สรุปไทม์ไลน์บิลลี่ 5 ปีที่หายตัวปริศนา ก่อนพบถูกฆ่าเผายัดถัง ในแก่งกระจาน

สรุปไทม์ไลน์บิลลี่ 5 ปีที่หายตัวปริศนา ก่อนพบถูกฆ่าโหดเผายัดถัง 

สรุปไทม์ไลน์บิลลี่ – จากกรณีที่นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงที่หายตัวไปอย่างปริศนา ตั้งแต่ปี 2557 และเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ป่าแก่งกระจานพลาดการได้ประกาศเป็นมรดกโลก

ต่อมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพบชิ้นส่วนกระดูกที่ถูกเผาทำลาย 20 ชิ้น พร้อมถังน้ำมัน 200 ลิตร ที่มีชิ้นส่วนกระดูกตกค้างอยู่ภายในป่าแก่งกระจาน เมื่อตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกของนายพอละจี

ที่ถูก “ใครบางคน” ฆาตกรรม ก่อนนำร่างไปเผาในถังน้ำมัน 200 ลิตร !!!

หลายคนสงสัย บิลลี่ เป็นใคร? เหตุใดถึงถูกฆ่าอยา่งโหดเหี้ยมเช่นนี้ และเพราะอะไรคดีถึงได้ถูกดึงช้ามากว่า 5 ปี ถึงได้ข้อสรุป ในแบบที่ “จับมือใครดมไม่ได้”

ข่าวสดออนไลน์ขอพาผู้อ่านมูนวอล์กเข็มนาฬิกากลับไป ถึงไทม์ไลน์และมูลเหตุในเรื่องนี้

…………….

เปิดไทม์ไลน์ บิลลี่ หาย 5 ปี ก่อนถูกฆ่ายัดถังเผาทิ้งแก่งกระจาน

1) บิลลี่เป็นพยานสำคัญ ในคดีที่ชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 4
พ.ค. 55 เพื่อเรียกค่าเสียหายจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กรณีไล่รื้อและทำลายทรัพย์สินชาวบ้านปี 54 และขอสิทธิอาศัยในพื้นที่เดิม ที่ตั้งรกรากมายาวนานร่วม 100 ปี โดยบิลลี่มีนัดไปให้ปากคำกับศาลปกครองในวันที่ 18 พ.ค. 57

2) บิลลี่มีภาพและวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ ชายสวมเสื้อเจ้าหน้าที่อุทยานกำลังตัดต้นไม้ ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งขณะนั้นนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ดำรงหัวหน้าอุทยานฯ และมีการผลักดันให้รื้อถอน ทำลายทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บริเวณบ้านบางกลอยบน และบ้านใจแผ่นดิน

3) 17 เม.ย. 57 บิลลี่ถูกควบคุมตัวขึ้นรถยนต์ โดยนายชัยวัฒน์อ้างว่า เพื่อตักเตือนที่บิลลี่บุกรุกป่า ครอบครองรังผึ้ง และน้ำผึ้งป่า 5 ขวด ก่อนปล่อยตัวไปบริเวณแยกหนองมะค่า วันที่ 18 เม.ย. 57 ซึ่ง นายชัยวัฒน์เป็นพยานคนสุดท้ายที่ได้พบเห็นบิลลี่

4) 21 เม.ย. 57 ภรรยาบิลลี่ ชาวบ้าน และตัวแทนเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าฯ เพชรบุรี และ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี

5) สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ของนายชัยวัฒน์ หัวหน้าอุทยานฯ

6) 12 พ.ค. 57 ภรรยาบิลลี่ พร้อมชาวบ้านเดินทางไปยื่นหนังสือเรียกร้องต่ออธิบดีกรมอุทยาน
แห่งชาติฯ ให้เกิดความยุติธรรมแก่บิลลี่

7) 14 พ.ค. 57 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ชี้ว่า นายชัยวัฒน์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เพราะไม่ลงบันทึกการจับกุม และปล่อยตัวบิลลี่ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ต้นสังกัด

8) 15 พ.ค. 57 คณะกรรมการดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงของกรมอุทยานแห่งชาติฯ พบไม่เชื่อมโยงการละเลยหน้าที่ของนายชัยวัฒน์ กับการหายตัวไปของบิลลี่ แต่สั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานของนายชัยวัฒน์ เป็นเวลา 1 เดือน ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 จ.ราชบุรี

9) 11 มิ.ย. 57 กรมอุทยานแห่งชาติฯ สั่งย้ายนายชัยวัฒน์ จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 ไปอยู่สำนักอุทยานแห่งชาติฯ กรุงเทพฯ เนื่องจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าข้างนายชัยวัฒน์

10) 16 มิ.ย. 57 นายสุรพงษ์ กองจันทึก ปธ.อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ ในกสม. คาดว่าที่บิลลี่มีหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ตัดไม้ในเขตอุทยานฯ อาจเป็นสาเหตุของการหายตัวไป

11) 20 มิ.ย. 57 ภรรยาบิลลี่ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี และข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิ
มนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNHCHR) ให้ติดตามหาบิลลี่

12) 17 ก.ค. 57 ศาลชั้นต้นจังหวัดเพชรบุรี ยกเลิกคำร้องของภรรยาบิลลี่ เพราะพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

13) 22 ส.ค. 57 กรมอุทยานแห่งชาติฯ มีคำสั่งให้นายชัยวัฒน์กลับมาปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จนถึง 30 ก.ย. 57

14) 26 ก.พ. 58 ศาลอุทธรณ์ ยกคำร้องของภรรยาบิลลี่

15) 2 ก.ย. 58 ศาลฎีกายกคำร้องของภรรยาบิลลี่ โดยให้เหตุผลว่าคำให้การของทั้ง 3 พยาน ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะบิลลี่ถูกควบคุมตัว

16) 17 เม.ย. 62 ภรรยาบิลลี่ยืนยันจะตามคดีจนถึงที่สุด

17) 9 ก.ค. 62 มีรายงานว่าสาเหตุที่แก่งกระจานพลาดการเป็นมรดกโลก เกิดจากประเด็นความขัดแย้งระหว่างชุมชนกะเหรี่ยง กับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และการหายตัวไปอย่างปริศนาของบิลลี่กว่า 5 ปี

18) 10 ก.ค. 62 ดีเอสไอยันไม่ได้เพิกเฉยคดีบิลลี่หาย ยันส่ง จนท.แฝงตัวหาหลักฐานสำคัญอยู่ในพื้นที่

19) 27 ส.ค. 62 ครอบครัวบิลลี่ พร้อมทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้บิลลี่เป็นบุคคลสาบสูญ หลังจากบิลลี่หายไปไร้ร่องรอยเป็นเวลา 5 ปีแล้ว

20) 30 ส.ค. 62 ดีเอสไอเผยเจ้าหน้าที่ค้นพบพยานหลักฐานเด็ดเกี่ยวกับคดีบิลลี่ และเตรียมแถลงให้ทราบอย่างเป็นทางการ

21) 3 ก.ย. 62 ดีเอสไอระบุ บิลลี่โดนฆ่าเผายัดถังทิ้งเขื่อนแก่งกระจาน โดยตรวจพบหลักฐานชิ้นส่วนกระดูก 2 ชิ้น ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร 1 ถัง เหล็กเส้น 2 เส้น ถ่านไม้ 4 ชิ้น และเศษฝาถังน้ำมัน กระดูกกะโหลกศีรษะข้างซ้ายของมนุษย์ และตรวจพบสารพันธุกรรมตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของบิลลี่

ขอบคุณภาพประกอบข่าว : Kim Chaisukprasert

บทความก่อนหน้านี้ย้ายแขกเวียดนาม หลังมีภาพหลุดนิชิโนะคุมช้างศึกซ้อมแท็กติก
บทความถัดไปตามคำเรียกร้อง! “ธนาธร” จัดคิวลงพื้นที่น้ำท่วมอีสาน เผยมาตรการแก้ปัญหา (คลิป)