ไก่อู โต้9กฎเหล็ก แค่ขอให้ร่วมมือ ดีเดย์ลุยจับปรับ รถตู้เกิน13ที่นั่ง
โฆษก”ไก่อู”โต้ออก 9 กฎเหล็กห้ามเด็ดขาดในวันสงกรานต์ เช่น โป๊ -รัดรูปเล่นสาดน้ำ ชี้เป็นระเบียบที่ขอความร่วมมือจากประชาชนในปีก่อนๆ จวกสื่อออนไลน์จ้อง ดิสเครดิตรัฐบาล ต่อเนื่องจากกระแสห้ามนั่งท้ายกระบะ คมนาคมลุยเข้มรถตู้เกิน 13 ที่นั่ง ดีเดย์ลุยจับปรับ 11 เม.ย. ทล.แนะ 19 ทางเลี่ยงหนีรถหนึบเที่ยวสงกรานต์
ไก่อูโต้สั่งคุมเข้ม 9 ข้อ
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีสื่อออนไลน์นำเสนอข่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรีแจ้ง 9 ข้อห้ามที่ห้ามเด็ดขาดในวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5-18 เม.ย. เช่น ห้ามแต่งกายโป๊รัดรูป เน้นการแต่งกายด้วยผ้าไทย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน ห้ามเล่นน้ำที่มีสิ่งเจือปน ห้ามใช้ปืนฉีดน้ำที่มีแรงดันสูง หากฝ่าฝืนจะมีโทษหนักว่า สำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้ออกระเบียบดังกล่าวแต่อย่างใด แต่เป็นแนวทางที่ครม.เคยขอความร่วมมือประชาชนให้ร่วมกันรักษาประเพณีไทยด้วยการเล่นน้ำสงกรานต์ตามวิถีไทย เพื่อส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวในปีก่อนๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดีงาม
พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า แต่มีความพยายามของคนบางกลุ่ม ที่ต้องการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลด้วยการผนวกเรื่องการห้ามนั่งท้ายรถกระบะและการเล่นน้ำบนถนนหรือสาดน้ำข้างทางเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดคิดว่า รัฐบาลได้ออกมาตรการเข้มงวดซ้ำเติมประชาชน จึงขอความร่วมมือไม่แชร์หรือส่งต่อข่าวที่บิดเบือน ซึ่งอาจเป็นชนวนของความขัดแย้งระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม
ขบ.ลุยเข้มรถตู้ 13 ที่นั่ง
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พร้อมนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะเกี่ยวกับการจัดวางที่นั่งรถตู้โดยสารสาธารณะ โดยกำหนดให้รถตู้โดยสาธารณะต้องมี 13 ที่นั่ง ว่า มาตรการดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา
กำหนดรูปแบบการจัดวางที่นั่งภายในตัวรถให้มีความเหมาะสมและปลอดภัย โดยที่นั่งแถวหลังสุดต้องมีช่องทางเดิน ขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร เพื่อให้ผู้โดยสารใช้เป็นทางออกฉุกเฉินด้านท้าย สามารถเปิดออกจากภายในตัวรถได้ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเกิดอุบัติเหตุหรือมีค้อนทุบกระจกเพิ่ม พร้อมมีข้อความว่า “ทางออกฉุกเฉิน” เป็นตัวอักษรภาษาไทยสีแดงสะท้อนแสงมีความสูงไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร ติดอยู่เหนือบริเวณที่เปิดปิดประตู หรือบริเวณขอบประตูด้านบนทางออกฉุกเฉินให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เริ่มจับจริง 11 เม.ย.
กำหนดให้รถตู้หมวด 2 (เส้นทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด) และหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัด) ต้องปรับปรุงเบาะให้เสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 5 มิถุนายน ส่วน หมวด 1 (เส้นทางในเมือง) และหมวด 4 (เส้นทางภายในจังหวัด) ให้ทำให้เสร็จภายในวันที่ 5 ก.ค. และรถตู้โดยสารประเภทไม่ประจำทาง (รถเช่าเหมา) ต้องทำให้เสร็จภายใน 5 ส.ค.
ทั้งนี้เพื่อสร้างความรับรู้และให้รถตู้ได้ปรับตัวเปลี่ยนแปลงที่นั่งและทางออกให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะเริ่มดำเนินการจับปรับจริงตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. เป็นต้นไป โดยช่วงแรกจะปรับในอัตรา 500 บาท หากครบกำหนดวันที่ตั้งเป้าให้ต้องปรับปรุงให้แล้วเสร็จทั้งหมด จะปรับในอัตราโทษสูงสุด 5,000 บาท
ทล.แนะทางเลี่ยงกรุงเทพฯ-ภูมิภาค
วันเดียวกัน กรมทางหลวง แนะนำเส้นทางเลือกในการเดินทาง เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางให้แก่ประชาชน ดังนี้ ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์) จากกรุงเทพฯ ไปถนนรังสิต (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-อยุธยา-อ่างทอง-สิงห์บุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย)-มโนรมย์ (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) มุ่งหน้านครสวรรค์
เส้นทางที่ 2 (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์) จากกรุงเทพฯ ไป จ.นนทบุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 340)-สุพรรณบุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 340)-ชัยนาท (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) มุ่งหน้าสู่นครสวรรค์
เส้นทางที่ 3 (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์) จากกรุงเทพฯ ไปนครปฐม (ใช้ทางหลวงหมายเลข 346)-สุพรรณบุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 321)-อุทัยธานี (ทางหลวงหมายเลข 333) มุ่งหน้าสู่นครสวรรค์
เส้นทางที่ 4 (กรุงเทพฯ-พิษณุโลก) จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต-วังน้อย-สระบุรี-ลพบุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-ตากฟ้า (ใช้ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่พิษณุโลก
สายอีสาน 4 เส้นทางหนีรถหนึบ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) จากกรุงเทพฯ ไป วังน้อย (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-สระบุรี-ปากช่อง-สีคิ้ว (ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่นครราชสีมา
เส้นทางที่ 2 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) จากกรุงเทพฯ ไปสระบุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-ม่วงค่อม (ใช้ทางหลวงหมายเลข 205)-ท่าหลวง (ใช้ทางหลวงหมายเลข 2256)-ด่านขุนทด (ใช้ทางหลวงหมายเลข 2148)-ขามทะเลสอ (ใช้ทางหลวงหมายเลข 2068) จากนั้นมุ่งหน้าสู่นครราชสีมา
เส้นทางที่ 3 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) จากกรุงเทพฯ ไปสระบุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-ม่วงค่อม (ใช้ทางหลวงหมายเลข 205)-ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256)-บัวชุม, หนองสอง (ใช้ทางหลวงหมายเลข 2234,2247)-ปากช่อง (ใช้ทางหลวงหมายเลข 2422) จากนั้นมุ่งหน้าสู่นครราชสีมา
เส้นทางที่ 4 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) จากกรุงเทพฯ ไปนครนายก (ใช้ทางหลวงหมายเลข 305)-บ้านนา (ใช้ทางหลวงหมายเลข 3051, 33)-แก่งคอย (ใช้ทางหลวงหมายเลข 3222)-ปากช่อง (ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่นครราชสีมา
ต/อแนะใช้มอเตอร์เวย์
ภาคตะวันออก เส้นทางที่ 1 (กรุงเทพฯ-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) จากกรุงเทพฯ ไปมอเตอร์เวย์-เมืองพัทยา (ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7)-กระทิงลาย-บ้านโป่ง (ใช้ทางหลวงหมายเลข 36) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ ระยอง จันทบุรี และตราด
เส้นทางที่ 2 (กรุงเทพฯ-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) จากกรุงเทพฯ ไปมอเตอร์เวย์ (ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7)-บ้านบึง-บ้านโป่ง (ใช้ทางหลวงหมายเลข 344) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ ระยอง จันทบุรี และตราด
เส้นทางที่ 3 (กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) จากกรุงเทพฯ ไปมอเตอร์เวย์ – ชลบุรี (ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 หรือทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท)-แยกกระทิงลาย-เมืองพัทยา (ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ ระยอง จันทบุรี และตราด
เส้นทางที่ 4 (กรุงเทพฯ-พัทยา) จากกรุงเทพฯ ไปถนนบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 มุ่งหน้าสู่ จ.ชลบุรี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าสู่เมืองพัทยา
เส้นทางที่ 5 (กรุงเทพฯ-พัทยา) จากกรุงเทพฯ ไปเมืองพัทยา (ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท)
วงแหวนตะวันออกสู่ภาคกลาง
ภาคกลาง เส้นทางที่ 1 (กรุงเทพฯ-อ่างทอง) จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต-ต่างระดับคลองหลวง (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-เชียงรากน้อย (ใช้ทางหลวงหมายเลข 3214)-ใช้ทางหลวงหมายเลข 347 มุ่งหน้าสู่อ่างทอง
เส้นทางที่ 2 (กรุงเทพฯ-อ่างทอง) จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต-ต่างระดับคลองหลวง (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-ต่างระดับบางปะอิน-อยุธยา (ใช้ทางหลวงหมายเลข 32) จากนั้นมุ่งหน้าสู่อ่างทอง
เส้นทางที่ 3 (กรุงเทพฯ-อ่างทอง) จากกรุงเทพฯ ไปวงแหวนตะวันออก (ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9)-ต่างระดับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)-วังน้อย (ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน)-ถนนโรจนะ (ใช้ทางหลวงหมายเลข 309) จากนั้นมุ่งหน้าสู่อ่างทอง
สายใต้ฉลุย 3 เส้นทาง
ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 (กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์) จากกรุงเทพฯ ไปสมุทรสาคร-สมุทรสงคราม (ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 ถนนพระราม 2)-แยกวังมะนาว-เพชรบุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ประจวบคีรีขันธ์
เส้นทางที่ 2 (กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์) จากกรุงเทพฯ ไปสามพราน-นครชัยศรี-นครปฐม-ราชบุรี-แยกวังมะนาว-เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ประจวบคีรีขันธ์
เส้นทางที่ 3 (กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์) จากกรุงเทพฯ ไปถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี)-นครชัยศรี-นครปฐม-ราชบุรี-แยกวังมะนาว-เพชรบุรี (ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ประจวบคีรีขันธ์
หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างการเดินทางสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง โทร. 1586 (โทร.ฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) ศูนย์บริการข้อมูลทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) โทร.1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง โทร. 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
เตือนอุตรดิตถ์สร้างอุโมงค์
สำหรับบรรยากาศการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทยอยกันเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยส่วนใหญ่ต่างเลือกที่จะเดินทางตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณรถบนถนนสายหลักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายดนัย เรืองสอน ผู้อำนวยการศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 (พิจิตร) กรมทางหลวง ฝากเตือนผู้เดินทางขึ้นจังหวัดภาคเหนือ ว่า ขณะนี้โครงการก่อสร้างอุโมงค์ ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 11 พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่ บริเวณแยกวังสีสูบ หมู่ 1 ต.งิ้วงาม อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
พหลฯ-มิตรภาพรถมาก
บริเวณถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีปริมาณรถมากพอสมควร ตำรวจกก.1 บก.ทล. อำนวยการจราจร และติดป้ายโปสเตอร์ขนาดใหญ่ตามสะพานลอย แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางถนนพหลโยธินขาออกที่จะขึ้นสายเหนือ ไปใช้ทางเบี่ยงถนนทางหลวงหมายเลข 347 ปทุมธานี-บางปะหัน เพื่อป้องกันรถติด
ด้านถนนมิตรภาพช่วงผ่าน จ.นครราชสีมา มีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นและชะลอตัวบางช่วง โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้นเขาเขต ต.กลางดง อ.ปากช่อง และทางขึ้นเขาริมเขื่อนลำตะคอง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว เนื่องจากเป็นทางขึ้นเขาทำให้รถยนต์วิ่งชะลอตัวไปอย่างช้าๆ นอกจากนี้ถนนมิตรภาพช่วงบายพาสเลี่ยงเมืองแยกปักธงชัย-จอหอ บริเวณทางต่างระดับตำบลจอหอ อ.เมืองนครราชสีมา มีปริมาณรถยนต์สะสมมาก
ล่องใต้ก็เริ่มหนึบ
สำหรับเส้นทางสายใต้ บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟจราจร อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เส้นทางหลักที่เดินทางมาจากถนนบรมราชชนนี เข้าสู่ถนนเพชรเกษมทางหลวงหมายเลข 4 ที่ จ.นครปฐม ผ่าน อ.บ้านโป่ง อ.บางแพ อ.โพธาราม เข้าสู่ จ.ราชบุรี ก่อนจะมาบรรจบสะพานยกระดับแยกวังมะนาว อ.ปากท่อ และมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี มีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้นร้อยละ 30 สภาพการจราจรปกติ แต่จะชะลอตัวบริเวณ อ.พุทธมณฑล และศาลายา เนื่องจากมีการก่อสร้างทางและปรับปรุงผิวจราจร
ส่วนถนนพระราม 2 ทางหลวงหมายเลข 35 ตั้งแต่ ต.คลองโคน อ.อัมพวา จ.สมุทร สงคราม เขตรอยต่อจ.ราชบุรี ถนนสายหลักที่มาจากกรุงเทพฯ เข้าสู่มหาชัย จ.สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ก่อนจะเข้าสู่ จ.ราชบุรี ไปบรรจบเข้ากับทางร่วมที่ถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่เขตจ.เพชรบุรี พบว่าเริ่มมีปริมาณรถเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติร้อยละ 40
เอเชียปิด 9 ยูเทิร์นอ่างทอง
ด้านการจราจรบริเวณถนนสายเอเชีย ช่วงหน้าวัดกุฎีทอง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ยังเคลื่อนตัวได้ดี แต่มีปริมาณรถสะสมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำนักบำรุงทางจังหวัดสิงห์บุรี จำเป็นต้องปิดจุดกลับรถจำนวน 9 จุด เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 10-19 เม.ย. ประกอบด้วย 1.จุดแยกวัดไชโย ก.ม.ที่ 67 2.จุดกลับหน้าสวนอุตสาหกรรมพรหมบุรี ก.ม.ที่ 73 3.จุดกลับทางแยกเข้าอำเภอพรหมบุรี ก.ม.ที่ 74 4.จุดกลับบ้านวัดคู ก.ม.ที่ 75 5.จุดกลับด้านเหนือของสำนักงานหมวดทางหลวงพรหมบุรี ทางเข้าวัดอัมพวัน ก.ม.ที่ 78 6.จุดกลับหน้าวิทยาลัยเกษตรสิงห์บุรี ก.ม.ที่ 82 7.จุดกลับหน้าปั๊มน้ำมันหงษ์เชาวลิต ก.ม.ที่ 86 8.จุดกลับหน้าศูนย์เชฟโรเลต ก.ม.ที่ 88 และ 9.จุดกลับรถทางหลวงอินทร์บุรี ก.ม.ที่ 106