จะเอาเรื่องถึงที่สุดหากไม่ย้าย ครูจอมโหด ตบหน้าเด็กป.1 พ้นโรงเรียน ผู้ปกครองลั่นแม้มาขอโทษแล้วแต่ไม่ถอนแจ้งความจนกว่าจะย้ายครูพละที่ตบหน้าเด็กป.1 ถึง 4 ครั้งซ้อนจนเจ็บหนักไปที่อื่น ผู้บริหารร.ร.ระบุประสานให้ย้ายแล้ว ด้านครูมือตบขอโทษกระทำรุนแรง รับทำไปด้วยอารมณ์
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีครูสอนวิชาพลศึกษาโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ตบหน้าเด็กชายชั้นประถมศึกษาปี ที่ 1 วัย 7 ขวบ จนใบหน้าของเด็กบวมช้ำและมีอาการไข้สูง โดยผู้ปกครองของเด็กได้เข้าแจ้งความที่สภ.หน้าพระลาน แล้วนั้น
ล่าสุด รองผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังเกิดเหตุได้พยายามประสานพูดคุยกับผู้ปกครองเด็ก พร้อมทั้งได้ดำเนินการตามคำขอของผู้ปกครอง โดยให้ครูพละคนดังกล่าวย้ายสถานที่สอนชั่วคราว และได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว ซึ่งครูคนดังกล่าวเป็นครูอัตราจ้างขาดแคลน ขึ้นตรงกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรีเขต 1 โดยโรงเรียนจะได้ทำหนังสือประสานไปที่ต้นสังกัด
ด้าน นายพิเชษฐ์ (สงวนนามสกุล) ครูพละที่ตบหน้าเด็ก กล่าวว่า ยอมรับว่ากระทำรุนแรงกับเด็กนักเรียนเกินไป สาเหตุจากตนมีความฝังใจมาจากตอนเรียนชั้นประถมเหมือนกัน เคยถูกเพื่อนใช้ดินสอแทงบาดเจ็บ เมื่อมาพบเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันจึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ โดยตบหน้าเด็ก 4 ครั้ง ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำยายพร้อมเก็บหลักฐานไว้เบื้องต้นแล้ว อยู่ระหว่างประสานอัยการและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหากับครูพละ ต้องรอผลการตรวจสอบสวนทั้งหมดและหลักฐานจากแพทย์
ต่อมาผู้ปกครองของเด็กชายคนดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 28 ก.ย. หลานชายเล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ครูคนดังกล่าวกำลังสอนวิชาวาดเขียน ขณะนั้นหลานถูกเพื่อนที่นั่งข้างๆ เอานิ้วจิ้มตา หลานจึงใช้ดินสอแทงที่หัวของเพื่อนกลับ ครูพละเห็นเหตุการณ์พอดี ตรงเข้ามาตบหน้าหลานชาย 4 ครั้งซ้อนจนเซเกือบล้ม จากนั้นครูพละพยายามปฐมพยาบาลโดยไม่ส่งโรงพยาบาลหรือแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ ตนมา ทราบเรื่องในช่วงเย็นของวันเดียวกัน หลังจากที่หลานชายกลับมาถึงบ้าน มีอาการไข้ขึ้นสูง จึงพาไปโรงพยาบาลพระพุทธบาทและเข้าแจ้งความที่สภ.หน้าพระลาน
ผู้ปกครองเด็กชายกล่าวต่อไปว่า เวลาต่อมา รองผอ.และครูประจำชั้นพยายามไกล่เกลี่ยให้ถอนแจ้งความ แต่ตนไม่ยอม เนื่องจากครูพละที่ตบหน้าหลานไม่เคยมาขอโทษและมาถามอาการ สำหรับอาการของหลานยังมีไข้ และไม่กล้าไปโรงเรียน ตนได้พาไปพบแพทย์อีกครั้ง เพื่อให้แพทย์ตรวจรวมถึงเอกซเรย์ที่ศีรษะ โดยจะนำใบผลการตรวจมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน
ทางด้าน พ.ต.ท.ทัศนะ หอมทวนลม พนักงานสอบสวน สภ.หน้าพระลาน เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สอบสวนผู้ปกครองแล้ว และจะนัดให้อัยการและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพร่วมเข้าสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งจะออกหมายเรียกครูพละมารับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย ส่วนจะเข้าข่ายอาการสาหัสหรือไม่ ต้องรอผลจากแพทย์ประกอบสำนวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันครูพละคนดังกล่าว ผอ.โรงเรียน และรอง ผอ. เดินทางไปยังบ้านของเด็ก เพื่อขอขมาผู้ปกครอง ซึ่งเมื่อถึงบ้านนายพิเชษฐ์ได้เข้าไปยกมือไหว้และพยายามเล่าเหตุการณ์ แต่ผู้ปกครองเด็กกล่าวขึ้นก่อนว่า การกระทำของครูรุนแรงเกินไป ถ้าลงโทษด้วยการตีที่ขาหรือก้นจะไม่ว่าอะไรเลย นายพิเชษฐ์กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอยอมรับผิด เป็นจังหวะที่อารมณ์ปรี๊ดขึ้นสุดขีด
ผู้ปกครองของเด็ก กล่าวว่า ยอมรับคำขอโทษ แต่คดีความจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ ไม่ต้องการอะไร แต่เป็นเรื่องรับไม่ได้ ครูไม่มีสิทธิ์มาทำหลานรุนแรงขนาดนี้ ด้านการเรียน ยังอยากให้หลานเรียนที่เดิม โดยหากย้ายครูพละออกจากโรงเรียน ตนจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าไม่ย้ายก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด เนื่องจากเกรงว่าเด็กจะเกิดความกลัวครู