แฉ “บอส” ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังเผ่นออกนอกประเทศไปแล้ว ก่อนถูกศาลออกหมายจับคดีซิ่งซูเปอร์คาร์เฟอร์รารี่ชนตำรวจดับแค่ 3 วัน ตร.จ่อประสานตำรวจสากลทั่วโลกล่าตัว พร้อมชงบัวแก้วถอนพาสปอร์ตไทย ไม่หวั่นถือสัญชาติอื่นด้วย ยันอายุความเหลืออีก 10 ปี ผู้การกองการต่างประเทศเผยทำงานมา 15 ปี เพิ่งครั้งแรกที่ขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนคดีขับรถชนคนตาย แต่มั่นใจได้ตัวแน่

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เผยความคืบหน้าการตาม จับกุมนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ จ.138/2560 ลงวันที่ 28 เม.ย. 60 ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถ ในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล, ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควร แก่ผู้ได้รับความเสียหาย และไม่แจ้งเหตุ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในทันที หลังขับรถ เฟอร์รารี่ชนด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ประเทศอังกฤษ ตรวจสอบอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันที่อยู่ของนายวรยุทธ หลังมีข้อมูลว่า ผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศไป

เมื่อยืนยันอย่างเป็นทางการว่าพำนักอยู่ ที่ใด จะเข้าสู่กระบวนการประสานงานขอผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศนั้น ทั้งนี้กรณี ผู้ต้องหาเปลี่ยนสัญชาติ ไม่กระทบกับการดำเนินคดี และการประสานงานขอตัวผู้ร้ายข้ามแดน อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวมีอายุความมากกว่า 10 ปี สิ้นสุดอายุความในปี 2570 ยังมีเวลาในการประสานงานเพื่อติดตามตัว

ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินการหลายด้านคู่ขนานกัน 1.ประสานหมายจับไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเฝ้าระวังจับกุมตัว 2.ดำเนินการขั้นตอนเอกสารมายัง กองการต่างประเทศ ตร. เข้าสู่ขั้นตอนการประสานงานตำรวจสากล และประสานอัยการสูงสุดอย่างเป็นทางการเพื่อขอตัวผู้รายข้ามแดน 3.ทำหนังสือสอบถามไปยังอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ขอทราบกระบวนการในการประสานงานขอเพิกถอนหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผบ.กองการต่างประเทศ ตร. ให้ข้อมูลว่า ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต้องเชิญหัวหน้าตำรวจสากลอังกฤษประจำประเทศไทยมาหารือ พร้อมขอความร่วมมือไปยังองค์กรตำรวจสากล กว่า 190 ประเทศทั่วโลก ช่วยค้นหาตัวด้วย หากตำรวจสากลตรวจสอบแล้วไม่พบผู้ต้องหาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ หรือในประเทศใด จะขอหมายให้ตำรวจสากลช่วยติดตามตัว

ส่วนการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยตำรวจที่ทำคดีนายวรยุทธล่าช้าจนหลายข้อหาหมดอายุความ หลังจากบช.น.สืบสวนข้อเท็จจริงว่ามีมูลความผิด ฐานบกพร่อง ได้ส่งเรื่องมายังตร. ผ่าน พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ซึ่งพล.ต.ท.ปัญญาให้กองวินัยตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยตำรวจทั้ง 10 นาย อยู่ในกระบวนการสอบสวน และมีการขยายเวลามาระยะหนึ่ง เนื่องจากต้องสอบสวนตำรวจที่เกี่ยวข้อง ทุกนาย ทั้งนี้ไม่ได้ล่าช้าไม่ได้ประวิงเวลาแต่ทำตามกระบวนการ

ด้านพล.ต.ต.อภิชาติกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าผู้ต้องหาได้เดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ไม่ทราบประเทศปลายทางที่เดินทางไป โดยเป็นหลักฐานที่ได้รับรายงานจากสตม. ซึ่งขณะนี้กองการต่างประเทศทำหนังสือถึงตำรวจสากลในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่านายวรยุทธอยู่ ในประเทศอังกฤษหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลให้สำนักงานอัยการสูงสุดทำหนังสือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานกลับกลับมา

ขณะเดียวกันภายในสัปดาห์นี้ตำรวจสากลอังกฤษจะประชุมหารือกับกองการ ต่างประเทศ เพื่อยืนยันว่าผู้ต้องหารายนี้อยู่ในอังกฤษหรือไม่ แต่หากพบว่าไม่ได้อยู่ในอังกฤษตำรวจสากลจะออกหมายสีน้ำเงิน เพื่อให้ 190 ประเทศสมาชิกตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามตัวมาดำเนินคดี ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ส่งหนังสือไปถึงกรมการกงสุลขอเพิกถอนหนังสือเดินทางไทยของผู้ต้องหารายนี้แล้ว นอกจากนั้นยังต้องตรวจสอบว่า ผู้ต้องหา รายดังกล่าวมีหนังสือเดินทางกี่เล่มและของสัญชาติใดบ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อมูลที่ชัดเจน

พล.ต.ต.อภิชาติเผยว่า ตั้งแต่มารับราชการกองการต่างประเทศกว่า 15 ปี ไม่เคยมีการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในคดีขับรถชนคนเสียชีวิตมาก่อน แต่เชื่อว่าจะสามารถได้ตัว ผู้ต้องหารายนี้กลับมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน