จัดพิธีปักหมุด-ก่อสร้างพระเมรุมาศ ไม้ทองหลาง-พะยูง9จุด บวงสรวงขอพื้นที่วันนี้

หมุดพระเมรุ - เจ้าหน้าที่เทคนิค กรมศิลปากร เตรียมงานพิธีปักหมุดก่อสร้าง พระเมรุมาศรวม 9 จุด พร้อมบวงสรวง ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9 ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.


กรมศิลปากรจัดพิธีตรึงหมุด 9 จุด เผยเป็นพิธีขออนุญาตใช้พื้นที่สร้างพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และให้การดำเนินงานก่อสร้างเป็นไปด้วยความราบรื่น พล.อ.ธนะศักดิ์รองนายกฯ เป็นประธานปักหมุดไม้ทองหลาง พร้อม รมว. วธ.ราชเลขาธิการ เลขาธิการและรองราชเลขาธิการพระราชวัง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ปัก 8 หมุดไม้พะยูง ด้าน ผอ.กองประชา สัมพันธ์ กปร. เผยการสร้างอาคารนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาลฯ พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าชม 30 ธ.ค.นี้ เรือนจำภูเก็ตปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ล็อตแรก 147 คน

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ซึ่งเป็นวันที่ 73 ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ได้แก่ กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรมท่าอากาศยาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท รถไฟฟ้าร.ฟ.ท. จำกัด บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมศพ ทรงกราบหน้าพระบรมโกศพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 24 ธ.ค.

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวังเพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพในเวลา 23.22 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 53,561 คน รวม 55 วันมีจำนวน 2,244,757 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,379,903.75 บาท รวม 55 วันเป็นเงินทั้งสิ้น 178,903,679 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณท้องสนามหลวงพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศ ในวันที่ 26 ธ.ค. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีตรึงหมุดขออนุญาตใช้พื้นที่สร้างพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นการปักหมุดรวม 9 จุดก่อนการก่อสร้าง โดยประธานปักหมุดด้วยไม้ทองหลาง ส่วน ผู้ปักหมุดร่วมพิธีอีก 8 จุด ปักหมุดด้วย ไม้พะยูง ขนาดความกว้าง 3 เซนติเมตร ขนาดความยาว 30 เซนติเมตร

รายงานระบุว่า พิธีดังกล่าวเริ่มเวลา 15.35 น. พล.อ.ธนะศักดิ์ประธานในพิธีเดินทางมาถึงบริเวณพิธีท้องสนามหลวง เวลา 15.49 น. เริ่มพิธีบวงสรวง โดยประธานจุดธูปเทียนบูชาเครื่องสังเวยที่โต๊ะบวงสรวง พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบูลย์เวทย์บรมหงษ์ พรหมพงศ์ พฤฒาจาริย์ อ่านโองการบวงสรวง จากนั้นประธานและผู้ร่วมพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่เครื่องสังเวย เวลา 16.19 น. รองนายกรัฐมนตรีปักหมุดหลักที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมปักหมุดหลักที่ 2 ราชเลขาธิการปักหมุดหลักที่ 3 เลขาธิการพระราชวังปักหมุดหลักที่ 4 รองราชเลขาธิการปักหมุดหลักที่ 5 ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมปักหมุดหลักที่ 6 ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีปักหมุดหลักที่ 7 ปลัดกรุงเทพมหานคร ปักหมุดหลักที่ 8 นายเดโช สวนานนท์ ปักหมุดหลักที่ 9 พราหมณ์เป่าแตรสังข์ ให้สัญญาณปักหมุด หลังจากปักหมุดตามระดับที่วางไว้ ผู้ปักหมุดโปรยดอกไม้บริเวณโดยรอบเป็นอันเสร็จพิธี

นายชัยนันท์ พันธุ์ภคไพโรจน์ นายช่างสำรวจอาวุโส กรมศิลปากร กล่าวว่า พิธีตรึงหมุดเป็นพิธีการสำคัญเพื่อให้การทำงานในการก่อสร้างพระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นไปด้วยความราบรื่น เนื่องจากยังไม่เคยมีการก่อสร้างในพิธีการดังกล่าวมาก่อน

ด้านนางศิริพล ปาณิกบุตร ผู้อำนวยการ กองประชาสัมพันธ์สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เปิดเผยถึงความ คืบหน้าการสร้างอาคารนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาลเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่ามีความคืบหน้าร้อยละ 80-90 ทั้งโครงสร้างภายในและการปรับสภาพพื้นที่ภายนอกอาคาร รวมถึงเนื้อหา ซึ่งทุกฝ่าย ต่างเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ธ.ค.2559 ก่อนจะมีพิธีเปิดเพื่อให้ประชาชนเข้าชมภายในวันที่ 30 ธ.ค.

ทางด้าน พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส) เปิดเผยว่า ในการประชุมกอร.รส วันที่ 26 ธ.ค. จะหารือการเตรียมการรองรับประชาชนในการสวดมนต์ข้ามปีที่ท้องสนามหลวงในคืนวันที่ 31 ธ.ค.2559 รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณจุดคัดกรอง และการจราจร ทั้งนี้ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่เจ้าหน้าที่ยังคง ใช้มาตรการเดิมในการดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ไม่มีการเพิ่มกำลังพลหรือมาตรการเพิ่มเติมพิเศษแต่อย่างใด ในการรองรับประชาชนเข้ากราบพระบรมศพวันละกว่า 5 หมื่นคน และเข้าพื้นที่สนามหลวงวันละแสนกว่าคน

เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยา กาศโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวงยังคงมีประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคเดินทางมาต่อแถวเพื่อรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นจำนวนมาก

ที่เต็นท์อาหารพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ เยื้องกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยรวมอยู่ภายในศูนย์อาหารบริการประชาชน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษา พระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่างและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน ประกอบด้วย มื้อเช้าเวลา 07.00 น. ข้าวต้มกระเทียมหมูเห็ดหอม 2,500 ถ้วย กาแฟสดบาเรสต้า 2,500 แก้ว นมหนองโพ 2,500 กล่อง มื้อกลางวันเวลา 11.00 น. ข้าวคะน้าหมูกรอบ 1,000 จาน แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ราดข้าว 1,000 จาน ข้าวแกงกะหรี่ไก่ 1,000 จาน บะหมี่หมูแดง หมูกรอบ 1,000 จาน ข้าวไก่อบซอส 1,000 จาน มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง ข้าวเหนียวหมู ข้าวเหนียวไก่ 1,000 ชุด เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ถุง น้ำสมุนไพร 700 ลิตร มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวแกงเขียวหวานไก่ 1,500 จาน ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น 1,500 ชาม ไข่พระอาทิตย์ สลัดผักสดปูอัด 500 จาน นมซูเปอร์มิลค์ 1,000 ขวด นมข้าวโพด 1,000 กล่อง และ มีน้ำดื่มให้บริการตลอดทั้งวัน

ขณะที่เต็นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ ทรงมีรับสั่งให้มีหน่วยแพทย์พระราชทานมาดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน โดยวันนี้มีหน่วยแพทย์ พยาบาล และเภสัชกรจากโรงพยาบาลธนบุรี โรงพยาบาลสมุทรปราการ และโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ให้บริการ

วันเดียวกัน ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต นายสมคิด คำมั่ง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสแรกนับแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรีขึ้นทรงราชย์ สืบราชสันตติวงศ์

นายสมคิดกล่าวว่า เรือนจำจังหวัดภูเก็ตมีผู้ต้องราชทัณฑ์ที่อยู่ในข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษจำนวนทั้งสิ้น 1,590 คน ได้รับการปล่อยตัวในครั้งนี้จำนวน 147 คน แบ่งเป็นนักโทษชาย จำนวน 130 คน นักโทษผู้หญิง จำนวน 17 คน เป็นผู้ต้องขังชั้นดีถึงชั้นเยี่ยมที่ต้องโทษมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของอัตราโทษ ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังในคดีทั่วไป อัตราโทษไม่มากนัก อาทิ คดีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด คดีการกระทำความผิด เกี่ยวกับเพศ คดีการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรม คดีการกระทำความผิดเกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น

เวลา 19.19 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูเทวาพิทักษ์มายังเต็นท์มูลนิธิโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี บริเวณหน้าอาคารทำเนียบองคมนตรี ตรงข้ามประตูเทวาพิทักษ์ เพื่อประทานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 500 ใบ พร้อมอาหารและของว่าง ประกอบด้วย ขนมปัง 300 กล่อง ข้าวไก่ทอดและข้าวน้ำพริกปลาทู 400 ชุด น้ำเปล่า 300 ขวด ให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาสักการะและแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จมาถึง ประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จต่างเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง ในการนี้ทรงแย้มพระสรวลและมีพระปฏิสันถารกับประชาชนอย่างใกล้ชิด สร้างความปลื้มปีติ แก่ประชาชนอย่างยิ่ง

สวดมนต์ – พสกนิกรจำนวนมากร่วมกันสวดมนต์ บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย (อิติปิโส) รวม 89 จบ พร้อม จุดเทียน และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.
บทความก่อนหน้านี้‘เป่าเปา’จะรอดมั้ย!! ‘ลุงวู้ดดี้’มาเป็นพี่เลี้ยงให้หนึ่งวัน ‘กุ๊บกิ๊บ-บี้’แอบส่องถึงกับขำกระจาย(คลิป)
บทความถัดไปลดตายหมู่-เข้มบัส ทัวร์2ชัน ห้ามขึ้นดอย-ปีใหม่ 4อุทยานดังสั่งเด็ดขาด โคราชระดม-รับมือจร. “บิ๊กอวบ”เปิดฝากบ้านฯ “ไมค์ ภิรมย์พร”ร่วมด้วย