ผัวซ้อม โหดเมียสาว จับหัวโขกผนัง กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา สลด!ลูกถามแม่ไปไหน เผยอาการเป็นตายเท่ากัน ต้องผ่าเปิดกะโหลก เอาเลือดคั่งออก เจาะคอช่วยหายใจ
ผัวซ้อม / เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งร้องเรียนว่า ญาติถูกสามีทำร้ายจนโคม่า อาการสาหัส ซึ่งผ่านไปกว่า 4 วัน ยังเป็นเจ้าหญิงนิทรา ล่าสุดที่โรงพยาบาลศูนย์นครปฐม จ.นครปฐม ซึ่งเป็นที่พักรักษาตัวของ น.ส.สุพิชญา เดชจินดา อายุ 29 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวในห้องไอซียู ไม่มีสติ เป็นเจ้าหญิงนิทรา เนื่องจากสมองถูกผ่าเปิดกะโหลกฝั่งซ้าย เอาเลือดคั่งออก เพราะได้รับความกระทบกระเทือน ซึ่งแพทย์ระบุว่าหากฟื้นมาแล้วอาจจะไม่เหมือนเดิม อีกทั้งยังมีรอยช้ำที่ใต้คาง และช้ำไหล่ขวา ซึ่งยังรอแพทย์มาเจาะคอ เพื่อช่วยหายใจในวันพรุ่งนี้
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
น.ส.บิว (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ญาติผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า น.ส.สุพิชญา ญาติของตน และนายนิวัฒน์ คบหากันมาประมาณ 4 ปี มีลูกสาววัย 3 ขวบด้วยกัน 1 คน โดย น.ส.สุพิชญามีอาชีพเป็นแคตดี้สนามกอล์ฟ
ส่วนนายนิวัฒน์ว่างงาน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาผู้ได้รับบาดเจ็บมักจะเอาลูกสาวมาฝากให้อาเป็นคนเลี้ยง 3-4 วันต่อสัปดาห์ ตอนแรกญาติก็ไม่เข้าใจว่า สามีเขามีเวลาว่าง แต่ทำไมถึงไม่ยอมเลี้ยงเอง ซึ่งญาติญาติก็ได้มารู้ภายหลังจากเพื่อนข้างห้องว่า ทั้งคู่มักจะมีปากเสียงทะเลาะกัน และไม่อยากให้เด็กเห็นความรุนแรง ซึ่งที่ผ่านมาตนก็พอจะทราบว่าทั้งคู่ทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุรุนแรงแบบนี้
น.ส.บิว เล่าย้อนกลับไปเมื่อช่วงประมาณ ตี 2-3 ของเช้ามืดวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า นายนิวัฒน์พาน.ส.สุพิชญาส่งโรงพยาบาล และโทรศัพท์มาบอกอาของตนว่า น.ส.สุพิชญาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ตำรวจได้โทรศัพท์มาอีกรอบให้ไปรับหลานวัย 3 ขวบ ที่สภ.นครไชยศรี เพราะนายนิวัฒน์ถูกจับไปแล้ว
ซึ่งตนก็มาทราบภายหลังว่า พยาบาลที่โรงพยาบาลหลอกถามลูกสาววัย 3 ขวบว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น โดยเด็กบอกพยาบาลว่า “พ่อเอาขวดตีหัวแม่” พยาบาลได้ยินดังนั้นจึงแจ้งตำรวจมาจับนายนิวัฒน์ ซึ่งตนก็ได้สอบถามพยานแวดล้อมให้ข้อมูลว่า ในคืนเกิดเหตุนั้นได้ยินเสียงน.ส.สุพิชญา กรีดร้องเสียงดัง เพราะนายนิวัฒน์จับหัวน.ส.สุพิชญา โขกกับกำแพงหลายครั้ง จนคนรอบๆ ห้องได้ยิน
น.ส.บิว กล่าวว่า ตอนนี้น.ส.สุพิชญามีอาการเป็นตายเท่ากัน เพราะสมองกระทบกระเทือนมาก และจะมีการเจาะคอเพื่อช่วยในการหายใจ ซึ่งหลานสาววัย 3 ขวบ ก็ได้แต่ถามว่าแม่ไปไหน ตนก็ได้แต่หวังว่าน.ส.สุพิชญา จะกลับมามีชีวิตและหายกลับมาดูแลลูก ไม่ว่าเขาจะฟื้นกลับมาในสภาพไหน
อย่างไรก็ตาม ตนทราบว่านายนิวัฒน์ถูกจับและแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ได้รับประกันตัวไป จากนั้นเขาก็โทรศัพท์มาสอบถามอาการ และจะช่วยค่ารักษาพยาบาล แต่ญาติของตนไม่ต้องการแบบนั้น เพราะอยากให้ผู้ก่อเหตุถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่า และตนก็กลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากหลังเกิดเหตุตำรวจก็ไม่ได้เข้ามาดูอาการพี่สาวของเพื่อทำสำนวนคดีเลย
ด้าน พ.ต.ท.ประสพ พันแจ้ง รอง ผกก.สอบสวน สภ.นครไชยศรี ให้ข้อมูลว่า เบื้องต้นสามารถแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัสกับ นายนิวัฒน์ ปิ่นตบแต่ง เท่านั้น ซึ่งก็ได้รับการประกันตัวในชั้นศาลด้วยหลักทรัพย์ 12,000 บาท ส่วนข้อหาพยายามฆ่านั้น ต้องรอความเห็นจากแพทย์ว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมได้หรือไม่ เนื่องจากในที่เกิดเหตุไม่มีอาวุธร้ายแรง เช่น มีด ปืน อีกทั้งศีรษะของคนเจ็บก็ไม่ได้เป็นแผลฉกรรจ์ จึงไม่สามารถแจ้งข้อหาพยายามฆ่าได้ในทันที
ขณะที่ นางอร (นามสมมติ) อายุ 45 ปี น้าของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า หลานถูกจับและได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพทย์จำนวน 12,000 บาท หลังจากนั้นก็หายไปจากพื้นที่เลย และจะเป็นฝ่ายที่โทรศัพท์กลับมาเอง ซึ่งเขาเล่าว่า คืนเกิดเหตุนั้นเจ้าตัวอยู่ในอาการเมา ส่วนภรรยานอนหลับอยู่ เจ้าตัวไปเช็กโทรศัพท์ของภรรยา และพบว่าภรรยาคุยแชทกับชายคนอื่น จึงเกิดการหึงหวงและโมโห จึงปลุกภรรยาที่กำลังนอนหลับขึ้นมาตบตีโดยไม่ทันคิด
นางอร กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุญาติของฝ่ายหญิงไม่ให้นายนิวัฒน์เข้าไปเยี่ยมภรรยาเลย ซึ่งนายนิวัฒน์เองก็ต้องไหว้วานให้ตนไปเยี่ยมแทนเขาเสมอ และจะฝากเงินครั้งละ 2,000 บาท เพื่อเป็นค่ารักษา แต่อีกฝ่ายกลับไม่รับเงินนี้เลย นายนิวัฒน์บนบานว่าถ้ามีปาฏิหาริย์ น.ส.สุพิชญามีอาการดีขึ้นก็จะบวชให้ ซึ่งตนเห็นสภาพของฝ่ายหญิงแล้ว ก็รู้ว่าคงกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ และเมื่อไปบอกกับนายนิวัฒน์ เจ้าตัวเองก็รู้สึกผิดจนจะผูกคอตาย เพราะเขาก็เครียดและร้องไห้ตลอดเวลา ตนเห็นแล้วก็ต้องโกหกไปว่าฝ่ายหญิงมีอาการดีขึ้นตามลำดับ เพื่อไม่ให้หลานชายของตัวเองคิดสั้น
นางอร กล่าวว่า นายนิวัฒน์เองก็รู้ตัวว่า ถ้าหากผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตนั้น เจ้าตัวอาจจะต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเป็นฆ่าผู้อื่น ซึ่งเขาก็ยินยอมที่จะติดคุก และยืนยันว่าจะไม่หนีไปไหนแน่นอน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่านายนิวัฒน์ไม่ใช่คนโมโหร้าย ตนจึงไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมถึงก่อเหตุรุนแรงแบบนี้
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ห้องเช่าที่เกิดเหตุใน อ.นครไชยศรี จ.นครปฐม พบว่ายังมีคราบเลือดที่พื้นห้องน้ำ และคราบเลือดที่ถูกล้างแล้วที่กำแพงห้อง และพื้นห้อง โดย น.ส.ดาว (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุนั้น เวลาประมาณตี 2-3 ตนได้ยินเสียง น.ส.สุพิชญาและนายนิวัฒน์ทะเลาะถกเถียงกันเสียงดัง
ซึ่งตอนแรกก็ไม่คิดอะไร เพราะทั้งคู่มักจะทะเลาะกันเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว พอหายโกรธกันก็รักกันดี ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ในคืนเกิดเหตุนั้นตนรู้สึกได้ว่าเขาเริ่มทะเลาะรุนแรงกันมากขึ้น เริ่มได้ยินเสียงดังเหมือนคนกระแทกกับกำแพงหลายครั้ง และเสียงเตะ รวมถึงได้ยินเสียงน.ส.สุพิชญาร้องไห้ กรีดร้องตลอดเวลา จนสุดท้ายเสียงเงียบไป และหลังจากนั้นเหมือนกับนายนิวัฒน์จะโทรศัพท์ ตามเพื่อนให้มาช่วยพาตัวแฟนส่งโรงพยาบาล
น.ส.ดาว กล่าวต่อว่า ตนพอจะทราบว่าทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องฝ่ายชายเช็กโทรศัพท์ฝ่ายหญิง แล้วเจอแชทที่ฝ่ายหญิงคุยกับเพื่อนผู้ชาย แต่ตนก็ไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึก แต่ตนมองว่าฝ่ายชายดูเป็นคนที่น่ากลัว ตนรู้สึกสงสารฝ่ายหญิงและสลดใจมากๆ คิดว่าฝ่ายชายไม่น่าจะทำรุนแรงขนาดนี้


