ตร.มะกัน ชี้คดี ‘แอ๋ม-อร’ 2นศ.สาวไทย ดับคาหอพัก ฆ่ากันเอง! พี่ชาย ยันไม่ใช่คู่รัก

2 น.ศ.สาวไทย ฆ่ากันเอง ตร.มะกัน ชี้เหตุเกิดในห้องปิด แถมไม่มีผู้ต้องสงสัย กระทรวงต่างประเทศ ระบุตัวนักศึกษาอีกคนคือ น้องอร เพื่อนสมัยเรียนของ น้องแอ๋ม ที่ไปต่อป.โทด้วยกัน ด้าน พี่ชายน้องแอ๋มไม่เชื่อทั้งคู่จะทะเลาะกันจนนำไปสู่การฆ่า เพราะเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เรียนนิติฯ ธรรมศาสตร์ ยันไม่ได้คบหาแบบชู้สาว 

จากกรณีเว็บไซต์สำนักงานตำรวจซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกา แจ้งว่าเวลา 09.30 น. ของเช้าวันที่ 4 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน รับแจ้งเหตุจากผู้จัดการอพาร์ตเมนต์มอลลอย เลขที่ 4423 ในเมืองซีแอตเทิลว่า ขอให้เข้าตรวจสอบห้องพักในอาคารหลังจากเพื่อนของนักศึกษาไทย 2 ราย ซึ่งขาดการติดต่อไปกว่า 72 ชั่วโมง โดยเมื่อเข้าไปตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิงไทย 2 ศพ ในสภาพถูกแทง ที่ร่างกายหลายแผล โดยหนึ่งในนั้นคือ น.ส. กรกมล หลีนวรัตน์ “น้องแอ๋ม” อายุ 25 ปี นักศึกษาปริญญาโท

2นศ.สาวไทย / ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 6 ก.ย. น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ได้รับการยืนยันอัตลักษณ์ศพแล้ว 1 คนว่าเป็น น.ส. ฐิฏิอร โชติช่วงทรัพย์ ส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายหนึ่งยังอยู่ระหว่างการชันสูตรศพ เบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตจึงไม่สามารถยืนยันข้อมูลได้ว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นเพราะถูกแทงหรือไม่ ทั้งนี้ ญาติของน.ส. ฐิฏิอรทราบเรื่องการเสียชีวิตแล้ว เมื่อมาติดต่อที่กรมการกงสุลกระทรวงก็พร้อมที่จะอำนวยความสะดวก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับน้องแอ๋ม น.ส. กรกมล หลีนวรัตน์ หนึ่งในผู้เสียชีวิต เป็นลูกสาวคนเล็กของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ หรือ เฮียย้ง อดีตรองนายกเทศมนตรี ทต.ธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรี ทต.ธัญบุรี และเป็นน้องสาวของนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ ส.จ.ปทุมธานี

โดยนายวีระศักดิ์ หลีนวรัตน์ พี่ชายน้องแอ๋ม กล่าวว่า ครอบครัวทุกคนอยู่ในความเสียใจอย่างมาก โดยเฉพาะคุณพ่อยังทำใจไม่ได้ อีกทั้งคุณพ่อมีสุขภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ตนและญาติๆ ต้องดูแลใกล้ชิด ส่วนเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับคดีในต่างประเทศ ทางครอบครัวไม่สามารถเดินทางไปได้ จึงให้พ่อนำหลักฐานยื่นกระทรวงการต่างประเทศ มอบอำนาจให้กับน้องสาวของพ่อในสหรัฐอเมริกาให้ดำเนินการทุกอย่างแทน รวมทั้งการส่งศพกลับมาเพื่อประกอบพิธี ทางศาสนาในประเทศไทย

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า ส่วนข่าวที่บอกว่าน้องแอ๋มติดต่อญาติว่าไม่ปลอดภัยนั้น ไม่เป็นเรื่องจริง อพาร์ตเมนต์ที่อยู่ก็มีระบบความปลอดภัยดี คนนอกเข้าไปไม่ได้ น้องแอ๋ม ติดต่อครอบครัว รวมทั้งแฟนหนุ่มที่อยู่ในประเทศไทยตามปกติ เช้าวันเสาร์ก็ยังโทรศัพท์คุยกับแฟนหนุ่ม แต่ช่วงบ่ายที่มีนัดกับเพื่อน ก็ไม่ได้ไป เช่นเดียวกับตอนเย็นที่ต้องไปทำงานร้านอาหารก็ไม่ไปอีก ครอบครัวจึง ขอให้เพื่อนไปแจ้งความตำรวจในวันอาทิตย์ เพราะเพื่อนที่ไปดูที่อพาร์ตเมนต์เข้าไปข้างในไม่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบก็พบน้อง แอ๋มกับเพื่อนเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุครอบครัวยังไม่ทราบแน่ชัด

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีการสันนิษฐานว่าเป็นปัญหาความหึงหวงหรือไม่นั้น ยืนยันว่าน.ส.ฐิฏิอร ซึ่งเป็นรูมเมตน้องแอ๋มนั้น รู้จักกันมาตั้งเรียนนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ โดยเป็นรูมเมตกันตั้งแต่ที่ยังเรียนอยู่ธรรมศาสตร์ แอ๋มเคยพามาให้ที่บ้านรู้จัก ซึ่งครอบครัวไว้ใจ เคยพาไปกินข้าวด้วยกันและไปมาหาสู่ตลอด ซึ่งครอบครัวไม่เชื่อว่าทั้งสองคนจะทะเลาะกันจนฆ่ากันตาย

“สำหรับประเด็นที่ทั้งคู่เป็นแฟนกันนั้น ครอบครัวก็ไม่เชื่อเช่นกันว่าแอ๋มคบกับเพื่อนคนนี้เป็นแฟน และเพิ่งเปิดตัวว่าคบกับแฟนหนุ่มคนปัจจุบันไปเมื่อ 2 เดือนก่อน ซึ่งทั้งคู่นั้นเป็นเพื่อนกันมากกว่า โดยสาเหตุการตายต้องรอเจ้าหน้าที่ทำการพิสูจน์ต่อไป”นาย วีระศักดิ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระศักดิ์ยังโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า “สำหรับน้อง แอ๋ม…ในความรู้สึกของพี่ เมื่อยามเป็นเด็ก หนูเป็นเทพธิดาองค์น้อยๆ ของพ่อ พอโตขึ้นมาก็เป็นนางฟ้าของครอบครัว เป็นคนจิตใจดี ร่าเริงแจ่มใส ฉลาด เก่ง มีความกล้า และเชื่อมั่นในตัวเองสูง อยากเรียนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ทำได้ น้องกับพ่อวางแผนกันไว้ว่า หนูเรียนจบแล้วจะขอไปเรียนเนติบัณฑิตไทยก็จบภายใน 1 ปี แล้วขอไปเรียนต่อปริญญาโทกฎหมายยังต่างประเทศ ก็สำเร็จมา 1 ใบ เดินทางต่อไปเพื่อเรียนต่ออีกใบ อีกเพียงแค่ 7 เดือนจะกลับมาสอบเป็นผู้พิพากษาสนามจิ๋ว… แต่สุดท้ายความตายที่พวกเราไม่เคยคาดคิดก็มาพรากหนูไปจากพวกเรา ทุกคนเสียใจ และเป็นทุกข์มาก ตลอดระยะเวลาที่หนูอยู่บนโลกนี้ 24 ปี 9 เดือน ช่างสั้นเหลือเกิน แต่คงถึงเวลาที่นางฟ้าต้องกลับสวรรค์ ไปเถอะนางฟ้าของพวกเรา” #แก้วตาดวงใจของครอบครัว…น้องแอ๋ม และมีอีกโพสต์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ครอบครัว น้องแอ๋มได้เดินทางไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยทางพี่ชายโพสต์รูปภาพและข้อความว่า อีก 8 เดือน ก็ได้ปริญญาอีกใบ…สู้ๆๆๆ

อีกด้านหนึ่งผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 44/10 หมู่ที่ 10 ซอยเพชรเกษม 114 ตำบลอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นที่อยู่ของน.ส.ฐิฏิอร หรือน้องอร ผู้เสียชีวิตอีกคน พบเป็นบ้านร้างที่มีการประกาศขาย/เช่า มีลักษณะเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น 4 คูหา ซึ่งจากการสอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียงเล่าว่า บ้านหลังนี้ประกาศขายตั้งแต่เมื่อประมาณปี 2554 หลังจากที่ประสบภัยน้ำท่วม

นางสำอางค์ เวคะวาทยานนท์ อายุ 67 ปี เพื่อนบ้านระบุว่า ครอบครัวนี้มีอยู่ด้วยกัน 6 คน มีพ่อแม่ ลูกสาว 2 คน และลูกชายอีก 2 คน ผู้ตายน่าจะเป็นลูกสาวคนโต โดยเมื่อตอนที่ยังพักอาศัยอยู่ที่นี่ ทั้งพ่อและแม่ก็เป็นคนที่มีอัธยาศัยดี ส่วนลูกๆ นั้นตนไม่ค่อยได้พูดคุยด้วย แต่ก็เห็นชอบมาเล่นกับหลานๆ ของตน ทั้งนี้ พอหลังจากที่เมื่อปี 2554 น้ำท่วมพื้นที่แถวนี้ ประกอบกับหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ทางครอบครัวนั้นก็ได้ย้ายออกไป ทราบว่าไปซื้อบ้านใหม่อาศัยอยู่แถวพุทธมณฑลสาย 2

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท. สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม.กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทย พบว่าน.ส.กรกมลเดินทางออกจากประเทศไทย ปลายทางสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2561 ส่วนน.ส.ฐิฏิอร โชติช่วงทรัพย์ เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้หลายครั้งเพื่อไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่มีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับคดีโดยตรง แต่ยืนยันว่า สตม.จะอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตหากประสงค์เดินทางไปสหรัฐอเมริกา

ด้านเว็บไซต์ฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยว่าหญิงทั้งสองอายุอยู่ในช่วงวัย 20-29 ปี หลังจากตรวจสอบเหตุการณ์นี้แล้วไม่พบว่าเป็นภัยต่อสาธารณะ และผลการชันสูตรเบื้องต้นที่ระบุว่าไม่มีผู้ต้องสงสัยเด่นชัด เป็นคำอธิบายที่ชี้ถึงว่าคดีนี้น่าจะเป็นการฆาตกรรมแล้วฆ่าตัวตาย สอดคล้องกับรายงานของเว็บไซต์ซีแอตเทิล แพตช์ ที่ระบุว่า ตำรวจแจ้งว่าในเหตุการณ์นี้ไม่มีคนร้ายหลบหนีไปแต่อย่างใด

ขณะที่แอนนา ซิเนมอน เพื่อนบ้านให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า “น่ากลัวมากที่ได้ยินข่าว เพราะว่าอยู่ใกล้ที่ที่ฉันอยู่มากค่ะ”

ด้าน ริชาร์ด จอห์นสัน เพื่อนบ้านอีกคนกล่าวว่า เหตุการณ์นี้ทำให้อึ้งและคิดไปได้ว่า นี่เราอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยอย่างที่คิดหรือไม่

ทั้งนี้ บรรดาผู้อาศัยในอพาร์ตเมนต์ต่าง พูดคุยกันถึงความรู้สึกตกใจและวิตกกังวล หลังจากที่ตำรวจแจ้งว่าพบศพ 2 สาวในอพาร์ตเมนต์ แต่ทางตำรวจฝ่ายสอบสวน มาร์ก เจมิสัน กล่าวว่า จะยังไม่เปิดเผยชื่อ ผู้ตายจนกว่าการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นสมบูรณ์

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กป้อม’ จ่อเรียกปรับทัศนคติ ‘พิชัย’ หลังบิ๊กตู่ว๊าก “ไอ้คนไม่มีผม บิดเบือน!”
บทความถัดไปสดจากเยาวชน : เยาวชนคนรักษ์น้ำ ร่วมปั้นอีเอ็มบอล