เนติวิทย์ เผยความรู้สึก หลังศาลพิพากษาถอนคำสั่งจุฬาฯ “ผมทนกับการตราหน้ามาหลายปี”

เนติวิทย์

เนติวิทย์ เผย หลังศาลพิพากษาถอนคำสั่งจุฬาฯ “ผมทนกับการตราหน้ามาหลายปี”

กรณีที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ตัดคะแนน นาย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับพวก พร้อมกับให้พ้นสภานิสิตนั้น โดย เนติวิทย์ ได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าวว่า กว่าที่จะถึงวันนี้  ผมต้องทนกับการตราหน้าว่าเป็นคนผิดร้ายแรงมาหลายปี การเดินออกจากพิธีที่มีเหตุผล ถูกลงโทษหนักกว่าการ ทำผิดหลายๆอย่างในมหาวิทยาลัย

(มันจะไม่มีทางไม่เปรียบเทียบได้อย่างไร อย่างน้อยกับอาจารย์ล็อคคอคนนั้น ซึ่งผมให้อภัยไปแล้ว )

ผมต้องขอขอบคุณเพื่อนๆอีก 7 คน ทุกๆคนอยากทำงานรับใช้พัฒนามหาวิทยาลัย แต่เสียโอกาสไป แต่ก็ยังรักษาน้ำใจและรักษาความรู้สึกของกันและกัน รวมถึงเพื่อนๆสมาชิกสภานิสิตที่ยังอยู่ในตอนนั้นที่ยังให้พวกเราเข้าร่วมประชุมด้วยและรับฟังความเห็น ทั้งเห็นใจพวกเรา

ผมขอบคุณศูนย์ทนายสิทธิเพื่อมนุษยชนที่เข้ามาทำคดีให้ ทนายอีกหลายท่านที่ให้คำแนะนำ อาจารย์ที่ปรึกษาผม อาจารย์ในคณะหลายสิบคน นอกคณะ ต่างมหาวิทยาลัยอีกหลายร้อยคน นักวิชาการ ปัญญาชนจากหลายร้อยสถาบันการศึกษาทั่วโลก รวมถึงผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาต่างๆอีกแปดคน ที่ร่วมกันกดดันให้มหาวิทยาลัยคำนึงถึงพวกเรา ครูโรงเรียนมัธยมอีกหลายท่านที่ให้พรและให้กำลังใจ

และขอบคุณกำลังใจจากประชาชนคนไทย นักเคลื่อนไหวทางสังคมและประชาธิปไตย บางคนอาจจะไม่ชอบผมแต่เห็นว่าผมไม่ควรได้รับโทษทัณฑ์อธรรมขนาดนี้ นิสิตจุฬาฯ ทั้งในและนอกคณะ นิสิตนักศึกษาจากที่ต่างๆทั่วประเทศด้วย

ในเวลาที่มีแต่คนรอกระทืบซ้ำ ทับถม และผสมโรงใส่ความ อันมีทั้งพวกเกลียดหมั่นไส้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว กับพวกที่ใครมีอำนาจวาสนาก็จะคล้อยตามไป แต่พวกท่านที่กล่าวมานี้ให้กำลังใจ และบางครั้งก็เข้ามาคุ้มครอง โอบอุ้มผมและเพื่อนๆ ถ้าไม่มีกำลังใจเหล่านี้ ผมก็คงไม่ผ่านพ้นมาได้จนวันนี้ครับ

กว่าที่จะถึงวันนี้ ผมต้องทนกับการตราหน้าว่าเป็นคนผิดร้ายแรงมาหลายปีการเดินออกจากพิธีที่มีเหตุผล…

โพสต์โดย Netiwit Chotiphatphaisal เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2019

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ตำรวจปูพรมทั่วกรุง จับต่างชาติ เข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมเกือบหมื่นคน
บทความถัดไปป๊อก เล่าวินาทีซึ้ง ได้ยินเสียงลูกแฝดครั้งแรก ขอบคุณ มาร์กี้ เสียสละที่ยิ่งใหญ่