สธ.เข้มมาตรการกักตัว 14 วัน เคลื่อน 200 คนไทยไปสัตหีบ
เมื่อวันที่ 7 มี..ค. ที่กระทรวงสาธารณ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางระบบการจัดส่งคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลีใต้ ว่า การคัดกรองผู้เดินทางมาจากเกาหลีใต้เริ่มดำเนินการแล้ววันนี้ เที่ยวบินแรกที่เข้ามาเมื่อเวลา 13.00 น. ผู้โดยสารประมาณ 200 คน ทุกต้องถูกคัดกรองที่สนามบินก่อน หากมีไข้ จะถูกส่งเข้าสถานพยาบาลเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ต่อไป
สำหรับที่เหลือจะมีรถขนส่งมวลชนไปส่งยังฐานทัพเรือสัตหีบ เข้าเข้าระบบการคัดกรองอีกครั้งหนึ่งเพื่อแยกว่ามาจากพื้นที่ที่เสี่ยงสูงคือ เมืองแทกูและคย็องยังเหนือ หรือไม่ หากมาจาก 2 พื้นที่นี้ ซึ่งอาจจะมีแค่ 2 คน หรือ 10 คนจะต้องให้อยู่ในฐานทัพเรือสัตหีบต่อไป
ส่วนคนที่มาจากพื้นที่อื่นๆ ของเกาหลีจะมีรถนำส่งไปยังภูมิลำเนา เบื้องต้นอาจจะจัดกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง เช่น ภาคเหนือ ก็นั่งรถไปด้วยกันทั้งหมด แล้วไปส่งไว้จุดเดียว เช่น ไปพักที่จังหวัดนครสวรรค์ในพื้นที่ที่จัดให้ จากนั้นเจ้าพนักงานในจังหวัดบ้านเกิดของแต่ละคนนำรถมารับไปส่งที่บ้าน โดยเมื่อถึงบ้านก็ต้องเฝ้าระวังตัวเองอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 14 วัน พร้อมบังคับให้มีการรายงานภาวะสุขภาพตามความเป็นจริงทุกวัน หากฝ่าฝืนมีการออกไปนอกบ้าน จะถูกนำตัวไปกักเพื่อเฝ้าระวังโรคในสถานที่ที่รัฐจัดหาให้ในพื้นที่นั้นๆ ที่ออกมาระบบเช่นนี้เพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้มีการเดินทางปะปนกับคนทั่วไป
นายสาธิต กล่าวต่อว่า จากนี้ไปจะทำกับทุกเที่ยวบินที่มาจากเกาหลีใต้ และได้ประสานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเพื่อขอให้จัดเตรียมสถานที่ไว้รองรับเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะได้รับคำตอบเร็วๆ นี้
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจากประเทศเสี่ยง ก็ต้องเฝ้าระวังตัวเอง เราไม่ได้บอกว่าไม่ให้เขาทำ มาประเทศไทยต้องโดน 14 วันก่อน หากยังประสงค์เข้ามาก็เข้ามา ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ ต้องแสดงใบจองโรงแรม และให้กักตัวเองเฝ้าระวังโรคที่โรงแรม ห้ามออกไปไหน หากจะออกไป ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค จะออกไปได้หรือไม่ได้ก็อยู่ที่ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค เพราะฉะนั้นสมมติจะมาเที่ยวประเทศไทย 7 วัน แต่ต้องโดนกักตัว 14 วัน เท่ากับว่าต้องเสียค่าโรงแรม 21 วัน หากสะดวกทำเช่นนี้ก็สามารถเข้ามาได้