ร้อง ‘สกว.’ จัดการ ปมยืดอายุ อธิการบดี เกษียณ นั่งเก้าอี้ต่อ ฟันเงินเดือน 2.5 แสน ต้องใช้เงินค่าเทอมนักศึกษาจ่ายแทนเงินงบประมาณ
อธิการบดี – กรณีนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) หารือร่วมกับนายกสภามหาวิทยาลัย และอุปนายกสภามหาวิทยาลัย จำนวน 58 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับผลกระทบ ที่อาจจะส่งผลต่อสถาบันศึกษาของรัฐ ที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดี และที่อยู่ระหว่างกระบวนการเสนอแต่งตั้งบุคคลที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิกาษาให้เพิกถอนมติสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) กาญจนบุรี ในการประชุมครั้งที่ 11/2551 เมื่อวันที่ 30 พ.p. 2551 ที่แต่งตั้งนายปัญญา การพานิช ซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ เป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดีมรภ.กาญจนบุรี โดยวินิจฉัยว่า เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย
โดยเสียงที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่า พ.ร.บ.ได้กำหนดให้อธิการบดีจะต้องพ้นจากตำแหน่งได้ในกรณีใดบ้าง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการมีอายุ 60 ปี ขณะเดียวกันคำสั่งศาลจะมีผลผูกพันเฉพาะกรณีเท่านั้น และนายสุภัทร เตรียมเสนอ 4 แนวทางให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาแก้ไข ขณะที่ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์ และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) จี้ให้อธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปี แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งนั้น
วันที่ 18 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 ก.ย. นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ควรจัดทำแนวทางให้มีความชัดเจน จะมาอ้างว่าแต่ละแห่งมีพ.ร.บ.เป็นของตัวเอง คงไม่ใช่ เพราะ มรภ.ทุกแห่งต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันคือ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547
ดังนั้นจึงต้องมีจุดร่วมที่ชัดเจน ซึ่งสกอ.ต้องกล้าหาญฟันธงไปเลยว่า อายุ 60 ปีแล้ว เป็นอธิการบดีได้หรือไม่ได้ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า เรื่องอายุเป็นปัญหาที่ปลายเหตุ แต่เป็นตัวสะท้อนระบบธรรมาภิบาลภายในมหาวิทยาลัย ในส่วนของมร.สส.ไม่มีปัญหานี้ ส่วนหนึ่งเพราะวัฒนธรรมองค์กร อีกทั้งเรามีสภามหาวิทยาลัยที่มีธรรมาภิบาล และอดีตอธิการบดีที่ผ่านมา ก็มีสปิริตมากพอ สวนมหาวิทยาลัยอื่น ควรจะมีสปิริตด้วยหรือไม่นั้น ตนคงไม่แสดงความคิดเห็น เพราะอาจจะไปกระทบกับหลายส่วน
“เรื่องนี้ผมไม่อยากแสดงความคิดเห็นอะไรมาก เกรงจะไปกระทบหลายส่วน ซึ่งผมเองเห็นว่า อายุไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่สกอ.ต้องมีความชัดเจน การที่สกอ.และสภามหาวิทยาลัย บอกว่า อายุไม่ใช่ตัววัดคุณภาพการบริหารงานนั้น ก็มีส่วนถูก เพราะมหาวิทยาลัยที่มีอธิการบดี อายุ 60 ปีแล้วมีปัญหา มีอยู่ไม่กี่แห่ง บางแห่งคนอายุ 60 เข้ามาเป็นอธิการบดี เพราะเสียงของประชาคม ที่ยอมรับในการทำงาน ไม่ใช่สภามหาวิทยาลัย ขณะที่มหาวิทยาลัยที่มีปัญหาส่วนใหญ่ ก็มักจะมีปัญหาภายใน” นายฤๅเดชกล่าว
นายเชษฐา ทรัพย์เย็น ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มรภ.ธนบุรี ประธานกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลมหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทางกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลฯ ได้หารือ และมีแนวทางการดำเนินการต่างๆ แต่จะฟังคำตอบของนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก่อน ว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งที่ประชุมมีจุดยืนทางเดียว เพื่อรักษาระบอบนิติรัฐไว้ คือ ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด
หรืออย่างน้อย รัฐมนตรีว่าการศธ. ต้องใช้อำนาจตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรา 44 ข้อ 2 ในกรณีที่ปรากฏว่า การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษา กรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา หรืออธิการบดี ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการศธ.มีอำนาจยับยั้งการแต่งตั้ง หรือการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้
นายเชษฐา กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางที่ทางกลุ่ม รวมถึงที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์ และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) จะไม่รับและคัดค้านอย่างเต็มที่คือ การกดดันให้คสช.ใช้อำนาจม.44 ลบล้างคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำกัน และถ้ารัฐบาลนี้ทำ ก็ถือว่า เสื่อมอย่างมาก หรือออกแนวทางเพื่อยืนยันว่า คนอายุ 60 ปี ขึ้นไปสามารถเป็นอธิการบดีได้ โดยจะแจ้งไปยังสมาชิกเครือข่าย ทั้งในกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลฯ และกลุ่มทปสท. ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีปัญหา ให้ดำเนินการแจ้งความเอาผิดสภามหาวิทยาลัย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
“การที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งอธิการบดี ที่เกษียณอายุราชการแล้ว มาบริหารงาน เป็นการเพิ่มภาระปกครอง และนักศึกษา เพราะไม่สามารถนำเงินงบประมาณมาจ่ายเงินเดือนได้ ต้องใช้เงินของมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนได้จากการเก็บค่าเทอมของนักศึกษา อีกทั้งเงินเดือนของอธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปี ยังสูงกว่า อธิการบดีที่เป็นข้าราชการกว่าเท่าตัว
โดยทางทปสท. สำรวจอัตราเงินเดือนแต่ละแห่งพบว่า อธิการบดีที่อายุไม่ถึง 60 ปี ได้รับเงินเดือนอยู่ที่ 5 หมื่นบาท เงินประจำตำแหน่ง 3 หมื่นบาท และค่ารถค่าเดือนทางอีกประมาณ 3 หมื่นบาท รวมแล้วอธิการบดีที่อายุไม่ถึง 60 ปีได้เงินเดือนประมาณ 1 แสนกว่ากว่า ขณะที่อธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปี แต่ละแห่งตั้งเงินเดือนไม่เท่ากัน แต่รวมแล้วอยู่ที่ประมาณ 2.5 แสนบาท ซึ่งถือว่ามาก และที่สำคัญเป็นเงินที่ได้จากการเก็บค่าเทอมเด็ก” นายเชษฐากล่าว