‘หมอธี’ ชี้นโยบาย การศึกษา แต่ละพรรค ไม่ชัดเจน วอนอย่าใช้เป็นเครื่องมือการเมือง

การศึกษา / วันที่ 13 มี.ค. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วนี้ๆ ตนและนพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อส่งมอบ (ร่าง) แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา โดยรายละเอียดของแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่ กอปศ.ได้ดำเนินการกำหนดประเด็นการปฏิรูปการศึกษา

เช่น การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่และกฎหมายลำดับรอง การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน เด็กปฐมวัย และเด็กกลุ่มที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ และแผน Quick Win

ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปครูให้ทันสมัย การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การปฏิรูปโรงเรียน และการพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน เป็นต้น

ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับแผนปฏิรูปประเทศฯนี้ไว้ และกำชับให้ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ให้ตนมองว่าภาพรวมของแผนปฏิรูปประเทศฯ ดีแล้ว มีทิศทางที่ชัดเจน และขอชมเชย กอปศ.ที่ทำงานอย่างเต็มที่

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า จากที่ตนดูภาพรวมนโยบายด้านการศึกษาของแต่ละพรรคการเมืองได้ให้รายละเอียดอย่างกว้างๆ รูปธรรม รายละเอียดวิธีการ และแนวทางการปฏิบัติจะเป็นอย่างไรนั้นยังไม่ชัดเจน เพราะนโยบายบางเรื่องหากทำไม่ได้จริง อาจจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับนักเรียนในเรื่องการให้คำสัญญา และการเคารพคำพูดของตนเอง

เช่น บางพรรคมีนโยบายเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี หรือเรียนฟรีถึงระดับอาชีวศึกษา ต้องคำนวณมาดูว่าการเรียนฟรีนั้น ต้องใช้งบประมาณจำนวนเท่าใด และสุดท้ายจำนวนเงินไม่พอ คุณภาพการศึกษาจะลดลงหรือไม่ สอบถามประชาชนหรือยัง เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายการศึกษาของแต่ละพรรคการเมืองนั้นตอบโจทย์ปัญหาการศึกษาไทยหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นรายละเอียดนโยบายการศึกษาของแต่ละพรรค อาจจะเป็นเพราะนโยบายการศึกษาประชาชนอาจจะไม่สนใจมากนัก และพรรคการเมืองไปเน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจมากกว่า ตนจึงไม่ขอออกความเห็นในเรื่องนี้

ผมไม่อยากให้พรรคการเมืองต้องมาทะเลาะกันเรื่องนโยบายการศึกษา ว่าของใครดีกว่าใคร ซึ่งผมก็อยากฝากไว้ว่าอย่าเอาการศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง อย่างแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ที่กอปศ.เสนอนั้นก็มีข้อดี สามารถนำมาใช้ได้ อย่าไปมองว่า กอปศ.ตั้งโดยรัฐบาล รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ต่างหากที่ตั้ง กอปศ.ขึ้นมาเพื่อปฏิรูปการศึกษา

“ข้อเสนอไหนของ กอปศ.ที่ดี รัฐบาลใหม่สามารถนำมาใช้และทำให้การศึกษาดีขึ้นได้ หากทำแบบนี้จะไม่มีประเด็นทางการเมืองและจะไม่ดิสเครดิตกันและกัน การศึกษาจะมั่นคง มั่งคัง และยั่งยืน” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน