ดีเอสไอ เก็บทุกคำ ‘ชัยวัฒน์’ ให้สัมภาษณ์ใช้ประกอบสำนวน จันทร์นี้ถกเข้มคดี บิลลี่

ดีเอสไอ มอนิเตอร์คำสัมภาษณ์ ‘ชัยวัฒน์’ ละเอียดยิบ! ใช้ประกอบสำนวนคดี บิลลี่ จ่อเรียกคนโพสต์ภาพถังน้ำมันสะพานแขวนแก่งกระจาน ด้าน อธิบดีดีเอสไอ ลั่น 3 เดือนต้องเสร็จ

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ ว่า ในช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ย.นี้ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ จะเรียกประชุมคณะทำงานเพื่อประมวลผลข้อมูลที่ชุดลงพื้นที่รวบรวมและเก็บข้อมูลได้ มาผนวกกับข้อมูลจากชุดทำงานส่วนกลาง ในส่วนของพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การประชุมเพื่อออกหมายจับบุคคลใด

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า ดีเอสไอต้องทำงานเป็นขั้นเป็นตอน ต้องออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหา ถ้าไม่มาถึงจะออกหมายจับ อีกทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยยังไม่มีการสอบปากคำหรือเรียกใครมาสอบปากคำหรือแจ้งข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม กระบวนการทุกอย่างจะต้องเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน และต้องเป็นไปด้วยความรอบครอบ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการตรวจสอบถังน้ำมันที่มีผู้โพสต์ภาพถ่ายไว้เมื่อปี 2559 ในจุดเดียวกับที่ดีเอสไอพบถังน้ำมันต้องสงสัย จุดเดียวกับที่พบเศษชิ้นส่วนกระดูของนายพอละจีนั้นเป็นถังใบเดียวกันหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ดีเอสไอจะเรียกผู้โพสต์ข้อมูลดังกล่าวมาให้การเพิ่มเติม ส่วนการระบุว่าเป็นถังเดียวกันหรือไม่ กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์จะสามารถบอกได้ คงต้องสแกนภาพเพื่อนำมาเปรียบเทียบจุดหรือรอยตำหนิว่าเป็นถังใบเดียวกันหรือไม่ ประกอบกับคำให้การของผู้ถ่ายภาพดังกล่าว

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวอาจจะเป็นสิ่งพิสูจน์ได้บ้าง หากเป็นถังใบเดียวกันก็คือ ถังนี้ต้องมีอายุมาก่อนปี 2560 ตามที่มีการให้ข้อมูลจากบางคนว่าถึงถูกนำมาทิ้งเมื่อช่วงปี 2560 เพราะภาพดังกล่าวถูกโพสต์ระบุว่าปี 59 ดังนั้นอายุถังจากภาพถ่ายก็ต้องนานกว่านั้น

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้คงไม่อยากโต้ตอบอะไรกับบุคคลที่ออกมาให้ข่าว เพราะดีเอสไอทำงานไม่อยากไปขัดแย้งกับองค์กรหรือหน่วยงานใด หากมีความคืบหน้าอะไรที่ชัดเจนจะแจ้งหรือแถลงให้สื่อมวลชนทราบเป็นระยะ

รายงานข่าวแจ้งว่า ดีเอสไอได้มอบหมายให้ทีมพนักงานสอบสวน เก็บข้อมูลและบันทึกคำให้สัมภาษณ์ของ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี ที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะโดยละเอียด เพื่อนำมาประกอบข้อมูลในสำนวนการสอบสวน

_______________________________

บทความก่อนหน้านี้ดีเซลเล็ก คว้าชัยคู่เอก  ศึกมวยไทยเกียรติเพชร ซูเปอร์ไฟต์เวทีลุมพินี
บทความถัดไปช่างต่อเติม พลัดตกบึงรีสอร์ตดัง! หาตั้งนานไม่พบ เมียต้องจุดธูปขอศาล ก่อนเจอศพ