ลุงโวยกู้ภัยส่ง รพ.ช้า เปิดใจ ดื่มแต่ไม่เมา แค่พูดดัง สพฉ.ยันต้องช่วยเบื้องต้นก่อน

16 ธ.ค. 2562 - 16:45 น.

ลุงโวยกู้ภัยส่ง รพ.ช้า เปิดใจ ดื่มแต่ไม่เมา แค่พูดดัง สพฉ.ยันต้องช่วยเบื้องต้นก่อน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณีโซเชียลแชร์คลิป ลุงคนหนึ่งต่อว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าเหตุใดจึงไม่รีบพาผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาล แต่ภายหลังพบว่า เจ้าหน้าที่ได้ดูแลผู้ป่วยตามขั้นตอน เพื่อมีหลักเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเอง

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ธ.ค. ที่ ซอยเสนานิเวศน์ 104 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม.
นายบุญเลี่ยม เอี่ยมสะอาด อายุ 68 ปี เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” หลังจากกรณีที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย ได้มีการอัดคลิปของตัวเองขณะที่กำลังเข้าบอกให้รีบพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล เนื่องจากเห็นว่า ทางเจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ป่วยนาน

นายบุญเลี่ยม กล่าวว่า ตนกำลังไปเก็บซองผ้าป่าอยู่ แล้วก็เห็นเหตุการณ์คนชุลมุนกัน จึงเข้าไปดู ก็เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กู้ภัย กำลังปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับผู้ป่วยที่นอนนิ่งอยู่ ซึ่งตนเห็นว่า อาการของผู้ป่วยไม่ค่อยดีนัก จึงได้รีบเข้าไปพูดให้กู้ภัยพาขึ้นรถแล้วส่งโรงพยาบาลเลย เพราะผู้ป่วยมีสิทธิ์เสียชีวิตสูงมาก แต่ด้วยความที่ ตนนั่นเป็นคนพูดจาเสียงดัง โผงผาง ก็เลยทำให้ดูเป็นการไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ แต่ยืนยัน เราไม่ได้จะต่อว่า

ก่อนหน้านี้เราก็เคยช่วยชีวิตคนที่อยู่ข้างบ้านมาก่อนเหมือนกัน เขาป่วยเราก็รีบพาไปส่งโรงพยาบาล แล้วเขาก็รอด ซึ่ง กรณีนี้ตนเข้าใจว่ามันจะต้องทำตามขึ้นตอน เพราะว่าตนก็เคยเรียนมา แต่ว่าสำหรับต้นแล้ว บางครั้งมันช้าจนเกินไป เวลาเกิดอุบัติเหตุหรืออะไรก็แล้วแต่ กว่าจะมา กว่าจะมีการทำเรื่อง กว่าผู้ป่วยจะได้ไปโรงพยาบาลนั้น ใช้เวลานานมาก ตนมองว่ามันเสียเวลา จึงอยากจะให้มีการแก้ไขในจุดนี้ ทั้งนี้ ตนก็อยากจะขอโทษทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่พูดจาดี เสียงดัง โวยวาย ตนไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแน่นอน ทั้งนี้ ที่บอกว่าตนดื่มสุราแล้วมึนเมาหรือไม่นั้น ตนยอมรับว่าดื่มจริง ไม่ได้มีอาการมึนเมาแน่นอน

ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต. การันต์ ศรีวัฒนาบูรพา ผู้ช่วยโฆษกสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า การกู้ชีพกรณีดังกล่าวถือว่า ทำถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว เนื่องจากโดยหลักการเมื่อสายด่วน 1669 ได้รับแจ้งเหตุว่า มีผู้ป่วยหัวใจวาย ซึ่งเคสนี้เรียกว่า เป็นเคสผู้ป่วยวิกฤตสีแดง ต้องรีบช่วยเหลือให้รอดชีวิต และต้องใช้รถกู้ชีพขั้นสูง ซึ่งจะมีวิชาชีพและมีเครื่องมือช่วยชีวิตพร้อม แต่ระหว่างรอรถกู้ชีพขั้นสูงเข้าไปถึง ก็จะให้คำแนะนำ รวมทั้งจะส่งรถกู้ชีพขั้นพื้นฐาน

เช่น รถจากมูลนิธิ กู้ชีพกู้ภัยต่างๆ ที่ผ่านการอบรมในการช่วยชีวิตคนเบื้องต้นไปสนับสนุนที่เกิดเหตุก่อน โดยการช่วยชีวิตนั้น สิ่งสำคัญต้องมีการกดหรือปั๊มหัวใจเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะ เลี้ยงสมอง และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องขัดจังหวะการปั๊มหัวใจให้น้อยที่สุด คือ จะไม่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างปั๊มหัวใจ เพราะหากยกขึ้นเปล อาจทำให้ต้องหยุดปั๊มหัวใจ และจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยได้

“จะต้องทำซีพีอาร์จนกระทั่งชีพจรหรือสัญญาณชีพของผู้ป่วยกลับมา จึงจะเคลื่อนย้าย โดยระหว่างนั้นหากรถกู้ชีพขั้นสูงมาถึง ก็จะทำการช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจต่อ และให้ยากระตุ้นหัวใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ และช็อตหัวใจ โดยทั้งหมดสามารถทำที่บ้านได้ ยกเว้นว่าบ้านไม่มีพื้นที่เอื้ออำนวยจริงๆ” ว่าที่ ร.ต.การันต์ กล่าวและว่า เดิมทีคนมักเข้าใจว่า การช่วยชีวิตจะต้องรีบพาไปโรงพยาบาลเท่านั้น แต่จริงๆ การช่วยชีวิตต้องทำก่อนถึงโรงพยาบาล เพราะช่วงฉุกเฉินคือ ระหว่างไปถึงโรงพยาบาล ดังนั้น หากทำซีพีอาร์ หรือการฟื้นคืนชีพได้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยชีวิตได้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ลุงโวยกู้ภัยส่ง รพ.ช้า เปิดใจ ดื่มแต่ไม่เมา แค่พูดดัง สพฉ.ยันต้องช่วยเบื้องต้นก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง