อิหม่าม เปิดใจหลังโดนร้อง เสียงดัง ยอมถอยให้ เชื่อ ระฆัง-ละหมาด เสียงแห่งธรรม
จากกรณีที่ สำนักงานเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ ส่งหนังสือลงวันที่ 2 ต.ค. ถึง เจ้าอาวาสวัดไทร ย่านพระราม 3 ระบุว่า ประชาชนแจ้งเรื่องร้องทุกข์ว่าได้รับความเดือดร้อน กรณีที่วัดไทร ทำการตีระฆัง ส่งเสียงดังรบกวน ตั้งแต่เวลา 03.30 น. – 04.00 น. เป็นประจำทุกวัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้พักอาศัยบนคอนโด จนออกหนังสือสั่งให้หยุดใช้เสียงเพื่อป้องกันความเดือดร้อนนั้น จากนั้น พบว่ายังมีการส่งหนังสือถึงมัสยิดบางอุทิศ เพื่อให้ลดการใช้เสียงการประกอบศาสนกิจลงด้วย
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่ มัสยิดบางอุทิศ ถนนเจริญกรุง ซอยเจริญกรุง 99 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร “ข่าวสดออนไลน์” ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ โดยพบกับ นายอนุสรณ์ องอาจ อิหม่าม ประจำมัสยิดบางอุทิศ ซึ่งพบว่าในวันนี้ก็มีการละหมาดตามปกติ โดยมีการใช้เสียงผ่านลำโพง แต่ไม่ดังนัก
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า มัสยิด แห่งนี้ เปิดมาประมาณ 200 ปี แล้ว อยู่ท่ามกลางชุมชน บริเวณโดยรอบส่วนใหญ่ก็เป็นคนนับถือศาสนาอิสลาม จะมีการประกาศเพื่อเชิญชวน ให้พี่น้องชาวมุสลิมมาละหมาด โดยการละหมาด ทางศาสนาอิสลาม เป็นพิธีกรรม เกี่ยวกับการนมัสการ ของศาสนาอิสลาม เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาที่คุณของพระผู้เป็นเจ้าและชำระจิตใจให้บริสุทธิ์
โดยจะมีการละหมาดทั้งหมด 5 ครั้ง แบ่งเป็นช่วงเวลา คือ 04.30 น. , 12.30 น. , 15.45 น. , 18.10 น. และ 20.10 น.ซึ่งเวลาละหมาด จะมีการสวดเรียก ออกเครื่องขยายเสียง ประมาณ 2-3 นาที เพื่อเป็นสัญญาณให้รับทราบว่าจะมีการละหมาดเกิดขึ้น เชิญชวนให้พี่น้องชาวมุสลิม ที่สะดวกให้มาละหมาดที่มัสยิด เช่นเดียวกับการตีระฆังของทางศาสนาพุทธ ที่เป็นสัญญาณให้พระสงฆ์ออกมาทำวัตรเช้าและบิณฑบาต
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ด้วยความที่มัสยิดแห่งนี้อยู่บริเวณใจกลางชุมชนและบริเวณโดยรอบอย่างนี้มัสยิด 2 แห่ง เมื่อถึงเวลาละหมาดก็จะทำพร้อมกันทั้งหมด จึงมีผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ทราบชื่อ ได้ ทำหนังสือร้องเรียนไปยังกรุงเทพมหานคร และทางกรุงเทพมหานครได้ส่งมายัง สำนักงานเขตบางคอแหลมเพื่อให้เข้ามาตรวจสอบความดัง
โดยสำนักงานเขตบางคอแหลมได้ส่งหนังสือมาลดเสียง ประมาณ 7-8 ครั้ง เมื่อทางเขตมาตรวจสอบจึงได้ขอความร่วมมือให้ทางมัสยิดลดเสียงละหมาดลง โดยทางมัสยิด ยินดีให้ความร่วมมือ เนื่องจาก สังคมในสมัยนี้เปลี่ยนไป อาจมีประชาชนจากที่อื่นมาอาศัยบริเวณใกล้เคียงกับมิสยิด เมื่อมีการละหมาด อาจทำให้ไม่เคยชินกับเสียง ซึ่งทางมัสยิดก็เข้าใจได้ จึงได้ลดระดับเสียงละหมาดให้อยู่ตาม มาตรฐานที่สำนักงานเขตแจ้งไว้ คือ ห้ามเสียงดังเกิน 10 เดซิเบล
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ทุกครั้งที่มีหนังสือร้องเรียนจากเขตทางมัสยิดจะนำหนังสือมาติดเพื่อเป็นสิ่งเตือนใจ ว่าอย่าทำเสียงดังมากจนเกินไป โดยหนทางการแก้ไขปัญหานี้ คือ การใช้ความเข้าใจอยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ต่างคนต่างศาสนามีการนับถือที่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องไม่ทำให้ผู้อื่นที่ต่างศาสนาเดือดร้อน แต่ภายหลังจากการแก้ไขปัญหาเสียง ได้ลดลง ตามมาตรฐานของเขตที่แจ้งไว้แล้ว ก็ยังคงมีการเรียกร้องมาบ่อยครึ่ง ซึ่งทางมัสยิดก็ได้ทำใจ และ ยังปฏิบัติตามกฎที่ถูกต้องต่อไป
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า โดยหลังจากที่มีกระแสข่าว มีบุคคลร้องเรียนว่าวัดไทร ตีระฆังเสียงดังนั้น ตนอยากจะฝากถึงบุคคลที่ไม่เข้าใจว่า ในประเทศไทย เป็นสังคมของพุทธศาสนา วัฒนธรรม สิ่งเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงระฆัง จากวัด หรือเสียงละหมาด จากมัสยิด นั้น คือเสียงแห่งธรรม เป็นเสียงที่นำไปสู่ถึงความดีงาม แต่เมื่อจิตใจของมนุษย์ลงไปสู่ที่ต่ำ ก็ไม่สามารถเห็นคุณงามความดีของศาสนาได้ เพราะทุกศาสนาต่างสอนให้ทุกคนเป็นคนดี
ต่อมา ‘ ข่าวสดออนไลน์ ‘ ได้ลงพื้นที่ไปสอบถามความเห็นเห็นของประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวก มัสยิดบางอุทิศ ถึงกรณีที่มีคนร้องเรียนว่ามีการละหมาดเสียงดังนั้น
ประชาชนท่านหนึ่ง กล่าวว่า ตนเป็นคนจีน นับถือศาสนาพุทธ และอาศัยอยู่ใกล้กับมัสยิดนี้มานานกว่า 60 ปี ได้ยินเสียงละหมาดทุกเช้า เข้าใจได้ว่า การละหมาด คืออะไร จึงไม่ได้มีผลกระทบอะไร และเข้าใจว่าแต่ละศาสนามีความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ในทุกๆที่ย่อมมีความแตกต่าง แต่เราจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและสังคมที่เราอยู่
_________________________________________________




