รตอ.นำทีม-ชุดสืบสน.บวรมงคล โดนรวบหมื่นเม็ดซ่อนในโรงพัก เด้งผกก.-สว.สส.เซ่นพิษลูกน้อง

บุกจับคาโรงพัก “ผู้กองเบนซ์” รองสว.สส. สน.บวรมงคล กับพวกรวม 6 นาย ค้นล็อกเกอร์ เจอยาบ้า 13,000 เม็ด ยาไอซ์ 100 กรัม กัญชา และยาเคอีกจำนวนหนึ่ง มอบตัวแล้ว 5 ปฏิเสธไม่รู้เรื่อง เหลือ ร.ต.ท.ยังหลบหนี เผยเบื้องหลัง ชุดสืบสวนบก.น.7 ร่วม สน.บางขุนนนท์ จับ 2 พ่อค้ายาบ้ารายย่อย ก่อนซัดทอดว่ารับยามาจาก ผู้กองเบนซ์ แถมขณะสอบสวน เจ้าตัวยังโทร.เข้ามาพอดี จึงรายงานนาย ก่อนบุกค้นที่โรงพัก น.1 รุดสอบเอง ก่อนสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ผกก. สว.สส.โดนด้วย ช่วยราชการ 30 วัน แฉยาที่พบเป็นของกลางที่จับได้ แต่ทั้งหมดเก็บเอาไว้ปล่อยต่อเอง ยันไม่เกี่ยวคดี ส.ต.ต.ยาไอซ์ ขณะที่พิษคดีดังกล่าว น.1สั่งย้าย ผกก.6 บก.จร.กับพวกรวม 4 นายช่วยราชการ 30 วัน

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 24 ก.พ. พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น. 7 พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.สส.บก.น.7 ตำรวจชุดสืบสวน นำกำลังจับกุม ร.ต.อ. สุพัฒน์ ประจงหัตถ์ หรือ ผู้กองเบนซ์ รอง สว.(สอบสวน) ช่วยราชการ ตำแหน่ง รอง สว.สส.สน.บวรมงคล พร้อมของกลาง ยาบ้า 13,000 เม็ด ยาไอซ์ 100 กรัม กัญชา และยาเคอีกจำนวนหนึ่ง ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีแดง ในตู้เก็บของในห้องฝ่ายสืบสวน สน.บวรมงคล

ทั้งนี้การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.7 ร่วมกับชุดสืบสวน สน.บางขุนนนท์ จับกุมนายโยชัยหรือสัก แซ่โค้ว กับ นายศุภกิจ หรืออาร์ต ชื่นชมชิต พร้อมยาบ้า 1,400 เม็ด และยาไอซ์ 100 กรัม ที่หมู่บ้านสินชัย 3 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. จากการสอบสวนทั้งคู่ให้การซัดทอดว่า ยาเสพติดดังกล่าวได้มาจากผู้กองเบนซ์ ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บวรมงคล ซึ่งระหว่างสอบปากคำนั้น ปรากฏว่าร.ต.อ.สุพัฒน์หรือผู้กองเบนซ์ โทรศัพท์เข้ามาหาผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.สส.บก.น.7 รับทราบก่อนรายงานต่อให้พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 รับทราบตามลำดับ

พล.ต.ต.ธีระพงษ์ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ภิญโญ ประสานพ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สน.บวรมงคล พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจค้นตู้ล็อกเกอร์ของ ร.ต.อ.สุพัฒน์ภายในห้องสืบสวนของโรงพัก ก็พบยาเสพติดดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีแดง จึงยึดไว้เป็นของกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่รวบ รวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดตลิ่งชัน เพื่อจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจ 6 นาย เป็นระดับรองสารวัตร 3 นายและชั้นประทวน 3 นาย ทั้งหมดเป็นตำรวจชุดจู่โจมของ สน.บวรมงคล ประกอบด้วย ร.ต.อ.สุพัฒน์ ประจงหัตถ์ หรือ ผู้กองเบนซ์ ร.ต.อ.นิติธร พลบุญ รอง สว.สส. ร.ต.ท. วีระพล คำดี รอง สว.สส. ด.ต.ปริญญา จิตต์หาญ ผบ.หมู่ สส. จ.ส.ต.ภูณัช เนตรสว่าง ผบ.หมู่ สส. และ ส.ต.ต.เรืองยศ สามบุญเรือง ผบ.หมู่ ป.ช่วยราชการ งานสืบสวน ในความผิด 3 ข้อหาคือ มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติตให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยภายหลังตำรวจ 4 นายประกอบด้วย ร.ต.อ.นิติธร ด.ต.ปริญญา จ.ส.ต.ภูณัช และ ส.ต.ต.เรืองยศ ได้เข้ามามอบตัว เหลือ ร.ต.ท.วีระพล ที่ยังหลบหนีไม่มามอบตัว

ทั้งนี้มีรายงานว่ายาเสพติดของกลางที่ยึดได้นั้น เป็นของกลางที่ตำรวจชุดของร.ต.อ.สุพัฒน์ หรือผู้กองเบนซ์ จับกุมได้จากคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 95/1 เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ใด โดยทั้งหมดเอายาเสพติดของกลางมาเก็บไว้ ก่อนลักลอบจำหน่ายให้นักค้ารายย่อยในพื้นที่

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ เป็นผู้รับผิดชอบคดี เบื้องต้นสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดออกจากราชการไว้ก่อน อีกทั้งบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ยาเสพติด ข้าราชการทำผิดเอง รับโทษหนักกว่าคนธรรมดาสามเท่า ซึ่งกรณีนี้ก็ต้องดำเนินคดีอย่างเข้มข้นและเด็ดขาด ทั้งนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนว่าทั้ง 6 คนมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดรายใดหรือไม่ แต่เบื้องต้นพบว่าไม่มีเชื่อมโยงกับ ส.ต.ต.พิษณุพงศ์ งามธุระ ผบ.หมู่งานปฏิบัติการจราจรโครงการพระราชดำริ 2 กก.6 บก.จร. ที่ถูกจับกุมพร้อมยาไอซ์ 28 ก.ก.ก่อนหน้านี้

“จากที่ได้รับรายงานกลุ่มผู้ต้องหาเพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยพฤติกรรมไม่ได้เป็นคนขายโดยตรง แต่ไปจับกุมยาเสพติดและไปเรียกร้องเอาผลประโยชน์ ของกลางที่เหลือก็เอาไปจำหน่ายจ่ายโอน ไม่ใช่ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวผมก็ช้ำใจเหมือนกัน อย่างไรก็ตามในเมื่อตักเตือน บอกกล่าว อบรมสั่งสอนทุกอย่างแล้ว ยังไม่กลับตัวกลับใจ ก็ต้องดำเนินตามมาตรการไป แต่ก็ขอกำลังใจให้ตำรวจดีๆ ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ขอให้มีสมาธิ ตั้งมั่น เชื่อว่าประชาชนต้องให้โอกาสและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ทำในสิ่งดีให้กับพี่น้องประชาชน และเพื่อบ้านเมือง ส่วน ผู้กำกับสถานี รองผู้กำกับสืบสวน สารวัตรสืบสวนที่เป็นหัวหน้าชุดของกลุ่มผู้ต้องหา ก็ต้องรับผิดชอบด้วย โดยหลังจากนี้จะมีคำสั่งให้มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(ศปก.น.) ต่อไป” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มีหนังสือคำสั่งเลขที่ 53/2560 ลงวันที่ 24 ก.พ.60 ให้ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สน.บวรมงคล และพ.ต.ท.สุภาพ เพชรรัตน์ สว.สส. มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ขณะที่เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ศานิตย์เดินทางมาสอบปากคำตำรวจทั้ง 5 นาย ที่ บก.น.7 โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนเปิดเผยว่า คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับมาจึงเดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง จากการสอบปากคำตำรวจทั้ง 5 นาย ยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด ยังไม่มีใครยอมรับว่าเป็นของใคร ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทั้งหมดยังไม่ได้ให้การเพิ่มเติม จากการสอบถาม สารวัตรสืบสวนก็บอกว่าเป็นล็อกเกอร์รวมไม่มีใครเป็นเจ้าของ เบื้องต้นหลังแจ้งข้อหาแล้วจะส่งให้พนักงานสอบสวนนำตัวไปดำเนินคดี พร้อมมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทั้ง 6 นาย รวมทั้งคัดค้านการประกันตัวด้วย

“คดีนี้ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรม แต่ไม่มีการเมตตาเเน่นอน นอกจากนี้เมื่อตำรวจฝ่ายสืบสวนทำความผิด ผู้บังคับบัญชาสายสืบสวนก็ต้องรับผิดชอบ โดยได้มีคำสั่งให้ สารวัตรสืบสวน.สน.บวรมงคล กับผู้กำกับมาช่วยราชการที่ บช.น. พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ หากเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินคดีอาญา หรือปล่อยปละละเลยลูกน้องหรือไม่ หากมีส่วนปล่อยปละละเลย ก็ต้องดำเนินการทางวินัยด้วย ส่วนรองผู้กำกับสืบสวนที่ไม่ได้มีคำสั่งนั้น เนื่องจากไปอบรม ยืนยันว่า ตำรวจดีๆ ยังมีมากกว่า จำนวนนี้เป็นเพียงส่วนน้อย นิ้วไหนร้ายก็ต้องตัดทิ้ง ไม่เก็บไว้แน่นอน ฉะนั้นให้โอกาสตำรวจที่ยังคิดจะนอกลู่นอกทางให้กลับตัวเสีย” พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้ลงนามคำสั่ง 54/2560 ให้ พ.ต.อ.ธนินทร์พันธุ์ เธียรเจริญ ผกก.6 บก.จร. พ.ต.ท.เมธสิทธิ์ วิชิรปัญญานนท์ รองผกก.6 บก.จร. พ.ต.ท.ปริญญา มิ่งมงคล สว.งานปฏิบัติการโครงการพระราชดำริ 2 กก.6 บก.จร. ร.ต.อ.อุทัสน์ วัระศักดิ์การุณย์ รองสว.งานปฏิบัติการโครงการพระราชดำริ 2 กก.6 บก.จร. ทั้ง 4 ราย มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) 30 วัน นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยเป็นผลมาจากคดีจับกุม ส.ต.ต.พิษณุพงศ์ งามธุระ ผบ.หมู่ งานจราจร กก.6 บก.จร. พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนัก 28 ก.ก. ที่ลานจอดรถชั้น 5 บี อาคาร 3 คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ในย่านซอยสุขุมวิท 77 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน