เผยผลตรวจเครื่องสำอาง ผสมสีต้องห้ามมีสารก่อมะเร็ง เกลื่อนตลาด!

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตกแต่งใบหน้า พบใช้สีห้ามใช้ที่เป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง และสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง แนะผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีฉลากระบุชัดเจน เพื่อความปลอดภัย

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า เครื่องสำอางตกแต่งใบหน้าจะมีสีเป็นส่วนประกอบสำคัญ เพื่อให้มีความสวยงามและความหลากหลาย เช่น ลิปสติก อายแชโดว์ บลัชออน ผลิตภัณฑ์เขียนขอบปาก/เขียนขอบตา/เขียนคิ้ว เป็นต้น โดยในปี พ.ศ.2560 สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดทำโครงการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ตกแต่งใบหน้าหลังออกสู่ตลาด เพื่อวิเคราะห์สีห้ามใช้ในเครื่องสำอาง

โดยมีค่าดัชนีสี (Colour index number: CI No.) CI 15585 (D&C Red No.8) และ CI 45170 (D&C Red No.37) พบสีห้ามใช้ดังกล่าว 21 ตัวอย่างจากตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ 310 ตัวอย่าง ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 114 ง ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 กำหนดให้สี CI 12075, CI 13065 , CI 15585 และ CI 45170 ห้ามใช้ในการผลิตเครื่องสำอาง และสีเหล่านี้เป็นสีที่คณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ไม่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทุกชนิดตามกฎหมาย Federal Food Drug and Cosmetic Act

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวอีกว่า ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ตกแต่งใบหน้าจากร้านค้าปลีก-ส่ง ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าทั่วไปในเขตกรุงเทพฯ และนนทบุรี เพื่อตรวจเอกลักษณ์สีห้ามใช้ CI 12055, CI 12075, CI 13065 , CI 15585 และ CI 45170 จำนวน 50 ตัวอย่าง

เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากครบถ้วน จำนวน 22 ตัวอย่าง และฉลากไม่ครบถ้วน จำนวน 28 ตัวอย่าง แบ่งเป็นดินสอเขียนคิ้ว 5 ตัวอย่าง อายแชโดว์ 5 ตัวอย่าง บลัชออน 11 ตัวอย่าง และลิปสติก 29 ตัวอย่าง ผลการวิเคราะห์ พบสีห้ามใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตกแต่งใบหน้า จำนวน 22 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 44 โดยพบในอายแชโดว์ บลัชออน และลิปสติก จำนวน 1, 4 และ 17 ตัวอย่าง ตามลำดับ

และพบเครื่องสำอางที่ผสมสีห้ามใช้ CI 12055 จำนวน 1 ตัวอย่าง , CI 15585 จำนวน 6 ตัวอย่าง และ CI 45170 จำนวน 13 ตัวอย่าง และผลิตภัณฑ์ที่มีทั้ง CI 15585 และ CI 45170 จำนวน 2 ตัวอย่าง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากระบุครบถ้วน 7 ตัวอย่าง และฉลากระบุไม่ครบถ้วน 15 ตัวอย่าง ทั้งนี้ทุกผลิตภัณฑ์ตรวจไม่พบสีห้ามใช้ CI 12075 และ CI 13065

“สีห้ามใช้ CI 15585 (ให้โทนสีแดง) และ CI 45170 (ให้โทนสีชมพู) ซึ่งเป็นสีที่นิยมใช้ในการผสมในผลิตภัณฑ์ และสี CI 12075 , CI 15585 และ CI 45170 เป็นสารก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง ส่วนสี CI 12055 และ CI 13065 อาจทำให้เกิดการระคายเคืองบนผิวหนังที่สัมผัส

ดังนั้น การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ตกแต่งใบหน้าให้ปลอดภัยไม่ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีสีฉูดฉาดเกินไป หรือมองหาส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ เช่น ขี้ผึ้ง Candelilla Wax, Carnauba wax, น้ำมันอะโวคาโด หรือน้ำมันมะพร้าว เป็นต้น และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีฉลากระบุรายละเอียดครบถ้วน ชัดเจน ซึ่งสามารถติดตามดำเนินการต่อผู้เกี่ยวข้องได้ หากเกิดผลกระทบจากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ลิปสติก จะหมดอายุภายใน 2 ปี แต่หากมีการเปิดใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว จะมีอายุการใช้งานได้นาน 1 ปี นับจากวันที่ผลิต” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามทางเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจพิสูจน์ พบว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเหล่านี้ ส่วนใหญ่ไม่มียี่ห้อ และแหล่งผลิตที่ชัดเจน บางผลิตภัณฑ์จำหน่ายในอินเทอร์เน็ต หลายแห่งติดยี่ห้อเอง ไม่รู้รับมาจากที่ไหน ต่างประเทศหรือในประเทศ ซึ่งสิ่งที่กรมวิทยาศาสตร์ออกข่าวผลตรวจอยากจะสื่อว่า ให้มีความระมัดระวัง และควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และมีฉลากชัดเจน

บทความก่อนหน้านี้ด่วน!! ศาลฎีกา จำคุก ธาริต 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีสุเทพฟ้องหมิ่น 396 โรงพักฉาว
บทความถัดไปเสี่ยเดี่ยวดับ ถูกจับตัวจ่อยิงท้ายทอย คู่อริแต่งตัวดีเขม่นกันในผับ เผ่นขึ้นรถหรูหนี