พ่อเชิญวิญญาณ หนุ่มช่างกล รุ่นพี่ยอมรับเปิดฉากยิงก่อน พยานเล่านาทีสำคัญ!

พ่อเชิญวิญญาณ หนุ่มช่างกล รุ่นพี่ยอมรับเปิดฉากยิงก่อน พยานเล่านาทีสำคัญ!

จากกรณีนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปี 4 คณะช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีบางกะปิ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ยิงใส่กลุ่มผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกควบคุมอยู่ที่ท้ายรถกระบะของเจ้าหน้าตำรวจสังกัดกก.สส.บก.น.4 จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงใช้อาวุธปืนยิงสวนกลับไปจนนายเอกชัย เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนร่มเกล้า ปากซอยร่มเกล้า 6 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 11 ก.พ. นั้น

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 13 ก.พ. พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ พร้อมด้วยนางเจียมใจ บุญรัตน์ บิดามารดาของนายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี และครอบครัวเดินทางมาที่บริเวณซอยร่มเกล้า 6 แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เพื่อทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของนายเอกชัย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ตายเสียชีวิต โดยหลังจากนี้จะมีการฌาปนกิจศพนายเอกชัย ที่วัดลาดบัวขาว ซอยข้างด่านทับช้าง ทางพิเศษกาญจนาภิเษก แขวงและเขตสะพานสูง กรุงเทพฯ ในเวลา 16.00 น. วันที่ 14 ก.พ.นี้

ขณะที่นายอ๊อด รุ่นพี่ผู้ตาย เผยว่า ตอนนี้กลุ่มรุ่นพี่และเพื่อนในกลุ่มยังสงสัยในประเด็นการเสียชีวิต เพราะยังไม่ได้รับความกระจ่างจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยอมรับว่า ผู้ตายเปิดฉากยิงก่อนจริง เพราะเพื่อนคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ให้ผู้ตายซ้อนในวันเกิดเหตุเป็นคนบอก แต่ถึงตอนนี้ตนก็ยังติดต่อน้องคนขี่รถไม่ได้ เนื่องจากทราบมาว่าครอบครัวเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยมาก

ด้านพยานรายหนึ่ง ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าถึงนาทีเกิดเหตุดังกล่าว ว่า ในวันเกิดเหตุ นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของแฟน จู่ ๆ ก็มีรถกระบะสีส้ม ซึ่งมีผู้ชายที่ถูกใส่กุญแจมือนั่งอยู่ท้ายกระบะ 3-4 คน และกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์จำนวน 3 คัน มีคน 4 คน ขี่แซงกันมา ก่อนที่รถกระบะสีส้มจะขับแซงมาขนาบข้างกลุ่มมอเตอร์ไซค์ หลังจากนั้นตนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด แต่ไม่รู้ว่าใครยิงใครก่อน

โดยขณะเกิดเหตุตนและแฟนพยายามถอยรถออกมาห่าง ๆ และหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเหตุการณ์ไว้ พอเสียงปืนหยุดลงตนก็เห็นเด็กวันรุ่นถูกยิงและนอนอยู่ข้างถนน ซึ่งตนและแฟนก็ไม่กล้าเข้าไปช่วยเพราะพวกเขามีปืน หลังจากนั้นก็มีผู้ชายสวมเสื้อสีแดงเดินลงจากในรถกระบะ และมาจับร่างของเด็กที่นอนตาย แล้วพูดประมาณว่า “นี่มันตายแล้ว” ก่อนจะหยิบปืนที่ตกอยู่บนพื้นซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเป็นปืนของใคร และเดินขึ้นท้ายรถกระบะขับรถหนีไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้สุริยะใส ทิ้งข้อความสุดท้ายก่อนเข้าคุก “ให้พี่น้องกปปส.เดินหน้ารักษาบ้านเมืองต่อ”
บทความถัดไปพาณิชย์ ชี้ข้าวหอมมะลิบรรจุถุงราคาพุ่งแค่ข่าวลือ – โต้ระบายข้าวในสต๊อกโปร่งใส