ปลัดมหาดไทยสั่งเด้งผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ช่วยราชการสำนักปลัดมหาดไทยชั่วคราว หลังถูกกล่าวหาซื้อบริการเด็กหญิง เนื่องจากการสอบสวน ยังไม่แล้วเสร็จ และเพื่อคลายความแคลงใจ ตร.ออกหมายจับ 3 ตำรวจ สภ.กองก๋อย ซื้อกามเด็กหญิงมารุมโทรม ฟันซ้ำให้ออก จากราชการ “น้ำเพชร” แจ้งกองปราบฯดำเนินคดี ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน-พงส.เจ้าของคดี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 1 พ.ค. พล.ต.ท. พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยความคืบหน้าคดีค้ากามเด็กหญิงที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลทั้งการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนจะได้ผลเพียงใดและไปถึงใครบ้างนั้น ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน สำหรับการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องคาดว่าน่าจะมีการขอออกหมายจับได้ ส่วนจะได้หรือไม่นั้นเป็นการพิจารณาของศาล

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวต่อว่า สำหรับ การสอบสวนของคณะกรรมการกระทรวงมหาดไทยกรณีที่ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ถูกพาดพิงว่าซื้อบริการเด็กสาว ซึ่งผลออกมาว่าไม่พบข้อมูลหลักฐานการกระทำผิดดังกล่าวนั้น ทางกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้รายงานผลสอบดังกล่าวมาทางตำรวจภูธรภาค 5 อย่างไรก็ตามในการสอบสวนและสำนวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีรายละเอียดทั้งหมด ซึ่งอาจจะพบว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ขณะที่ในส่วนของตำรวจที่เกี่ยวข้องในการซื้อบริการเด็กสาวนั้นจะมีการพิจารณาและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นกัน เบื้องต้นพบว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องประมาณ 7-8 นาย ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาตำรวจแม่สะเรียง 5 นาย รุมโทรมเด็กสาวนั้น กำลังดำเนินการสอบสวน ซึ่งต้องสอบสวนทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาเพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

“ที่ผ่านมามีการกำชับสั่งการเกี่ยวกับความประพฤติของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เสมอ และมีการควบคุมดูแลกันตามลำดับชั้นอย่างเข้มงวด หากพบว่ามีการกระทำผิดจะมีการสอบสวนและลงโทษ ยอมรับว่าอาจจะมีโอกาสที่เกิดความบกพร่องขึ้นบ้าง เพราะลักษณะการทำงานที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง เปรียบเหมือนคนกวาดขยะที่อาจจะไม่สะอาดทั้งหมด เพราะต้องทำหน้าที่เก็บกวาดขยะย่อมมีโอกาสที่สิ่งสกปรกอาจจะกระเด็นมาเปื้อนได้ ซึ่งจากกรณีนี้ที่เกิดขึ้นนี้ต้อง ถือเป็นบทเรียนสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งสังคมและทุกคนด้วย” พล.ต.ท. พูลทรัพย์ กล่าว

วันเดียวกัน พ.ต.ท.วรธันว์ เครือจันทร์ต๊ะ หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน เดินทางไปศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขออนุมัติออกหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กองก๋อย จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 6 นาย โดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 30 เม.ย. ทางพนักงานสอบสวนได้ยื่นขอหมายจับต่อศาลจำนวน 3 นาย แต่ถูกตีกลับ จนใน วันนี้พ.ต.อ.ศตศักดิ์ พิมลทิพย์ ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน ได้สั่งการให้ออกหมายเพิ่มและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ธีรพล อินทรลิบ หัวหน้าชุดสอบสวน บช.ภ.5 ได้สอบสวนสิบตำรวจนายหนึ่งสังกัด สภ.กองก๋อย ที่ถูก กล่าวหาว่าเป็นตำรวจที่ใส่เหล็กดัดฟันและมีรอยสักที่ไหล่ ซื้อบริการหญิงสาวแล้วให้ตำรวจด้วยกันรุมโทรมที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.แม่สะเรียง ซึ่งสิบตำรวจคนดังกล่าวยอมรับว่าซื้อบริการหญิงสาวจริง และยังซัดทอดว่ามีตำรวจ สภ.กองก๋อย ยศจ่าและนายสิบร่วมด้วยอีก 2 นาย ซึ่งชุดสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับตำรวจ สภ.กองก๋อย ทั้ง 3 นาย พร้อมนายตำรวจในสังกัด บก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอนอีก 3 นาย รวม 6 นาย และข้าราชการในสังกัดอื่นอีกไม่ต่ำกว่า 7 คน ด้วย

พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. เข้ารายงานความคืบหน้าการดำเนินการคดีกับขบวนการค้าประเวณีในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ต่อพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ซึ่งขณะนี้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มีคดีในความรับผิดชอบทั้งสิ้น 33 คดี มีผู้ถูกดำเนินคดีเป็นเครือข่ายค้าประเวณีรวม 15 กลุ่ม

พล.ต.อ.ศรีวราห์เปิดเผยว่า ล่าสุดศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้อนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหา 3 คน คือ ส.ต.อ.นิรันดร์ สายจันทร์, ส.ต.ต.พิทักษ์ สมกุล และส.ต.ท.เพชร เตชะโอฬาร ทั้งหมดเป็นตำรวจสังกัด สภ. กองก๋อย จ.แม่ฮ่องสอน ในข้อหา “พราก ผู้เยาว์เพื่อทำอนาจารในลักษณะโทรม” โดยได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว เนื่องจากถือมีความผิดทางวินัยร้ายแรง ส่วนรอง ผกก., สารวัตร และสิบเวร ที่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบไว้ก่อนหน้านั้นอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม เบื้องต้นเตรียมออกหมายจับ ผู้ต้องหาเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 8 คน คาดว่าเป็นแม่เล้าของเครือข่ายค้าประเวณี ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบนายตำรวจที่มีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าประเวณีที่มีการตั้งไว้ก่อนหน้านี้ คาดจะทราบผลภายใน 30 วัน

ด้าน พล.ต.ต.กรไชยกล่าวว่า ได้สอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมแล้ว มีพยานหลักฐานเพียงพอต่อการขออนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหาอีกไม่ต่ำกว่า 2 คน โดยคาดจะสามารถออกหมายจับได้ภายใน 2 วัน

ส่วนที่กองปราบปราม นางน้ำเพชร (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี พร้อมนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. เพื่อเข้าแจ้งความ ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน และพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ในข้อหาละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต

นายเกิดผลเปิดเผยว่า เนื่องจากทางมารดาของผู้เสียหายรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมมาตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้น จึงประสงค์จะเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 3 ฝ่ายด้วยกัน คือ 1. คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อด.ต. ยุทธชัย ทองชาติ หรือดาบยุทธ หนึ่งใน ผู้ต้องหา ปรากฏว่ากลับมีคำสั่งให้งดเว้น การสอบ เนื่องจากว่าคดีไม่มีมูลความจริง ภายหลังทางตำรวจ บก.ปคม.ทำการสอบสวน จนออกหมายจับผู้ต้องหาได้ ซึ่งถือว่าคดีมีมูลความจริง จึงขัดแย้งกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนทั้ง 4 นาย

นายเกิดผลกล่าวต่อว่า ส่วนที่ 2 ก็คือให้ดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน ที่ผู้เสียหายเคยเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับด.ต.ยุทธชัย แต่กลับไม่ดำเนินคดี โดยอ้างว่าได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยแทนแล้ว และ 3.ให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน ในฐานะผู้บังคับบัญชา ที่กำชับว่าไม่ให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยด.ต.ยุทธชัย ในข้อหาละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่

ขณะเดียวกันนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ถูกพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับการซื้อบริการเยาวชนที่จ.แม่ฮ่องสอน ว่ากระทรวงมหาดไทยได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการสอบสวน 30 วัน ซึ่งนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รับปากจะเร่งรัดให้มีความคืบหน้าภายใน 7 วัน

ส่วนกระแสข่าวที่มีการรายงานว่า ผวจ.แม่ฮ่องสอนไม่ผิดนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานสรุปเข้ามา เพราะการสอบสวนข้อเท็จจริงยังไม่เสร็จสิ้น จึงขอเวลาสอบสวนอีก สักระยะ แต่จะแล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้แน่นอน เมื่อถามว่าการไม่ย้าย ผวจ.แม่ฮ่องสอน ออกจากพื้นที่จะไม่เป็นปัญหาในการสอบสวนใช่หรือไม่ นายกฤษฎากล่าวว่า การสอบครั้งนี้เป็นการสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามระเบียบของก.พ. นายประยูรก็ระบุไม่มีปัญหาในการสอบสวน และขณะนี้ยังไม่มีใครระบุว่าการที่ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ยังทำงานอยู่ในพื้นที่ จะทำให้กระบวนการสอบสวนเสียไป

วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน มาช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราวโดยให้มีผลทันที และให้นายสืบศักดิ์มารายงานตัวในวันที่ 2 พ.ค.นี้ เนื่องจากคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงยังสอบสวนไม่เสร็จ จึงต้องให้นายสืบศักดิ์ ซึ่งถูกกล่าวหาซื้อบริการออกจากพื้นที่ เพื่อความชัดเจนและเพื่อความเป็นธรรม และเพื่อไม่ให้ทุกฝ่ายคลางแคลงใจ ซึ่งนายสืบศักดิ์รับทราบแล้วและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง

ด้านนายกฤษฎากล่าวว่า เมื่อผวจ.แม่ฮ่องสอนไม่อยู่ในพื้นที่แล้ว ขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน องค์กรอาสาสมัครต่างๆ เข้าไปร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้ ค้นหาข้อมูลกันให้เต็มที่ เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน