เปิดประวัติ มิสยูนิเวิร์ส 2018 แคทรีโอนา เกรย์ สวยเก่ง ฟังคำตอบพิชิตมง

จบลงแล้วสำหรับการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2018 ซึ่งปีนี้ ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ผลการประกวดมงลงที่ แคทรีโอนา เกรย์ อายุ 24 ปี ลูกครึ่งฟิลิปปินส์-ออสเตรเลีย ตัวเต็งคนหนึ่งที่กูรูขาอ่อนฟันธงว่า เธอจะต้องเป็นหนึ่งในสาวงามที่อาจจะมงลง ซึ่งก็เป็นไปตามคาดหมาย และเป็นนางงามจากฟิลิปปินส์คนที่ 4 ที่พิชิตชัยในเวทีนี้

ในรอบรอบคัดเลือก (Preliminary) หรือรอบการเก็บคะแนนที่สาวงามผู้เข้าประกวดทั้ง 94 คน จะต้องขึ้นเวทีเพื่อแนะนำตัว และอวดสรีระในชุดว่ายน้ำและชุดราตรีต่อหน้าคณะกรรมการ เธอก็สร้างความฮือฮาด้วยลีลาฟูลเทิร์น ที่สาวๆ ค่อนประเทศแแอบไปหมุนตัวตามมาแล้ว

เปิดประวัติ มิสยูนิเวิร์ส 2018 แคทรีโอนา เกรย์

ประวัติของสาวคนนี้ แคทรีโอนา เกรย์ เป็นลูกครึ่งฟิลิปปินส์-ออสเตรเลีย เกิดที่เมืองแคนส์ รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2537 คุณพ่อเป็นชาวสกอตแลนด์ที่ย้ายมาอยู่ออสเตรเลีย ส่วนแม่เป็นฟิลิปปินส์

จบการศึกษาสาขาทฤษฎีดนตรีจากวิทยาลัยดนตรีเบิร์กลี คอลเลจ ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ สหรัฐอเมริกา นอกจากความสวย และทักษัทางดนตรีแล้ว น.ส.เกรย์ ยังเป็นนักกีฬาสายดำของศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่าชเว ควัง โดอีกด้วย

สำหรับเส้นทางบนเวทีขาอ่อนนั้น หลังจากจบมัธยมฯปลายที่ออสเตรเลียแล้ว เธอจึงย้ายไปอยู่กรุงมะนิลา ทำงานเป็นนางแบบ ก่อนชนะการประกวดมิสเวิลด์ ฟิลิปปินส์ 2016 และเป็นตัวแทนไปประกวดมิสเวิลด์ 2016 จัดที่แมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ทำผลงานเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ส่วนมิสเวิลด์ในปีนั้น เป็นสาวงามจากเปอร์โตริโก

ภาพขณะที่ประกวดมิสเวิลด์ 2016

จากนั้นต้นปี 2018 จึงเข้าประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์ส ฟิลิปปินส์ 2018 และพิชิตมงกุฎจนเป็นตัวแทนมาประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 และพิชิตตำแหน่งในครั้งนี้

ช่วงตอบคำถามรอบแรก 5 คนสุดท้าย แคทรีโอนาได้คำถามว่าเห็นอย่างไรกับการทำให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย หญิงสาวตอบว่า “สำหรับฉันหากใช้ทางการแพทย์ก็เห็นด้วย แต่จะไม่เห็นด้วยถ้าใช้เพื่อสันทนาการ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้คนจะถกเถียงกัน เหมือนกับแอลกอฮอล์และบุหรี่ แน่นอนว่าทุกอย่างมีข้อดี แต่ต้องใช้ให้พอเหมาะพอควรค่ะ”

 

ส่วนการสัมภาษณ์รอบ 3 สุดท้ายที่ทุกคนจะได้คำถามเดียวกัน ว่าบทเรียนที่สำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไร และจะเอามาใช้ในการดำรงตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สอย่างไร

สาวงามฟิลิปปินส์ตอบเป็นคนแรกว่า จากการที่ฉันเคยไปทำงานให้ชุมชนสลัมทอนโด กรุงมะนิลามามาก จึงได้เห็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความยากจน ความเศร้า ฉันสอนตัวเองเสมอให้มองหาความสวยงามในนั้น มองให้เห็นสวยงามจากใบหน้าของเด็กๆ และรู้สึกซาบซึ้งใจ

ดังนั้นฉันจะนำมุมมองนี้มาใช้ในฐานะมิสยูเวิร์ส มองสถานการณ์ว่าในสิ่งเลวร้ายยังมีความดีงามปรากฏอยู่ เพื่อดูว่ามีที่ใดบ้างที่ตัวเองเข้าไปได้ เข้าไปช่วยเหลืออะไรได้บ้าง และในฐานะผู้เป็นปากเป็นเสียง ฉันจะสอนให้คนเราซาบซึ้งใจต่อกัน เราจะมีโลกที่มหัศจรรย์ เพื่อไม่ให้มุมด้านลบขยายและเพิ่มพูนเร็วนัก เด็กๆ จะได้มีรอยยิ้มบนใบหน้า ขอบคุณค่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน