ตร.ยันคดีครูรถชน เจ้าหน้าที่ ไม่เคยสร้างพยานเท็จ หรือข่มขู่คุกคามพยานคนอื่น ขอให้เป็นหน้าที่ของศาลพิพากษา ‘นายเสริฐ’ ที่อ้างเป็นคนขับรถชนแทนครูจอมทรัพย์ เปิดใจ ยันขับรถไม่เป็น จะไปขับชนใครได้ยังไง เผยวันที่ไปลงบันทึกประจำวันที่สภ.เรณูนคร มีครูอ๋อง เป็นคนพาไป อ้างจะไปเที่ยวและหางานทำ แต่เมื่อไปถึงก็นั่งรอในรถ ไม่ได้ลงไปไหน และไม่ได้เซ็นเอกสารอะไร ยันพูดจริงทุกอย่าง และพร้อมรับผลที่ตามมา ขณะที่เมียนายสับเผยสามีหายไปจากบ้านนานกว่า 3 สัปดาห์ ไม่รู้ไปอยู่ไหน ไม่เคยหายไปนานขนาดนี้ รองปลัดยุติธรรม ยอมรับ ยังติดต่อครูจอมทรัพย์ตลอด
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร ที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก กว่า 3 ปี จากนั้นเจ้าตัวต่อสู้ขอรื้อฟื้นคดี และศาลจะนัดสืบพยานในวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ นี้ ว่า หลังจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติพูดคุยกับ พ.ต.อ. ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตัวแทนกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา แนวทางก็ดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะท่านก็ตำรวจเก่า ไม่มีอะไรอยู่แล้ว
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ส่วนที่กรรมการสิทธิมนุษยชนออกมาระบุว่า ตำรวจควรจะดำเนินการสืบเสาะหาความถูกต้องในอดีตเพื่อหาความผิดพลาด ไม่ใช่ข่มขู่ ทำให้คนไม่กล้าเปิดเผยความจริงนั้น ตำรวจก็รับฟัง กรรมการสิทธิ์ก็ควรทำหน้าที่เป็นกลางด้วย ไม่ใช่เอาแต่ตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐ
พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวอีกว่า ส่วนคอมเมนต์ โลกโซเชี่ยลระบุว่าตำรวจสร้างหลักฐานเท็จนั้น ขอให้รอฟังศาล ส่วนการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงกลุ่มบุคคล 6-7 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นก็ต้องมีการสืบสวนสอบสวนควบคู่กันไป ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 เจ้าของพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ
พล.ต.ท.จตุพลกล่าวว่า ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน ทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสาร แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด รอให้ศาลมีการตัดสินเกี่ยวกับการรื้อฟื้นคดีเสียก่อน หลังจากนั้น พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) จะแถลงข่าว มั่นใจเมื่อตรวจสอบแล้วการทำคดีในปี 2548 ถูกต้อง ไม่กลั่นแกล้งใคร ผ่านการพิจารณา 3 ศาล ศาลฎีกาลงโทษ เรามั่นใจว่าทุกอย่างทำถูกต้องแล้วซึ่งเราได้พยานเอกสารมา เกี่ยวกับทะเบียนรถ
ส่วนกรณีความสามารถในการขับรถของนายสับ วาปี นั้น พล.ต.ท.จตุพลกล่าวว่า ไม่ขอตอบในชั้นนี้ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวพันมีผลผูกพันในคำพิพากษาของศาล ไม่ขอก้าวล่วง เคารพในคำพิพากษาของศาล เรื่องนี้การหาพยานหลักฐานตำรวจทำไว้หมดแล้ว รอให้ศาลไต่สวน จากนั้นจะเปิดเผย ตอนนี้ยังไม่ส่งพยานหลักฐานใดๆ ให้ศาล ยังอยู่ในกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานของ บช.ภ.4 หากอัยการร้องขอมาก็ยินดีสนับสนุนข้อมูล
เมื่อถามว่าสังคมกังวลเรื่องปั้นพยานเท็จ พล.ต.ท.จตุพลกล่าวว่า มโนไปเอง เป็นกระแส อยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับฟัง เสพข้อมูลข่าวสาร ไตร่ตรองสักนิดก่อนแสดงความคิดเห็นใดๆ ในสังคมออนไลน์ ตอนนี้รอกระบวนการตัดสินของศาล อีกไม่กี่วันความจริงจะปรากฏแล้ว ตอนนี้สั่งพนักงานสอบสวนให้งดการให้สัมภาษณ์ หรือให้ข่าวต่อสื่อมวลชน ส่วนพยานต่างๆ ก็ไม่มีการคุกคามเด็ดขาด ใครพูดอะไร ก็ขอให้รับผิดชอบด้วย หากร้องให้ตำรวจคุ้มกันก็พร้อมจะส่งกำลังไปดูแล รวมทั้งครูจอมทรัพย์ด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีส่งใครไปติดตามใครทั้งนั้น
“ใครจะว่า ด่าก็ว่าไป เป็นตำรวจถูกด่า ว่า ตั้งแต่เริ่มรับราชการแล้ว หนังเหนียวแล้ว แรงกดดันมันเยอะ เราทนได้ ไม่เช่นนั้น ขึ้นมาไม่ได้ขนาดนี้หรอก ตอนนี้สอบพยานไปมาก มีความมั่นใจ ส่วนที่ระบุว่ามีขบวนการรับผิดแทนนั้น ผมจะพูดเรื่องนี้เมื่อมีความชัดเจน ช่วงที่ยังคลุมเครือขอไม่พูดก่อน เดี๋ยวจะสร้างความสับสนให้สังคม” พล.ต.ท.จตุพลกล่าว
ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ตนขอปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ในประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในคดีของนาง จอมทรัพย์
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ได้มีการติดต่อกับนางจอมทรัพย์อยู่บ้างหรือไม่ พ.ต.อ.ดุษฎีกล่าวว่า ในขั้นตอนการทำงานในคดีนั้น เราประชุมติดตามความคืบหน้าและประสานกับนางจอมทรัพย์อยู่ตลอด
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านงิ้ว ต.โนนยาง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร พบนายคำมี สุวรรณไตร กำนันต.โนนยาง เพื่อสอบถามถึงนายเสริฐ รูปสะอาด อายุ 54 ปี หนึ่งในผู้ที่อ้างว่าขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต
โดยนายคำมีเปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวตนพูดคุยกับนายเสริฐหลายครั้ง เจ้าตัวก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง และให้การไปหมดแล้วไม่อยากพบใครทั้งนั้น ทุกวันนายเสริฐจะไปนอนที่ทุ่งนาของตนเอง 2-3 วันนี้ มีนักข่าวมาถามหาที่บ้านนายเสริฐทุกวัน ทำให้นาย เสริฐระแวงจนไม่ยอมพบหน้าใครอีกเลย โทร.ไปหาก็ไม่รับสาย มีคนไปหาที่ทุ่งนาก็วิ่งหนีเข้าป่าไปเลย
ต่อมาผู้สื่อข่าวข่าวสดเดินทางไปที่กระต๊อบกลางทุ่งนาของนายเสริฐ พบว่ากำลังนอนพักอยู่พอดี จึงสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยนายเสริฐเปิดเผยว่า ช่วงปลายปี 2556 เดินทางไปที่อ.เรณูนคร จ.นครพนมจริง มีนายสุริยา นวลเจริญ หรือ ‘ครูอ๋อง’ ขับรถพาไป อ้างว่าจะพาตนไปเที่ยวและดูงานรับจ้างเลื่อยไม้ แต่ไปถึงที่สภ.เรณูนครแล้ว ปรากฏว่ามีรถอีกคันมาจอดใกล้ๆ ซึ่งทราบภายหลังว่านัดกันมา โดยรถคันนั้นมีนายสับ วาปี เมีย นายสับ นางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยานผู้เห็นเหตุการณ์อีกคน และชายอีกคนไม่ทราบว่าเป็นใคร ทั้งหมดขึ้นไปบนโรงพัก มีตนนั่งรออยู่ในรถคนเดียว ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นใดๆ ไม่เคยเซ็นเอกสารอะไรด้วย เสร็จแล้วก็เดินทางกลับ ต่อมานายสุริยาก็พาตนไปที่สภ.นาโดนอีกครั้ง ตอนนั้นจำไม่ได้ว่าเดือนไหน แต่หลังจากไปที่สภ.เรณูนครนานอยู่พอสมควร ครั้งนี้ตนก็ไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่นั่งรถไปด้วยกันเท่านั้น
นายเสริฐกล่าวต่อว่ากรณีที่ตนรับสารภาพว่าขับรถชนนายเหลือตายนั้นไม่เป็นความจริง เพราะว่าตนขับรถยนต์ไม่เป็น ขับได้แค่รถจักรยานยนต์เท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็เคยลองขับรถกระบะของลูกชายดูก็พุ่งชนต้นไม้ อย่างไรก็ตามหากจะเกิดอะไรขึ้นกับตนขอยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าหากตนได้พูดได้ทำทุกอย่างไปหมดแล้ว
ต่อมาผู้สื่อข่าวตรวจสอบ บ้านเลขที่ 115 ม.8 ต.คำป่าหลาย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร นางตุ้ย ลูกดี อายุ 47 ปี ภรรยาที่อยู่กินกับนายสับ วาปี คนล่าสุด นางตุ้ยเปิดเผยว่านายสับหายตัวไปตั้งแต่ประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว ไม่สามารถติดต่อได้อีก ปกติจะไม่เคยหายไปไหนนานขนาดนี้ ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน ส่วนเรื่องที่ไปรับว่าขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิตนั้น ตนไม่ทราบเรื่องเพราะเพิ่งมาอยู่ด้วยกันประมาณ 3 ปี นายสับไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่าหนึ่งในกลุ่มคนที่พานายเสริฐและนายสับไปแจ้งเป็นคนขับรถชนนายเหลือมีภรรยาของนายสับร่วมอยู่ด้วยนั้น ไม่ใช่ตนเพราะไม่เคยไปไหนไกลจากบ้าน ต้องเลี้ยงหลานที่ยังเล็กอยู่

