เล็ก ไอศูรย์ ยันไม่เกี่ยวล้าน% รับรู้จักบอยมา 4 ปี แค่ช่วยโปรโมตขายหน้ากาก
เล็ก ไอศูรย์ / จากกรณี มีชายคนหนึ่งถูกระบุว่ากักตุนหน้ากากอนามัย ส่งขายนายทุนจีน และโชว์ว่ามีความสนิทสนมทีมรัฐมนตรี โดยพบว่ามีภาพและคลิปโชว์กล่องหน้ากากอนามัยจำนวนมาก ที่ระบุมีหน้ากากหลายล้านชิ้น ส่งขาย พร้อมกับระบุราคาว่า ชิ้นละ 14 บาท ซึ่งชายคนดังกล่าวได้โพสต์ขอโทษพี่เทพ ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดรัฐมนตรีท่านหนึ่งในรัฐบาลว่า ลงรูปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก่อนที่จะปิดเฟซบุ๊กไป
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

ต่อมาพบว่า เพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้ลงคลิป ชายดังกล่าว ร่วมเฟรมกับ นักแสดงชื่อดัง เล็ก ไอศูรย์ และพีท ทองเจือ พร้อมพูดถึง หน้ากากอนามัยว่า ใครมีหน้ากากให้ส่งมาที่พี่เล็ก เลย 2 ล้าน ชิ้น ส่งราคามา จะส่งไปจีน ซึ่ง เล็ก ก็บอกว่า ส่งมาเลย โดยระบุว่ามีหลายประเทศด้วย
ล่าสุดดารารุ่นใหญ่ เล็ก ไอศูรย์ เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ว่า ต้องขอโทษประชาชนทุกคนด้วย เรื่องของเรื่องคือพี่ถ่ายละครอยู่ที่พัทยาเรื่องทะเลเดือด มีคนที่รู้จักคือน้องบอย ศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ทำร้านอาหารอยู่ที่นั่น เขาก็แวะมาหาที่กองถ่ายในฐานะพี่น้อง เขาบอกว่าขายหน้ากากอยู่คือเป็นพรรคพวกกันก็ช่วยโปรโมตให้ พูดตามประสาเวลาพรรคพวกมาขออะไรให้ช่วยโปรโมต อะไรที่ไม่เหนือบ่าเหนือแรง เสร็จปั๊บเราก็ไม่ได้คิดอะไร พอวันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพี่ก็ยังงอยู่ แต่ขอยืนยันกับประชาชนทุกคนว่าพี่กับน้องพีท ทองเจือ ไม่ได้ขายหน้ากากอนามัย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ประโยคที่คนชื่อบอยพูดในคลิปว่า “ผม พี่เล็ก และทีมงาน…” ตรงนี้ทำให้คนเชื่อว่าทั้งหมดเป็นทีมเดียวกันที่หาผลประโยชน์อยู่?
“น้องๆ ทุกคนที่มาขอให้เราช่วย เขาก็พูดอย่างนี้ทุกคนครับ เช่นพี่เล็กมาเปิดร้านอาหารที่นี่ด้วย พี่เล็กมาทำก่อสร้างที่นี่ เขาก็อ้างชื่อเราหมด อันนี้เราก็ควบคุมไม่ได้ว่าใครจะพูดอะไรถูกต้องมั้ย แต่เรื่องเบสิกเลยคือ 1.พี่ไม่ได้มีบริษัทกับบอย 2.ไม่เคยค้าขายหน้ากากอนามัยเลย 3.ใครจะพูดยังไงให้ประเด็นออกมาเราควบคุมไม่ได้ เสียใจเหมือนกันที่ประชาชนเข้าใจผิดว่าพี่ไปกักตุนหน้ากากอนามัย ไปทำกำไร แล้วก็ไม่ช่วยประชาชนคนไทย”
ตอนที่คนชื่อบอยบอกว่าขายหน้ากากอนามัยอยู่ อยากให้ช่วยโปรโมตหน่อย ตอนนั้นได้มีการสอบถามไหมว่าอันนี้เป็นการกักตุนไหม ไปเอามาจากไหน ได้ว่ากล่าวตักเตือนไปบ้างหรือเปล่า?
“ไม่ได้เคยถามอะไรเลย เหตการณ์ในคลิปเมื่อ 1 เดือนที่แล้ว เราก็ไม่ได้ถามอะไร น้องบอกว่าขอสัมภาษณ์หน่อยนะพี่ ผมทำธุรกิจใหม่ ผมขายหน้ากาก ช่วยเชียร์ให้น้องหน่อยนะ ก็แค่นั้นเอง คลิปนี้ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ 1 เดือนที่แล้ว ไม่ได้เพิ่งมาอัดช่วงนี้ แต่ดันถูกคนหยิบขึ้นมาพูดอีกครั้ง อีกอย่างตอนนั้นเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องหน้ากากอนามัยจะใหญ่โตขนาดนี้ เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาทำธุรกิจแบบไหน ไปส่งนอก หรือยังไง เราแค่ช่วยเชียร์เฉยๆ เหมือนกับพวกกันอ่ะ”
ความสนิมสนมกับคนชื่อบอยอยู่ในขั้นไหน?
“พี่รู้จักเป็นน้องๆ ทำร้านอาหาร รู้จักมา 4 ปีแล้ว อยู่ที่พัทยา”
เมื่อวานที่ข่าวนี้เริ่มแพร่กระจาย ส่วนตัวตกใจไหมว่านี่เป็นน้องที่ตนเองรู้จัก?
“พี่ไม่รู้เลย มารู้เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วที่นักข่าวโทรมาถาม”
ผลกระทบมาถึงตัวเองยังไงบ้าง?
“คิดว่าประชาชนน่าจะเข้าใจผิดหมด แล้วก็ตำหนิเรา ซึ่งเราก็โทษเขาไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าคลิปถูกนำไปใช้ในทางไหน มันก็ต้องมีอะไรที่เขาไม่พอใจเขาถึงต่อว่าเรา พี่ก็แค่ขอโทษและชี้แจงว่าพี่ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย ไม่ได้ค้าขายหน้ากากอนามัยเลย แค่ช่วยโปรโมตงานให้น้องๆ ที่รู้จักกันแค่นั้นเอง หลังจากเกิดเหตุการณ์ก็ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับบอย อย่างที่บอกว่าเพิ่งรู้ข่าว รวมถึงพีทด้วยก็ยังไม่ได้คุยกัน”
ยืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจเลย ไม่กลัวว่าหลังจากนี้จะมีใครขุดคลิปอะไรขึ้นมาแฉใช่ไหม?
“ล้านเปอร์เซ็นต์ครับ(หัวเราะ)”
อยากบอกอะไรกับคนที่กำลังใจเข้าใจผิด?
“อยากให้เข้าใจดาราเหมือนกันว่าเราก็เป็นคน มีพรรคพวกอะไรอย่างนี้ ใครมาขออะไรเราก็ช่วย แต่ว่าเราไม่ได้ขายหรือกักตุนอะไรเลย ไม่ใช่อาชีพเราเลย ในหลายๆ ครั้งในกลุ่มนักแสดงก็ช่วยโปรโมตให้หลายคนเรื่องงานโน้นงานนี้ โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไปใช้ในทางไหน ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้เข้าใจกันผิด”
รู้สึกยังไงถ้าหากการออกมาชี้แจงครั้งนี้จะมีคนคิดว่า เป็นดารามีเงินไง ใช้เงินปกปิดก็ได้ เดี๋ยวก็ออกมาแถให้ตัวเองไม่ผิด?
“ไม่มีใครหรอกครับที่อยากให้คนเข้าใจเราผิด หรืออยากเป็นข่าวในทางที่ไม่ดี แต่ในเมื่อโซเชียลสมัยนี้เราควบคุมไม่ได้ เราก็ได้แค่บอกความบริสุทธิ์ใจและเรื่องจริงให้เขาฟัง ซึ่งเรื่องจริงก็คือว่าผมกับพีทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ค้าขายหน้ากากอนามัยกัน อันนี้ก็ต้องฟังความจากของเราด้วย เมื่อเราไม่ได้ทำอาชีพนี้แล้วคนเอาไปโฆษณาเราแบบนั้น การจะมาว่าเราข้างเดียวก็ไม่ถูกต้องถูกต้องมั้ยครับ”