“น้องหมวย”โต้หนุ่ม ปมโวยลวง”โอนไว” ยันไม่ได้หลอก เผย คบหาจนเกือบใช้ชีวิตคู่ ยอมรับผิดที่ใช้รูปคนอื่น เพราะมีปมหน้าตาไม่สวย เหยื่อสาวหลอกโอนเงิน โผล่อีกที่ร้อยเอ็ด เสี่ยหนุ่มแฉโดนสาวอ้างเป็นพนักงานแบงก์ ขอเป็นเพื่อนผ่านเฟซบุ๊ก หลังคุยไม่นานก็เริ่มยืมเงิน จากหลักพันเป็นหลักหมื่น รวมกว่า 80 ครั้ง สูญกว่าล้าน

จากกรณีคดี “นัทโอนไว” ที่ถูกสาวมิจฉาชีพ ใช้รูปคนอื่นมาสร้างโปรไฟล์หลอกเงิน ต่อมามีหนุ่มผู้เสียหายทยอยออกมาเปิดเผยเรื่องที่ถูกสาวหลอกโอนเงิน โดยหนุ่มรายหนึ่งระบุว่า มีสาวชื่อ “หมวย” ใช้รูปนางแบบไต้หวันมาทำ โปรไฟล์ พร้อมอ้างว่าทางครอบครัวมีฐานะร่ำรวย มีญาติเป็นนายตำรวจชั้นสูง เพื่อหลอกให้โอนเงิน กว่า 500,000 บาท ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

หนุ่มโอนไว / ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 30 พ.ย. น.ส. หมวย (นามสมมติ) อายุ 24 ปี เปิดใจถึงกรณีถูกหนุ่มแฉทำโปรไฟล์หลอกโอนเงิน ว่า ตนมี อาชีพเป็นฟรีแลนซ์ เกี่ยวกับการซื้อขายที่ดิน หลังจากเป็นข่าวทำให้ส่งผลกระทบต่องานอย่างมาก ทางญาติพี่น้องต่างก็โทร.มาหา ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันจริงหรือไม่ ตนคงพูดได้เพียงว่ามันไม่เป็นความจริง

น.ส.หมวยกล่าวว่า ตนกับหนุ่มคนดังกล่าว มีความสนิทสนมกันพอสมควร โดยรู้จักกันผ่านแอพพลิเคชั่น “สเกาต์” (skout) ในขณะนั้น ตนใช้รูปคนอื่นจริง โดยใช้นามสมมติชื่อ “ฟ้า” และได้ใช้รูปโปรไฟล์นั้นจริง เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นดังกล่าว

ตนยอมรับว่าตนเหงาเพราะสังคมทุกวันนี้ มองกันที่หน้าตา คุยกันผ่านแอพฯ นี้ได้ประมาณ 1 เดือนก็แลกไลน์กัน ก่อนจะนัดเจอกันและทราบว่าตนไม่ใช่คนในรูป แต่ฝ่ายชายได้ตัดสินใจคุยกันก่อนจนสนิทสนมกัน และมาเช่าห้องอยู่คนละห้องภายในหอเดียวกัน

ระหว่างคบหาก็มีใช้จ่ายเงินร่วมกัน ทั้งกิน เที่ยว ทุกอย่าง แต่ส่วนใหญ่นั้นตนจะเป็นคนจ่ายเงินมากกว่าเสมอ เงินเก็บที่มีอยู่เริ่มหมดลงเพราะไม่มีงานทำ ยอมรับว่ามียืมเงินฝ่ายชายบ้าง ส่วนใหญ่ก็มาใช้กินใช้จ่ายกัน

น.ส.หมวยกล่าวอีกว่า ส่วนเงิน 5 แสน ที่ฝ่ายชายอ้างว่าตนโกงมานั้นไม่เป็นความจริง ในขณะที่คบกันนั้น ตนได้ออกเงินให้ก่อนในหลายครั้ง เช่น การใช้เงินกลับบ้านบ้างหรือแม้กระทั่งการที่ฝ่ายชายต้องเอาเงินให้แม่เป็นประจำทุกเดือน ซึ่งตนคบกับฝ่ายชายจริงๆ คบกันแบบลับๆ ก็เลยยอมจ่ายให้ก่อนเสมอ เมื่อถึงช่วงที่ไม่มีเงินก็ทวงเงินไป ทางฝ่ายชายก็โอนมาให้ แต่ไม่ถึง 5 แสน

น.ส.หมวยกล่าวต่อว่า ส่วนเงินอีกส่วนที่ว่า ตนจะให้ยืมกว่า 10 ล้านบาทนั้น เป็นเงินตนจะขายที่มรดกจากแม่ แต่ฝ่ายชายได้มากดดัน จึงตัดสินใจไม่ขายที่ดินตรงนั้น ยืนยันว่าได้คุยกันจริง และเคยเกือบจะได้ใช้ชีวิตคู่กันจริง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนอยู่ในสถานะอะไร แต่เวลาที่ตนไปบ้านฝ่ายชาย ทางบ้านก็จะคิดว่า เราเป็นแฟนกันเสมอ

น.ส.หมวยกล่าวด้วยว่า โปรไฟล์ดังกล่าวไม่ใช่ตัวเอง และไม่ได้ตั้งใจที่จะทำ ถ้าตั้งใจจะไปบอกทำไม ว่านั่นไม่ใช่รูปตัวเอง ตนก็มีสามัญสำนึก จึงบอกเขาไป ส่วนเรื่องโปรไฟล์ที่บอกว่าเป็นเลขาฯ คุณฟ้านั้น มันก็คือโปรไฟล์อันเก่า ที่ติดอยู่แบบนั้น

ก็อยากจะบอกว่าตนเคยผิดพลาดมาแล้ว ตนเป็นคนมีปมด้อยที่หน้าตา แต่คนหน้าตาไม่ดีก็ไม่มีใคร เขาอยากคุยด้วยอยู่แล้ว ตนเหงา ตนไม่ได้ผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ ตนผิดเพียงครึ่งหนึ่ง ฝ่ายชายก็ผิดครึ่งหนึ่งเขาก็มีส่วนที่หลอกลวง การทำงาน ล่าช้าของตำรวจนั้นไม่เป็นความจริง ยอมรับว่า ผิดจริงที่เอารูปคนอื่นมา และต้องโดนข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่างแน่นอน ซึ่งก็ยอม รับผิดในเรื่องนี้

น.ส.หมวยกล่าวอีกว่า ส่วนที่อ้างในเรื่องของพ.ต.ท.และมีเงินกว่า 300 ล้านนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากไม่มีเงินถึงขนาดนั้น ในตอนนั้นที่พูดคุยกันในเรื่องเงิน 300 ล้านนั้น เป็นเพราะไปติดต่อเป็นนายหน้าขายที่ให้กับลูกค้าได้เพียงเท่านั้น แค่ได้ส่วนแบ่งมาบางส่วนเท่านั้น

ส่วนเรื่องรู้จักผู้ใหญ่ที่เป็นตำรวจนั้นไม่เป็นความจริง ตนเพียงมีผู้ใหญ่ที่เป็นนายทหารที่เคารพกันเท่านั้นซึ่งท่านก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเลย ส่วนที่ถูกตรวจสอบเรื่องเงินนั้นเป็นเรื่องจริงเพราะตนทำงานฟรีแลนซ์เงินได้มาจากค่านายหน้าเยอะก็ต้องถูกตรวจสอบเป็นธรรมดา

ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว ได้ติดต่อให้ตนไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำแล้ว ในวันที่ 3 ธ.ค. นี้ ซึ่งตนก็ยินดีที่จะไป

ที่จังหวัดร้อยเอ็ด นายโชติอนันต์ มหาวาณิช ธนัญญู อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 5 ต.ดินดำ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด เจ้าของธุรกิจ แจกันหลุยส์ หอบหลักฐานการโอนเงิน และการแจ้งความกับตำรวจเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน ว่า ตนเองถูกสาวหน้าตาดีตามรูปโปรไฟล์ ได้มาคุยและขอเป็นเพื่อนผ่านทาง เฟซบุ๊ก

โดยแนะนำตัวเองว่าเป็นพนักงานฝ่ายสินเชื่อของธนาคารแห่งหนึ่ง จึงรับเป็นเพื่อนและคุยกันมาตลอด เพราะกำลังมีโครงการ จะกู้เงินธนาคารเพื่อนำมาหมุนในธุรกิจ หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ สาวคนดังกล่าวก็ได้ทักเข้ามาขอยืมเงิน 1,500 บาท เพราะมาส่งพ่อกับแม่ที่สนามบินแล้วทำกระเป๋าสตางค์หาย ไม่มีเงินเติมน้ำมันรถกลับบ้าน ด้วยความที่เชื่อใจประกอบกับเป็นเงินที่ไม่เยอะ จึงโอนเงินให้

นายโชติอนันต์กล่าวต่อว่า จากนั้นสาว รายนี้ก็ทักเข้ามายืมเงินอีกเรื่อยๆ ซึ่งเป็นช่วงที่คุยกันเรื่องที่จะกู้เงินธนาคาร โดยขอยืมหลักหมื่น ซึ่งโอนให้ไปทั้งหมดกว่า 80 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่าล้านบาท

ครั้งสุดท้ายสาวคน ดังกล่าวอ้างเหตุผลขอยืมว่า บ้านจะโดนยึด จึงรู้สึกแปลกใจว่าทำงานเป็นพนักงานสินเชื่อของธนาคาร แล้วจะปล่อยให้ธนาคารยึดบ้านได้อย่างใด จึงได้เช็กเฟซบุ๊ก ว่ามีชื่อบุคคลนี้ทำงานอยู่ธนาคารใดหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าไม่ได้ ทำงานอยู่ในธนาคารตามที่อ้าง

นอกจากนั้น ยังพบว่ารูปโปรไฟล์ไม่ตรงกับรูปจริง จึงรู้ตัวว่าโดนหลอก และเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด ตั้งแต่เดือนพ.ค.2561 จนกระทั่งถึงตอนนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าเลยทั้งที่รู้ชื่อจริงและนามสกุลจริง ซึ่งตนเองได้เข้าไปสอบถามกับทางพนักงานสอบสวนได้รับคำตอบว่า ได้ออกหมายเรียกไปแล้ว 2 ครั้ง

นายโชติอนันต์กล่าวด้วยว่า สำหรับเฟซบุ๊ก ที่ใช้ตัวตนจริงๆ อยู่ที่จ.ขอนแก่น แต่รูปโปรไฟล์ที่นำมาใช้อยู่ จ.ลำพูน และผู้เสียหายที่ถูกนำรูปมาแอบอ้างก็ได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว นอกจากนี้เท่าที่สืบทราบมายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายได้ถูกสาวรายนี้หลอกยืมเงินเช่นนี้เหมือนกัน

ส่วนเข้ามาร้องกับสื่อในครั้งนี้ เพราะอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการทางคดี เพราะไม่อยากให้สาวรายนี้ไปหลอกคนอื่นอีก ส่วนเงินของตนเองทำใจแล้วว่ายังไงก็ไม่ได้คืน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน