เปิดใจครูฮีโร่ พาเด็กหลบ จ่าคลั่ง เข้าห้องแห่งความลับ รับสุดช็อก-ไม่คิดเกิดกับคนไทย

จ่าคลั่ง / จากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงที่เทอร์มินอล 21 โคราช มีประเด็นที่หลายคนแชร์ด้วยความชื่นชมกับครู 3 ท่านที่อยู่ในเหตุการณ์ และใช้สติแก้สถานการณ์จนทำให้เด็กทุกคนปลอดภัย

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

รายการโหนกระแสวันที่ 14 กพ. “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เปิดใจสัมภาษณ์ ครูแอน มัทนียา, ครูติ๊ก สุคนธวา และครูนาธาน ชาวต่างชาติ

สถานบันชื่อว่าอะไร?
แอน มัทนียา : “แอนนี่ทอล์กคิด อยู่ชั้น 2 ห้างเทอร์มินอล 21 ที่นี่จะสอนเด็กตั้งแต่อายุ 4 ขวบถึง 15-16 ปี เราจะเน้นเรื่องการสอนกับโค้ชต่างชาติ วันนั้นเราอยู่กัน 6 ท่าน มีครูต่างชาติและครูไทย มีครูต่างชาติ 3 ท่าน ครูไทยอีก 3 ครูไทยเป็นผู้หญิงหมด คุณครูต่างชาติเป็นครูผู้ชายหมด”

วันนั้นมีเด็กมาเรียนกี่คน?
แอน : “โชคดีที่ว่าวันนั้นเป็นคลาสสุดท้ายแล้ว คลาสอื่นๆ เลิกหมดแล้ว เลยมีเด็กทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นสองชุด ชุดแรกห้องนึงเป็นเด็กโต 8 ขวบขึ้นไป มี 4 คน อีกห้องเด็กเล็ก 4-5 ขวบ 4 คนเหมือนกัน รวมเป็น 8 คน”

พอเหตุการณ์เกิด เรารู้มั้ย?
แอน : “พอดีแอนอยู่กับครูติ๊ก เราเห็นจากภายนอก เราเริ่มเห็นคนวิ่งผิดปกติกัน เราก็เลยบอกว่าเราจะล็อกประตูก่อนนะ เพื่อให้รู้ว่ามันคืออะไรก่อน แล้วเราเรียกผู้ปกครองที่รอบุตรหลานเข้ามาข้างใน รวมทั้งคนที่อยู่ใกล้เคียงให้เข้ามาหลบกับเราข้างในและล็อกประตู จากนั้นก็ย้ายห้อง รวมทั้งบอกโค้ชต่างชาติให้รับรู้ด้วย และบอกเขาว่าใช้เวลาเท่าไหร่ในการเรียนการสอนมากขึ้น แอนก็บอกครูติ๊กว่าเราน่าจะอยู่นานแล้วล่ะ น่าจะถึง 4-5 ทุ่มแล้วแหละ ตอนนั้นเราประเมินสถานการณ์ว่าน่าจะอยู่ถึง 4-5 ทุ่ม สิ่งที่โค้ชต้องเตรียมคือการเรียนการสอนที่ยาวขึ้น แน่นอนเราดูเด็ก เราเชี่ยวชาญด้านนี้ เป็นเรื่องที่เราถนัด เพราะฉะนั้นความท้าทายครั้งนี้คือระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ทำยังไงให้เด็กอยู่กับเราโดยที่เราแรงไม่ตกเหมือนกัน”

ทางผู้ใหญ่กี่คน?
แอน : “17 คน สถาบันที่สอนจริงๆ มีกำแพงทั้งหมด 4 ชั้น เราปิดประตูหน้าแล้ว แล้วมีห้องสุดท้ายที่เราเรียกว่าห้องแห่งความลับ ซึ่งไม่มีใครรู้เลย เป็นห้องสโตร์เก็บของ เป็นห้องกว้างมากๆ ใหญ่มากๆ ทีนี้เราบอกเด็กๆ ให้ลำเลียงเด็กไปข้างใน บอกว่าลูกๆ เราจะมีการเรียนการสอนเพิ่ม เราจะเข้าไปห้องแห่งความลับ เด็กๆ ก็สนุก ดีใจ ตื่นเต้นกัน เราก็พาเด็กเข้าไปซึ่งกำแพงหนามาก เราก้ปิดล็อกประตูตรงนั้น”

นาธานก็อยู่ด้วย มีความกังวลใจมั้ย?
นาธาน : “ก็กังวลใจ แต่ต้องโฟกัสสิ่งที่อยู่ตรงนั้นสิ่งที่อยู่ปัจจุบัน ไม่ปรุงแต่งสิ่งที่คิดว่าน่าจะเกิดขึ้น”

ครูเองกังวลใจอะไรมั้ย?
ติ๊ก : “ของติ๊กจะยุ่งอยู่กับโทรแจ้งผู้ปกครอง และประสานงานกับตร. และผู้ปกครองที่ไม่ได้อยู่กับเด็กตรงนั้น เราโฟกัสกับเด็กด้วยว่าทำไมยังไงให้เด็กสนุก หมุนเวียนผัดเปลี่ยนกันทำกิจกรรม”

เรียกครูมาประชุมหรือรู้เลยว่าต้องใช้วิธีนี้?
แอน : “เราคุยกันสั้นๆ ก่อนเข้าไปในห้องแห่งความลับ เราคุยกันว่าเรารู้ระยะเวลาแล้ว ก็เลยเลือกกิจกรรมต่างๆ ที่จะคว้ามาได้ เราเลยเลือกดินน้ำมัน เลือกมายากลสลับเพื่อไม่ให้เด็กเบื่อ เล่านิทาน 2-3 เรื่อง ณ ตอนนั้น เด็กโตกับเด็กเล็กปฏิบัติต่างกัน เด็กโตเล่าในเรื่องที่จำเป็น เช่นบอกว่าข้างนอกมีเหตุการณ์ไม่สงบ ให้อยู่ในนี้ก่อนเพื่อให้คนมาช่วยเหลือ จริงๆ เขามีผู้ปกครองอยู่ด้วย เราก็สบายใจตรงนั้น เด็ก 4-5 ขวบให้ใช้จินตนาการ เป็นการผจญภัย ฐานแรกเล่นมายากล เป็นโค้ชชาวต่างชาติจะเล่นมายากลให้เด็กๆ ดู เด็กก็จะชอบ เด็กชอบมายากล และดูได้นานมาก พอหมดทริกเรื่องมายากล ก็ให้ปั้นดินน้ำมันตามที่ครูบอก เขาก็ปั้นสร้างสรรค์ตามความคิดของเขาเอง ซึ่งตรงนี้เด็กมีสมาธิ และอยู่ได้นานหน่อย”

ความกลัวต้องมี แต่อีกมุมต้องมีสติเพื่อเด็ก รู้สึกยังไงบ้างในภาวะที่เราต้องคอยระวังหลัง ข้างหน้าก็มีคนต้องรับผิดชอบ?
แอน : “ความรู้สึกมันเยอะตอนนั้น ดึงความรู้สึกตัวเองให้มีสติ ต้องดูแลเขาไม่ให้เขารู้สึกว่าไม่ปลอดภัย ถ้าเราทำตัวปกติ ร่าเริง เด็กจะอยู่ในห้วงความปลอดภัย เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวพวกเรา เราแค่ทำตัวปกติ ไม่ให้มันผิดปกติไปจากเดิมเขาก็จะไม่รู้อะไร”

ครูติ๊กล่ะ?
ติ๊ก : “ติ๊กต้องประสานงานกับผู้ปกครองและตร. ในการให้มาช่วยเหลือเราได้เร็วที่สุด เพราะเรามีเด็กเยอะ”

นาธาน : “คิดแค่ว่าทำยังไงให้เด็กๆ เซฟ ปลอดภัยไว้ก่อน ช่วยทั้งตัวเองและช่วยผู้ใหญ่และเด็กๆ”

ใช้เวลาอยู่กี่ชม. ?
แอน : “4-5 ชม.

มีการหรี่ไฟดับไฟหรือเปล่า?
แอน : “ในนั้นเป็นห้องมืด มีไฟแค่ดวงเดียว ไม่ได้สว่างมาก แต่ก็ยังเห็นทุกอย่าง”

เด็กๆ ไม่ได้ตื่นกลัว?
แอน : “ไม่ค่ะ มีเคสคุณนาธาน ตอนแรกเข้าไปมีน้องผู้หญิงคนนึง น้องน้อยที่สุดอายุ 4 ขวบ เขาเข้าไปแล้วรู้สึกมันมืด โค้ชก็เลยเอาไฟจากมือถือแล้วบอกว่าเขามองไม่เห็นให้เขาพาไปหน่อย เขาก็เอาไฟจากโค้ชเดินจูงมือให้โค้ชตามหลังเขามา ซึ่งน่ารักมากๆ เป็นการทะลายกำแพงความกลัวของเขา มีน้องคนนี้แหละที่เขาเล็กที่สุด เด็กเลยไม่หวาดกลัว เพราะเข้าไปถึงเราเริ่มกิจกรรมเร็วมาก เราปูพรม หญ้าเทียมกันเลย โชคดีเรามีกิจกรรม My Bedroom คือห้องนอน เลยเอาผ้าห่ม หมอน ก็สะดวกสบายตรงนั้น ก็เลยได้ห่มผ้าแล้วเล่านิทานต่อได้”

สเต็ปก็ไปเรื่อยๆ เริ่มจากมายากล ผ่านไปก็เปลี่ยนเป็นปั้นดินน้ำมัน ให้เขาเพลิน จากนั้นเล่านิทาน?
แอน : “ใช่ เขาจะเริ่มเหนื่อย เพราะเริ่มดึกขึ้นเรื่อยๆ สัก 3 ทุ่มเด็กเริ่มอ่อนแรง เราเลยเอาหมอน ผ้าห่มมาให้เขา เป็นบรรยากาศใหม่เป็นปาร์ตี้ชุดนอน เราก็เริ่มเล่านิทานกระต่ายกับเต่า จบเรื่องที่หนึ่งก็ต่อเรื่องที่สอง ครูคนที่ 2 ก็มารับไม้ต่อเล่าไป จนเขาเริ่มเคลิ้มๆ พอเขาเริ่มเคลิ้มก็โชคดีมีพี่ๆ เขามาเรียกเรา”

ตอนออกมา เด็กๆ ตื่นตัวเหมือนฮีโร่พาเขาไป?
แอน : “ใช่ค่ะ ตอนอยู่ข้างในว่ายากระดับหนึ่งแล้ว แต่ตอนออกไปต้องระวังมากขึ้น ก็เลยสมมติสถานการณ์ว่าลูกเดี๋ยวซูเปอร์ฮีโร่ ก็สมมติว่าเป็นซูเปอร์ฮีโร่ตัวนึงที่น้องเขารู้จักอยู่แล้ว โค้ชฝรั่งตัวใหญ่ เขาอุ้มเด็กแล้ววิ่งเร็วมาก เด็กสนุกเพราะคิดว่าซูเปอร์ฮีโร่พาเขาออกจริงๆ จนกระทั่งเขามาถึงผู้ปกครอง เขาบอกว่าโค้ชเหมือนซูเปอร์ฮีโร่จริงๆ เลยคุณแม่ วิ่งเร็วกว่าฟาส 8 อีก (หัวเราะ)”

เรื่องอาหารการกินทำยังไง?
แอน : “เนื่องจากเราเป็นสถาบันเด็ก เราจะมีขนมสแน็กน้อยๆ อยู่แล้ว น้องๆ เอามาทานช่วงเบรกกันอยู่แล้ว เป็นขนม ลูกอมแบ่งๆ กันทาน เราให้ทานช่วงประมาณ 6 โมง หลังเราประเมินเวลาว่าต้องอยู่นาน ให้เด็กทานก่อน ผู้ใหญ่ยังไม่ต้อง(หัวเราะ) เด็กเล็กก่อนแล้วไปที่เด็กโตตามลำดับ เขาก็เลยพออยู่ได้ ด้วยกิจกรรมสนุก เขาก็เลยไม่ค่อยเท่าไหร่”

ปกติเด็กเล็กเรียนเท่าไหร่?
แอน : “ปกติ 2 ชม.”

วันนั้น 4-5 ชม. เด็กถามมั้ยว่าทำไมนาน?
แอน : “เราบอกว่าเราจะมีกิจกรรมพิเศษเพิ่มเติมให้ เหมือนแอดเวนเจอร์ ออกแคมป์ ผจญภัยจริงๆ”

ไม่มีใครร้องไห้ งอแง?
แอน : “ไม่มีเลย”

ปวดฉี่ล่ะ?
แอน : “เราก็สร้างห้องน้ำชั่วคราว สถานที่โล่งกว้างก็เลยเอามุมนึง เอากล่องทีวีเก่าสามสี่กล่องมาทำเป็นห้องน้ำ เหมือนแคมป์ เขาก็จะสนุกไป”

นี่คือการถอดบทเรียนอย่างหนึ่งเหมือนกัน ไม่รู้อนาคตจะเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกหรือเปล่า ยอมรับว่าครู 3 ท่านและอีก 3 ท่านที่ไม่ได้มามีสติดีมาก ใช้วิธีต่างๆ ในการรับมือสถานการณ์ได้ดี ถ้าคนดูอยู่ อยากบอกยังไง?
ติ๊ก : “เริ่มแรกเราต้องใช้สติให้มาก พยายามรับรู้ข่าวสารด้านนอกให้น้อยที่สุดเพราะเราต้องสื่อสาร ว่าต้องติดต่อใคร ต้องคอนแทคกับใครเพื่อให้มารับเราออกไปข้างนอกได้เร็วที่สุด อย่างติ๊กคอนแทคกับตร.ว่าเรามีเด็กอยู่จำนวนนึง ทำยังไงให้เด็กออกไปได้เร็วที่สุด”

มีการปรึกษากันมั้ยว่าออกไปเถอะไม่ต้องรอใคร?
แอน : “ไม่ค่ะ เนื่องจากเราไม่ชำนาญการในสิ่งตรงนั้นเราชำนาญแค่เรื่องเด็ก เราโชคดีมีคนในรู้ข่าวกรองว่าคนนั้นอยู่ตรงไหน แค่นี้เราก็โอเคแล้ว และพร้อมมารับเรา เรารู้สึกว่าเราอยู่ในมุมปลอดภัย เปลี่ยนความน่ากลัวเป็นการผจญภัย เรื่องนี้จริงๆ เป็นเรื่องสติ ถ้าไม่ปรุงแต่งในสิ่งที่ยังไม่เกิด ทำในสิ่งที่เราถนัด คุมสถานการณ์ ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่อยู่ในนั้นทุกคนด้วย ที่เห็นทุกอย่างอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ไม่ทำให้เด็กรู้สึกว่าเป็นเวลาที่ไม่ปลอดภัย ต้องขอบคุณสติทุกคนตรงนั้น เรื่องของเด็กก็ดี การปฏิบัติกับเด็กก็แตกต่างกันไปในเรื่องอายุ”

นาธานอยากพูดอะไร?
นาธาน : “ก็รู้สึกว่าช็อกกับเหตุการณ์ โดยเฉพาะนี่เกิดขึ้นในเมืองไทย รู้จักและอยู่ประเทศไทยมาพอสมควร คิดว่าคนไทยเอื้อเฟื้อจิตใจดี เป็นสิ่งที่ช็อกว่าคนไทยแบบนี้ก็มีเหรอ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าคนไทยนิสัยแบบนี้ก็มี”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน