ทนายวิญญัติ ลั่น ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตายที่ไหน อย่าโยนพื้นที่รับผิดชอบไปมา

24 ก.ย. 2562 - 18:42 น.

ทนายวิญญัติ ลั่น ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตายที่ไหน อย่าโยนพื้นที่รับผิดชอบไปมา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายวิญญัติ ชาติมนตรี และเลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิเสรีภาพ (สกสส.) เเละทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ให้ความเห็นถึงกรณีที่”smart watch ระบุชีพจรลันลาเบลหยุดเต้น 17.00 น. ว่า ตนขอให้ความคิดเห็นส่วนตัวเพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายว่าจาก ข้อเท็จจริงของคดีส่วนที่เกี่ยวกับ สาเหตุการตายน่าจะได้คำตอบแก่สังคมและตำรวจชุดคลี่คลายคดีแล้วว่า ความตายของลันลาเบลเกิดจากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

เรื่องความผิดเกี่ยวกับเพศคงยุติได้พอสมควรจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์คดีนี้จึงน่าจะมีเรื่องที่ตำรวจต้องสืบสวนและสอบสวนอีกอย่างน้อย 2 ประเด็นหลักๆ คือ เรื่องเจตนาของผู้ต้องหา เพราะจะนำไปสู่การพิจารณาว่ากระทำความผิดฆ่าผู้อื่น (โดยงดเว้น) หรือไม่ การพบเห็นอาการหมดสติ น้ำลายฟูมปาก ปากเขียวคล้ำ แล้วไม่พาผู้ตายไปโรงพยาบาลหรือให้ได้รับการปฐมพยาบาล เป็นการกระทำให้เกิดผลอันหนึ่งอันใดขึ้น โดยงดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผล(การตาย) นั้นหรือไม่

พฤติการณ์ระหว่างทางไปคอนโดแล้วอุ้มขึ้นไปห้องพักใช้เวลานานเท่าใด เหตุใดจึงพาไปคอนโด มีเจตนาซ่อนเร้นอย่างไร จนกระทั่งนำร่างของผู้ตายลงมาไว้ที่โซฟาอีกหลายชั่วโมงต่อมานั้น จะสอดคล้องกับการงดเว้นได้หรือไม่ ต้องสอบสวนให้ชัดให้สิ้นกระแสความ เนื่องจากอาจนำไปสู่การพิจารณาว่าเป็นการย้ายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายด้วยหรือไม่ เพราะเหตุของเรื่องคือการพาไปคอนโดและผลที่ตามมาคือความตาย

เเละ 2.เรื่องเวลาการตายของผู้ตาย ต้องสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานทุกชนิดที่ทำได้ อย่าคิดว่าสอบมากไป แล้วจะทำให้ผู้ต้องหาหลุดคดีหรือพ้นข้อหาแรงๆไป นั่นคืออคติ เพราะผู้ต้องหาอาจไม่ทราบว่าน้องลันลาเบลตายเมื่อใด (แต่ก็ต้องดูความรู้ ความสามารถ การประกอบอาชีพของผู้ต้องหาด้วย)

หน้าที่ของพนักงานสอบสวนต้องสอบให้ชัดเจน ทั้งพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา การหาเวลาการตายนั้นสำคัญมาก ต้องหาข้อยุติให้ได้ ลำพังจะเชื่อเฉพาะสมาร์ทวอชท์ (นาฬิกา) ที่ผู้ตายสวมใส่อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องสอบสวนประกอบพยานหลักฐานอื่นด้วย จึงจะไปเชื่อมโยงว่าผู้ต้องหาน่าจะทราบถึงการตายเมื่อใด

ข้อเท็จจริงที่เป็นองค์ประกอบความผิดของพฤติการณ์ช่วงก่อนตาย (มีสภาพบุคคล) และช่วงหลังตาย (สิ้นสภาพบุคคล) คือ เมื่อใด อันเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่จะเอาความผิดได้หรือไม่ คดีนี้จะพิสูจน์ถึงมาตรฐานการทำคดีและงานด้านนิติเวชศาสตร์ของไทยอีกเรื่องหนึ่งด้วย

สุดท้ายแล้วคดีนี้อาจดำเนินคดีอาญากับผู้ใดได้ แต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะลงโทษผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดก็ได้ สังคมควรติดตามด้วยสติแยกแยะความเกี่ยวข้องของบุคคลตามความจริงออกจากกระแสโซเชียลให้ได้


นายวิญญัติ ยังกล่าวถึงกรณีที่ มีการอ้างว่ายังไม่สามารถขอศาลออกหมายจับตัวผู้ต้องสงสัยได้เนื่องจากยังไม่รู้ว่า เวลาที่เเน่นอนในการเสียชีวิตคดีนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบ สน.ไหนระหว่างสภ.บางบัวทอง ,สน.บุคคโล ว่าตรงนี้ยังไม่ใช่หลักสาระสำคัญ ที่สำคัญคือ การสอบสวนต้องมีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่ากระทำความผิด

ส่วนกรณี เรื่องอำนาจสอบสวนสน.ไหนนั้น ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 19 ในกรณีดั่งต่อไปนี้ เป็นการไม่แน่ว่าการกระทำผิดอาญาได้กระทำในท้องที่ใดใน ระหว่างหลายท้องที่
(2) เมื่อความผิดส่วนหนึ่งกระทำในท้องที่หนึ่ง แต่มีอีกส่วนหนึ่ง ในอีกท้องที่หนึ่ง
(3) เมื่อความผิดนั้นเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกัน ในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป
(4) เมื่อเป็นความผิดซึ่งมีหลายกรรม กระทำลงในท้องที่ต่าง ๆ กัน
(5) เมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้ต้องหากำลังเดินทาง (6) เมื่อความผิดเกิดขึ้นขณะผู้เสียหายกำลังเดินทาง พนักงานสอบสวนในท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่เกี่ยวข้องมีอำนาจ สอบสวนได้

ในกรณีข้างต้นพนักงานสอบสวนต่อไปนี้ เป็นผู้รับผิดชอบในการ สอบสวน ถ้าจับผู้ต้องหาได้แล้ว คือพนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่จับ ได้อยู่ในเขตอำนาจถ้าจับผู้ต้องหายังไม่ได้ คือพนักงานสอบสวนซึ่งท้องที่ที่พบการ กระทำผิดก่อนอยู่ในเขตอำนาจ

โดยจะเห็นว่าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบการสอบสวนตาม ม.19 วรรคสาม ในกรณีที่ความผิดเกิดมากกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป พนักงานสอบสวนในท้องที่ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่พนักงานสอบสวนตาม (1-6 )มีอำนาจทำการสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนที่จะมีอำนาจสรุปสำนวนส่งฟ้อง กล่าวคือเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบการสอบสวนได้นั้น จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในวรรคสาม หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะทำให้การสอบสวนนั้นเสียไป พนักงานอัยการไม่มีอำนาจฟ้อง

กรณีดังกล่าวเข้ามาตรา 19 (3)เมื่อความผิดนั้นเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกัน ในท้องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป เเละเข้า(6)ที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายระหว่างเดินทาง ก็เข้าหมดจึงถือว่าพนักงานสอบสวนทั้งสภ.บางบัวทอง เเละ สน.บุคคโล เป็นพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งสองสน. ก็มีอำนาจสอบสวนที่สามารถสอบสวนได้ แต่จะเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีในการสั่งฟ้องหรือไม่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยว่าสอบสวนเเล้วเป็นความผิดอะไรหรือจับผู้ต้องหาได้แล้วแต่ในขณะนี้ยังไม่มีการจับผู้ต้องหาแค่เป็นการเรียกมาสอบ

“เรื่องนี้ไม่ควรต้องโยนกันไปมาระเบียบ ตร. มีเยอะมากสามารถทำได้ ยิ่งคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติสามารถมีอำนาจที่จะให้ตั้งคณะกรรมการร่วมของทั้งสอง สน. เป็นพนักงานสอบสวนก็ได้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ทนายวิญญัติ ลั่น ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตายที่ไหน อย่าโยนพื้นที่รับผิดชอบไปมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง