พันศักดิ์-นักอุ้มฆ่า จนมุมตร. พร้อมปืนยิงเสี่ยปั๊ม พบพัวพันอีก 5 คดีใหญ่
อ้างแค่หาอาวุธ-ไม่ได้ลงมือ ระบุ”เสี่ยท้ง”เป็นผู้จ้างวาน บิ๊กอวบ-ไม่เชื่อคำให้การ เตรียมเค้นอีกใครลั่นไก
จนมุมที่ระยอง”พันศักดิ์ มงคลศิลป์”อดีตตำรวจจอมอุ้มฆ่า ถูกกองปราบฯตามไปรวบตัวได้แล้วในรีสอร์ต พร้อมเมียที่หลบหนีไปด้วยกันหลังก่อเหตุ นำตัวให้ผบก.ป.สอบเครียด เบื้องต้นให้การรับสารภาพเป็นคนจัดหามือปืน ไม่ได้ลงมือเอง ซัด”เสี่ยท้ง”คนจ้างวาน ได้ค่าจ้างนับแสนในคดียิงดับเสี่ยปั๊มน้ำมันกลางเมืองสระแก้วเมียเจ็บสาหัส เผยนาทีจับทีมสืบสวนสืบจากสัญญาณมือถือพบกบดานบริเวณดังกล่าว จึงวางแผนเข้าจับกุม
อ่านข่าว ด่วน! ตร.บุกจับแล้ว พันศักดิ์ มือปืนฆ่าเสี่ยปั๊มสระแก้ว จนมุมที่ระยอง
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 12 ต.ค.ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วยพ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2.บก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ ศรีพิณเพราะ รองผกก.2.บก.ป. พ.ต.ท.ปกรเกียรติ พงษ์ธนนิกร พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2.บก.ป. พร้อมกำลังได้นำตัวนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อายุ 62 ปี อดีตตำรวจยศพ.ต.ท.จอมอุ้มฆ่า พร้อมนางธนพร สุขโขจัย อายุ 50 ปี สอง ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มาสอบสวน หลังจับกุมตัวได้ที่รีสอร์ตครัวใหญ่ ต.ละหารไร่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
หลังสอบปากคำอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง พ.ต.อ.จิรภพ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุสังหารนายประชา วรทัด อายุ 52 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมันศรีสุวรรณรุ่งเรือง ถนนเทศบาล 6 อ.เมือง จ.สระแก้ว จนเสียชีวิต และยิงนาง ปาลิดา วรทัด อายุ 50 ปี บาดเจ็บสาหัส เหตุ ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ตนก็สั่งการให้ทีมสืบสวนของกองปราบฯ ออกติดตามจับกุมคนร้ายผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด
พ.ต.อ.จิรภพกล่าวต่อว่า จากนั้นทีมสืบสวนได้เบาะแสจากการตรวจสอบประวัติเพื่อนของนายพันศักดิ์ ในขณะที่อยู่ภายในเรือนจำขณะต้องโทษคดีฆ่าแม่-ลูกศรีธนะขัณฑ์ จนทราบว่ามีพรรคพวกอยู่ที่อ.ปลวกแดง จึงได้ส่งทีมเข้าตรวจสอบตามรีสอร์ตต่างๆ จนพบว่านายพันศักดิ์พร้อมนางธนพรหลบหนีมาอยู่ที่รีสอร์ตดังกล่าวหลายวันแล้ว โดยตัวผู้ต้องหาจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องพัก โดยให้นางธนพรออกมาสั่งอาหารและคอยรับอาหารเท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบพิกัดแน่นอนจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและเข้าจับกุมดังกล่าว ได้ตั้งแต่เมื่อเวลา 13.00 น.วันเดียวกัน จากการตรวจค้นห้องพักยังพบอาวุธปืน ขนาด .380 และกระสุนปืนอีก 13 นัด ผู้ต้องหารับสารภาพด้วยว่าเป็นอาวุธปืนของกลางด้วย จึงได้ควบคุมตัวนำกลับมาสอบสวนที่กองปราบปราม
รรท.ผบก.ป.กล่าวต่อว่า เบื้องต้นนาย พันศักดิ์ให้การรับสารภาพ ว่าได้รับการว่าจ้างจากนายดำรงฤทธิ์ กิตติวราภรณ์ หรือเฮียท้ง อายุ 66 ปี ผู้ต้องสงสัยในคดีจ้างวานฆ่านายประชา ซึ่งจมน้ำเสียชีวิตไปแล้วที่จ.อำนาจ เจริญ ในราคาหลักแสนบาท เพื่อให้จัดหามือปืนมายิงนายประชา โดยนายพันศักดิ์อ้างว่าไม่ได้เป็นคนลงมือยิงเอง แต่เป็นคนจัดหาปืนมาให้มือปืนที่รับช่วงต่ออีก 2 คนไปลงมือ ผู้ต้องหาให้การด้วยว่าสาเหตุที่รับงานนี้ ก็เพราะสนิทสนมกับเฮียท้ง มาตั้งแต่ตอนที่รับราชการตำรวจอยู่ และเคยหยิบยืมเงินกันเป็นประจำ รวมทั้งยังได้รับการช่วยเหลือเรื่องเงินระหว่างต้องโทษ และระหว่างหลบหนีคดีอีกด้วย
พ.ต.อ.จิรภพกล่าวต่อว่า สำหรับคำให้การของผู้ต้องหา ทางตนยังไม่ปักใจเชื่อ แต่เมื่อให้ข้อมูลว่าใครเป็นคนรับงานต่อ ก็จะต้องขยายผลการสอบสวนต่อไป ส่วนสาเหตุการตายของเฮียท้ง นั้น ตนยังได้สั่งให้พ.ต.อ. บุญลือ เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ถึงแม้ว่าจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนน่าเชื่อว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากอาจจะสำนึกผิดในเรื่องที่เกิดขึ้นก็ตาม หลังจากนี้จะขยายผลในเรื่องต่างๆ ตามที่ผู้ต้องหาให้การไว้ ส่วนตัวนายพันศักดิ์และภรรยาหลังการสอบสวนเสร็จสิ้นก็จะประสานให้ตำรวจสภ.สระแก้ว มารับตัวไปดำเนินคดีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสาเหตุความขัดแย้งระหว่างนายดำรงฤทธิ์ หรือเสี่ยท้ง กับนายประชา และนางปาลิดา ภรรยา เนื่องจากมีมูลเหตุความขัดแย้งเกิดมาจากเรื่องสิทธิ์ในปั๊มน้ำมันศรีสุวรรณรุ่งเรือง ซึ่งก่อนหน้านี้ปั๊มน้ำมันดังกล่าวเป็นของเสี่ยท้ง แต่ระหว่างนั้นกิจการไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ เสี่ยท้งจึงได้ปล่อยให้นายประชาเข้ามาดำเนินการแทน และซื้อกิจการต่อในภายหลัง เพราะประสบผลสำเร็จ กิจการเจริญก้าวหน้ามาตลอด
เมื่อเสี่ยท้งเห็นว่าปั๊มน้ำมันที่ขายไปกิจการดีขึ้นก็เลยติดต่อกับนายประชา เพื่อจะขอซื้อปั๊มน้ำมันดังกล่าวกลับคืนมา แต่ผู้ตายไม่ยอมขายคืนให้ เพราะเห็นว่าประสบผลสำเร็จ ก่อนจะกลายเป็นเรื่องบาดหมาง ซึ่งเสี่ยท้งก็ถึงกับเคยเอ่ยปากขับไล่ผู้ตายและครอบครัวให้ออกไปจากพื้นที่ของตน แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมขายกิจการคืนให้ สุดท้ายเสี่ยท้งก็นำเรื่องไปปรึกษากับนายพันศักดิ์ ที่เห็นว่าเสี่ยท้งนั้นเป็นผู้มีพระคุณกับตน เพราะคอยดูแลกันมาตลอด สุดท้ายก็เลยรับงานส่งทีมสังหารนายประชากับนางปาลิดาในที่สุด ซึ่งคดีนี้พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ไปตรวจสอบเร่งรัดคดีหลังเกิดเหตุ
โดยหลังจากจับกุมนายพันศักดิ์ได้ดังกล่าว พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ จะลงไปตรวจสอบคดีเองอีกครั้ง เนื่องจากยังไม่เชื่อคำให้การที่อ้างว่าไม่ได้ลงมือยิง เพราะขัดกับพยานหลักฐาน ที่ตำรวจสืบทราบก่อนหน้านี้ ซึ่งชี้ว่าคนร้าย ที่บุกเข้าไปยิง แม้อำพรางใบหน้า แต่น่าจะเป็นนายพันศักดิ์นั่นเอง จนนำมาสู่การออกหมายจับและจับกุมได้ดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพันศักดิ์ถูกจับเมื่อเวลา 13.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่ครัวคลองใหญ่ รีสอร์ท ต.ละหาร อ.ปลวกแดง ซึ่งตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ โดยนำหมายจับแสดงต่อเจ้าของรีสอร์ต หลังจากเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือพบว่ามาอยู่ในบริเวณดังกล่าว
พนักงานที่ร้านเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพของนายพันศักดิ์ให้ดู ซึ่งตรงกับแขกที่มาพักที่ห้องหมายเลข 1 ของรีสอร์ต ทางตำรวจจึงวางแผนให้นำข้าวไปส่งที่ห้อง พร้อมกับนำกำลังซุ่มไว้โดยรอบห้อง หลังจากที่ประตูห้องเปิดตำรวจจึงพุ่งเข้าชาร์จจับตัวนายพันศักดิ์ พร้อมด้วยภรรยา ที่พักอยู่ในห้องเดียวกัน ก่อนจะรีบนำตัวขึ้นรถและออกจากรีสอร์ตมุ่งหน้ากรุงเทพฯทันที
จากการสอบถามทราบว่า ก่อนที่ผู้ต้องหาทั้งสองจะมาพัก ได้มีคนมาจองห้องพักไว้ 3 คืน โดยเข้าพักเมื่อวันที่ 10 ต.ค. โดยมากันสองคน และจะพักต่ออีกหนึ่งคืน แต่มาถูก จับก่อน
สำหรับนายพันศักดิ์ ถูกดำเนินคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีชื่อเข้าไปพัวพันกับการอุ้มฆ่าอื่นๆ อีก 4 คดี ได้แก่ คดีอุ้มฆ่า ส.ท.สมเกียรติ น้อยเล็ก มือปืนชื่อดังของภาคตะวันออก, คดีอุ้มฆ่ากำนันประเชิญ บุญปราโมทย์, คดีอุ้มฆ่า นางตรีนุช บุญทวี ภรรยาของ ส.จ.ปราจีนบุรี ที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของอดีตแฟนสาว อีกทั้งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอุ้มฆ่าหัวหน้าแขวงการทางพิเศษ จ.ปราจีนบุรี ที่มาติดพันแฟนสาวของตนเอง
สำหรับคดีฆาตกรรมสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ นายพันศักดิ์ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ศาลจึงลดหย่อนโทษให้เหลือโทษจำคุก 40 ปี และได้รับการลดหย่อนโทษเรื่อยมา จนกระทั่งพ้นโทษเมื่อปี 2555 และประกอบอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง
แต่หลังจากพ้นคุกออกมาได้ปีเดียว นายพันศักดิ์ถูกจับกุมอีกครั้ง เนื่องจากเข้าไปมีส่วนพัวพันกับคดีอุ้มฆ่าเผาเสี่ยอ้วน โรงเกลือ หรือนายชัยชนะ หมายงาน นักธุรกิจค้าขายชายแดนไทย-กัมพูชา และล่าสุดถูกระบุว่าเป็นมือลั่นไกยิงนายประชาและภรรยาเจ้าของปั๊มน้ำมันกลางเมืองสระแก้ว และถูกกองบังคับการปราบปรามตามล่าตัวและจับกุมในขณะนี้