ปีติในหลวงทรงห่วงใยและพระราชทานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ เผยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ดำเนินการตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 จนถึงขณะนี้ ทั้งทรงให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบให้ มีพระราชกระแสแก่รัฐบาลเกี่ยวกับแนวทางบรรเทาปัญหา ตลอดจนพระราชทานเงินจำนวน 40 ล้านบาทแก่ 12 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยในการสมทบทุนฟื้นฟูความเป็นอยู่ของราษฎรและช่วยเหลือโรงเรียน 267 โรง นอกจากนี้ ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนนัก ศึกษาที่ได้รับผลกระทบกับอุทกภัยครั้งนี้รวม 27 คนจาก 6 จังหวัดด้วย
ด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบอุทกภัยอย่างหนักในหลายพื้นที่ จึงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2559 โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ นำถุงยังชีพพระราชทานไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งมีพระราชกระแสแก่รัฐบาลเกี่ยวกับแนวทางการช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าวด้วย
และเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ตรัง สุราษฎร์ธานี พัทลุง กระบี่ ยะลา และสตูล จำนวน 40,000,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายบัตรอวยพรและไดอารี่ภาพวาด ฝีพระหัตถ์ โดยประชาชนให้ความสนใจซื้อเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ รัฐบาลได้นำเงินพระราชทาน ดังกล่าว ไปสมทบทุนฟื้นฟูความเป็นอยู่ของราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน และเป็นเงินทุนการศึกษาพระราชทานแก่บุตรหลานที่กำลังอยู่ในวัยเรียน ของครอบครัวที่สูญเสีย ผู้ปกครองจากอุทกภัย พร้อมทั้งเป็นการพระราชทานความช่วยเหลือในการจัดซื้อโต๊ะ-เก้าอี้ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์การศึกษาที่จำเป็นแก่โรงเรียนต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จำนวน 267 แห่ง
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินการฟื้นฟูบูรณะโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ณ โรงเรียนวัดกาหรำ ตำบลโรง อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ในโอกาสดังกล่าว ได้พบปะนักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน จำนวน 5 ราย ที่บิดาซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวเสียชีวิตจากอุทกภัย ได้แก่ นางสาวสุธิมา พงษ์สุวรรณ นักศึกษาปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เด็กหญิงจิรภัทร พงษ์สุวรรณ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพะตง วิทยามูลนิธิ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายเอกพจน์ ชีวะพันธ์ นักศึกษาปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 มหา วิทยาลัยราชภัฏสงขลา และเด็กชายทัศนา กับเด็กหญิงฐิติพร เวชกะ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 โรงเรียนบ้านเขาแดง อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ทั้งหมดจะได้รับทุนการศึกษาพระราชทานจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พร้อมเงินค่าครองชีพระหว่างการศึกษาด้วย
ทั้งนี้ พลเอก ดาว์พงษ์ได้เชิญความห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกระแสพระราชดำรัส เพื่อเป็นขวัญกำลังใจพร้อมให้โอวาทแก่นักเรียนนักศึกษาผู้ได้รับพระราชทานทุน ขอให้เป็นคนดีมีวินัย และตั้งใจเล่าเรียน เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานทุนการศึกษา โอกาสนี้ นางสาวสุธิมา เป็นตัวแทนกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระเมตตาพระราชทานทุนการศึกษาแก่ตนและน้องเยาวชนที่สูญเสียบิดาเพราะอุทกภัย พร้อมให้คำมั่นว่าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน และเป็นคนดีของสังคม เพื่อตอบแทนคุณของประเทศชาติสืบไป
ในห้วงเวลาเดียวกัน ระหว่างวันที่ 20-21 เมษายน 2560 นายชุมพล ศรีสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเรือนนักเรียนนักศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่บิดาเสียชีวิตจากอุทกภัย ซึ่งได้รับทุนการศึกษาพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายธีรเดช คล้ายสุบรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี นางสาวกฤษณา ชูพรหมแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ นายเด่นชัย ปานขาน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี และเด็กชายเฉลิมศักดิ์ ปานขาน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 โรงเรียนบ้านท่านหญิงวิภา
สำหรับแนวทางการดำเนินการพระราช ทานความช่วยเหลือโรงเรียนและครอบครัว ผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ องคมนตรี ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นผู้รับผิดชอบ 5 คน คือ นายพลากร สุวรรณรัฐ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พลเอก ธีรชัย นาควานิช พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา และพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ดำเนินการสนองพระราชกระแสมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับเงินพระราชทาน 40,000,000 บาท แบ่งเป็นทุนการศึกษาพระราชทาน จำนวน 15,000,000 บาท สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบในการดูแลบริหารจัดการทุนการศึกษาพระราชทานแก่นักเรียนนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันมีเยาวชนได้รับคัดเลือกให้ได้รับพระราชทานทุนการศึกษา จำนวน 27 ราย จาก 6 จังหวัด แบ่งเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานี 6 ราย สงขลา 5 ราย นราธิวาส 1 ราย ชุมพร 2 ราย นครศรีธรรมราช 12 ราย และตรัง 1 ราย โดยจะโอนเงินทุนการศึกษาแก่ผู้ได้รับพระราชทานก่อนเปิดภาคเรียน
สำหรับหลักเกณฑ์ผู้ได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน ครอบครัวของเยาวชนจะต้องสูญเสียผู้เป็นเสาหลักในการประกอบวิชาชีพ โดยคณะกรรมการจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานมีหน้าที่พิจารณาคัดเลือก และสถานศึกษาของนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับพระราชทานทุน จะต้องติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับพระราชทานทุนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรายงานผลการศึกษาแก่องคมนตรีที่รับผิดชอบให้ทราบ ทั้งด้านความประพฤติและ ผลการเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อจัดทำรายงาน ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว เพื่อทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท อีกส่วนหนึ่งคือเงินในการจัดหาโต๊ะ-เก้าอี้พระราชทานสำหรับครูและนักเรียนให้แก่โรงเรียนต่างๆ จำนวน 25,000,000 บาท
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกและพิจารณาคุณสมบัติโต๊ะ-เก้าอี้พระราชทาน ซึ่งต้องมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มีความมั่นคง แข็งแรง สวยงาม และสมพระเกียรติ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อย และส่งมอบได้ก่อนเปิดภาคเรียน ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2560 นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีหน้าที่ในการบำรุงรักษาและซ่อมแซมโต๊ะ-เก้าอี้พระราชทานให้อยู่ในสภาพดี สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือลานพระบรมรูปทรงม้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องถวายสักการะจำนวน 500 ชุด ให้แก่พสกนิกรที่มาถวาย สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ซึ่งภายในพานดอกไม้ประกอบไปด้วยดอกกุหลาบ พวงมาลัย หมากพลู และยาฉุน สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนที่เดินทางมาสักการะเป็นล้นพ้น ซึ่งเครื่องถวายสักการะนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทาน แก่ประชาชนเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป