เทศกิจมอบตัว-รับสิ้นคุมทีมโกงสอบตำรวจ พบคนทำผิด 300 กว่าคน แจงอาจไม่ยกเลิกผลสอบ

จนท.เทศกิจต้องสงสัยเป็นหัวโจกขบวนการทุจริตสอบนายสิบตร. ในส่วนของบช.น. พร้อมทนายมอบตัวสน.พหลโยธิน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. รุดสอบด้วยตนเอง ก่อนเผย เจ้าตัวสารภาพ รับทำคนเดียว ไม่เกี่ยวกับการสอบที่ภาค 7 ตร.แจ้ง 3 ข้อหา เตรียมคุมตัวส่ง ฝากขังพร้อมคัดค้านประกันตัว ด้านรองผบช.น.เผย ยังไม่ออกหมายจับใครเพิ่ม เบื้องต้นพบมีผู้กระทำผิด 300 กว่าคน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. แจงอาจไม่ยกเลิกผลสอบ เพราะไม่พบจนท.เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ให้กระทบสิทธิ์คนที่เข้าสอบอย่างสุจริต อาจเลื่อนตำแหน่งสำรองขึ้นมา ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบรายชื่อ 51 มือปืนที่รับจ้างทำข้อสอบ พบไปโผล่สอบตามสนามสอบต่างๆ ทั้งไปรษณีย์,จ่าอากาศ, นักเรียนนายสิบอีกด้วย

จากกรณีพบการทุจริตในการสอบข้อเขียน คัดเลือกบุคคลภายนอกเป็นนายสิบตำรวจ ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในสนามสอบที่รามคำแหง หัวหมาก เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ปลายปีที่ผ่านมา ชี้พิรุธมีทั้งน.ศ.แพทย์ ทันตะ วิศวะ ร่วมสอบ ถูกจ้างมาเป็นมือปืนเฉลยคำตอบ ได้ค่าจ้าง 2-3 หมื่น โดยมีข้าราชการ กทม.อยู่เบื้องหลัง เรียกเก็บคนเข้าสอบหัวละ 5 แสน โดยพล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. เรียกประชุมพร้อมมีมติให้เสนอตร.ให้ยกเลิกผลการสอบทั้งหมด พร้อมทั้งให้พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศฝร.บช.น. นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ที่ทุจริต ที่ สน.พหลโยธิน ใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาอั้งยี่ที่มีการรวมตัวกันกระทำผิดทางอาญา, แจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน และความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2) กรอกข้อมูล อันเป็นเท็จเข้าไปในคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 346 ราย และพบว่าน่าจะมีบุคคลเข้าข่ายกระทำผิดอีก 178 รายตามที่เป็นข่าวไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่ สน.พหลโยธิน นายจิระพจน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่สำนักเทศกิจ เขตปทุมวัน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยเป็นตัวการใหญ่ พร้อมทนายเดินเข้ามอบตัวกับทางพนักงานสอบสวน โดยมีพล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน ผกก.ศฝร.บช.น. พ.ต.อ.ณรัช มูลศาสตรสาทร ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ ใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 1 ชั่วโมง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิระพจน์เดินทาง มาให้ปากคำ โดยสวมหมวก และมีผ้าปิดปากปิดบังใบหน้า ขณะเดียวกันมีผู้สื่อข่าว หลายสำนักเฝ้ารอทำข่าวจำนวนมาก ซึ่งนาย จิระพจน์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ทั้งนี้ ระหว่างพนักงานสอบสวนสอบปากคำนายจิระพจน์นั้น พบว่าเจ้าตัวมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำในเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่ดำเนินการเพียงคนเดียว สำหรับรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งศาล เบื้องต้นคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากการ กระทำดังกล่าวกระทบต่อปัญหาสังคม หากต้องการประกันตัวต้องประกันในชั้นศาล และเป็นดุลพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ขณะนี้ไม่อยากระบุตัวเลขหรือบุคคลว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง เพราะข้อมูลเหล่านี้จะต้องรอพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดเสียก่อน ยืนยันจะทำเรื่องดังกล่าวให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่าเชื่อมโยงไปถึงใครก็จะดำเนินคดีทั้งหมด และจะต้องไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เพราะ การสอบนั้น จะมีอยู่ในทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ข้าราชการ หรือองค์กรปกครองท้องถิ่น จึงต้องทำลายขบวนการทุจริตให้หมดสิ้นเพราะเป็นการเอาเปรียบคนที่เขามีความมุ่งมั่นตั้งใจ เบื้องต้นทางการสืบสวนเชื่อว่าการทุจริตดังกล่าวน่าจะเชื่อมโยงกับการสอบของหน่วยงานอื่นๆ เช่นกัน และหากพบก็จะต้องดำเนินคดีทันที

“นายจิระพจน์อ้างว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว แต่ทราบว่ามีอีกหลายกลุ่มที่ทำในลักษณะเดียวกัน โดยทำมาประมาณ 1 ปี ได้เงิน ต่อรายประมาณ 300,000-400,000 บาท และที่เลือกกระทำการดังกล่าวเนื่องจากนาย จิระพจน์ทำงานอยู่ย่านปทุมวัน เป็นย่านที่มีนักเรียนไปติวหนังสือเพื่อเข้าสอบนายสิบจำนวนมาก จึงไปทำความรู้จักและเสนอตัวด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามสำหรับข้อมูลที่นายจิระพจน์ให้มายังต้องตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการสอบนายสิบ ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ด้วยหรือไม่นั้น ขอยังไม่เปิดเผย” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ด้านพล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า ขณะนี้ได้สอบปากคำไปทั้งหมด 12 ปากแล้ว ซึ่งในกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกกว่า 50 รายนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับใครเพิ่มเติม เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัด โดยส่วนใหญ่ที่เรียกมา สอบนั้นเป็นผู้ที่อยู่ในห้องสอบ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี ผู้กระทำความผิด 300 กว่าคน

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าชุดสืบสวนพบพฤติกรรมความเชื่อมโยงของกลุ่มขบวนการทุจริตการสอบนายสิบในครั้งนี้ว่ามีนายจิระพจน์ เป็นตัวการ โดยจะติดต่อกลุ่มนักเรียนที่มีผลการเรียนดีตามสถาบันกวดวิชาต่างๆ โดยอ้างว่าให้มาติวให้กับผู้ที่ต้องการที่จะสอบบรรจุเข้ารับราชการ แต่เมื่อถึงเวลากลับให้ทำหน้าที่เป็นมือปืนรับจ้าง เข้าสอบเพื่อเฉลยคำตอบ โดยได้ค่าตอบแทนครั้งละ 5,000-20,000 บาท ทั้งนี้จากการตรวจสอบรายชื่อกลุ่มมือปืนรับจ้างทั้ง 51 ราย ที่แนวทางการสืบสวนเชื่อว่าอยู่ในขบวนการทุจริตสอบดังกล่าวนั้น ก็ไปปรากฏชื่อ ในสนามสอบต่างๆ ที่หน่วยงานรัฐเปิดขึ้น เช่น การสอบบรรจุเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์, จ่าอากาศ, นักเรียนนายสิบ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการสอบบรรจุโดยใช้วุฒิการศึกษาระดับชั้น ม.6

ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 11.40 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีพบทุจริตการสอบนายสิบตำรวจ ว่า พล.ต.อ. เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รรท.รองผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบการสอบนายสิบ ได้รายงานให้ตนทราบแล้ว เบื้องต้นพบการทุจริตสอบในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค (บช.ภ.)7 เป็นลักษณะการทุจริตคล้ายๆ กัน แต่ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ การออกหมายจับก็อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนจะให้ 2 กองบัญชาการนี้พิจารณายกเลิกการสอบหรือไม่ ต้องรอความเห็นจากทางกองบัญชาการที่พบการทุจริตก่อน และ จะต้องนำเข้ากระบวนการพิจารณา ของตร.ด้วย เรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เดชณรงค์ เป็นประธาน ให้กองบัญชาการศึกษา(บช.ศ.) และฝ่ายกฎหมายเข้ามาเป็นกรรมการร่วมตรวจสอบ ขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิกผลการสอบ

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวอีกว่า ครั้งนี้ไม่ได้พบการทุจริตจากเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาที่มีการยกเลิกเพราะพบว่ามีข้อสอบรั่ว เจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ครั้งนี้เป็นการกระทำความผิดของผู้สอบ ซึ่งมีหลักฐานปรากฏชัดเจนอยู่แล้ว สมมติว่าพบตัวผู้กระทำความผิด ทุจริต หรือโกง ถ้าพบการทุจริต 50 ตำแหน่ง ตำแหน่งสำรองก็มีอยู่แล้ว เรื่องนี้ต้องแยกแยะและพิจารณารอบคอบทุกมิติ ทุกอย่างพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง ตรงไปตรงมา คนสมัครที่นครบาลมีประมาณ 13,000 คน รอบแรกรับ 1,800 คน รอบที่สองรับ 1,000 คน ก็ต้องให้สิทธิ์คนอื่นเขาด้วยไม่ใช่ไปตัดสิทธิ์ คนเขาตั้งใจสอบอย่างโปร่งใสเขาเสียเงินเสียทองสมัครมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสอบปากคำนายจิระพจน์อย่างละเอียดเพื่อขยายผล โดยคาดว่าจะใช้เวลาตลอดทั้งคืนนี้ ก่อนจะเตรียมนำตัวไปชี้จุดสถานที่ต่างๆ ตามคำรับสารภาพในวันพรุ่งนี้ จากนั้นจึงจะนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังต่อไป