทุกข์ได้ยากสมดั่งที่เคยมี พระราชปรารภถึงพระราชสมัญญา “แม่” ซึ่งประชาชนน้อมถวายว่า คำว่าแม่นี่เป็นคำศักดิ์สิทธิ์สูงส่งที่สุด การที่ใครเรียกคนคนหนึ่งว่าแม่ บุคคลที่ถูกเรียกจะต้องคิด และสำนึกในเกียรติยศอันนี้ และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ทางราชการได้กำหนดให้วันเฉลิมพระชนม พรรษา 12 สิงหาคมของทุกปีเป็น “วันแม่แห่งชาติ” จึงขอให้ผู้เป็น “แม่” ทุกคนจงตระหนักถึงเกียรติยศและหน้าที่ของความเป็นมารดา เพื่อจักได้ทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด ให้สมดัง พระราชปรารภข้างต้นอันจักอำนวยผลให้บุตรของตนเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ และเติบโตเป็นพลเมืองที่ดี สามารถนำพาราชอาณาจักรไทยให้รุ่งเรืองไพบูลย์ ในขณะเดียวกันก็ขอให้ผู้เป็น “ลูก” ทุกคน จงครองตนอยู่ในศีลธรรมจรรยา ไม่ประพฤติการอันละเมิดพระราชกำหนดกฎหมายนำพาความเสียหายมาสู่วงศ์สกุลและสังคม ซึ่งอาจทำให้มารดาต้องเดือดร้อนระทมใจ ขอจงเป็นลูกผู้มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ อันนับเป็นมงคลยอดชีวิตแก่ผู้สามารถประพฤติเช่นนั้นได้ทุกคน
ณ อุดมมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา อาตมภาพขออัญเชิญพระพุทธภาษิตมากล่าว อ้างเป็นสัจวาจาว่า “พฺรหฺมาติ มาตาปิตโร” แปลความว่า “มารดาบิดาเป็นพรหมของบุตร” ด้วยเดชะสัจวาจานี้ของประชาราษฎร์ทั้งปวงจงสามัคคีร่วมใจกัน ในอันที่จะประพฤติตนเป็นลูกที่ดีเพื่อ “แม่แห่งชาติ” จักได้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงเบาพระราชหฤทัยว่าลูกไทยของพระองค์ล้วนมีสติสำนึกรู้อยู่ในคุณธรรม พร้อมเป็นกำลังของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์สืบไป ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และพระราชกุศลธรรมจริยา โปรดอภิบาลรักษาสมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัยเสด็จสถิตเป็นกำลังพระราชหฤทัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นมิ่งขวัญของอาณาประชาราษฎรตราบกาลนานเทอญ ขอถวายพระพร
ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ในฐานะรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ดังนี้ 1.การจัดพิธีทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศล ในวันที่ 12 ส.ค.2561 เวลา 07.00 น. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนกลางกำหนดจัดพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 243 รูป มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ขณะที่ส่วนภูมิภาคให้ทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในพิธี ในต่างประเทศให้สถานเอกอัครราชทูตจัดพิธีตามความเหมาะสม โดยให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน 2.การจัดปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลเป็นหน่วยงานหลัก ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2561 หรือตามความเหมาะสม ส่วนกลาง วัดที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดตามมติมหาเถรสมาคม ในเขตกรุงเทพมหานคร และ ณ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ส่วนภูมิภาค วัดที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดตามมติมหาเถรสมาคมทุกแห่ง สำหรับวัดไทยในต่างประเทศให้จัดปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติตามความเหมาะสม และ 3.การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ ถวายพระพรทุกการปกครองคณะสงฆ์
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางพัชรา ภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนม พรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 อย่าง สมพระเกียรติ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ โดยมีกิจกรรม ดังนี้
1.ส่วนกลางมีกิจกรรมในวันที่ 12 ส.ค. ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล เวลา 07.00 น. ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งจะนิมนต์พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 243 รูป มารับบิณฑบาต โดยสิ่งของและอาหารแห้งที่ได้รับบิณฑบาตนี้ จะนำ ไปมอบให้สถานสงเคราะห์ต่างๆ ต่อไป, พิธีถวายเครื่องราชสักการะ กำหนดจัดริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เวลา 18.00 น. ที่เวทีท้องสนามหลวง และในเช้าวันที่ 13 ส.ค. เวลา 08.00 น. จะจัดริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะไปทูลเกล้าฯ ถวาย ณ สวนจิตรลดา
เวลา 19.00 น. วันที่ 12 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ที่เวทีท้องสนามหลวง โดยโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยจะถ่ายทอดสดเพื่อประชาชนทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศร่วมถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ ในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคลในปีนี้ กำหนดให้ใช้เพลง “สดุดีพระแม่เจ้า” ซึ่งเป็นเพลงที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2523 จัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประพันธ์คำร้องและทำนองโดยนายทวี มาศมัณทนะ
2.ส่วนภูมิภาคและในต่างประเทศ มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเอกอัครราชทูตพิจารณาดำเนินการจัดพิธีและกิจกรรมในวันที่ 12 สิงหาคม 2561 ตามแนวทางการจัดงานของส่วนกลางอย่างสมพระเกียรติและเหมาะสม
ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดกิจกรรมและโครงการเฉลิมพระ เกียรติต่างๆ เช่น พิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, กิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” เพื่อการพัฒนาลำน้ำกับชีวิต บนวิถีแห่งความพอเพียง เพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชน โดยรัฐบาลร่วมกับภาคเอกชน และชุมชน ได้ร่วมกันกำจัดผักตบชวา การบำบัดน้ำเสียแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสาธิตผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผักตบชวาในช่วงเดือนส.ค., โครงการปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ วันที่ 11-13 ส.ค. ที่พุทธมณฑล และสำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศ และโครงการมหกรรม ผ้าไหมไทยสู่เส้นทางโลก ปีที่ 8 เป็นต้น