กองทัพภาคที่ 4 สอบจ่าจำป่าแหกด่านโควิดไปเยี่ยมแม่ป่วยหนักที่ตรัง ลดโทษเหลือขัง 7 วัน เหตุเพราะเจ้าตัวสำนึกผิด ปัดกระแสสังคมกดดัน ลั่นวินัยทหารไม่มียกเว้น
วันที่ 23 เม.ย. พล.ต.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 โฆษกกองทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพภาคที่ 4 ชี้แจงเหตุผลในการลงโทษกำลังพล พร้อมกำชับดูแลครอบครัว กวดขันวินัยและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีจ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา ที่โต้เถียงกับผวจ.ตรัง ขณะผ่านด่านคัดกรองโควิด จนถูกต้นสังกัดสั่งขัง 45 วัน ส่งฝึกธำรงวินัย และตัดบำเหน็จครึ่งปีหลัง โดยให้สอบสวนเพิ่มเติมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รายละเอียดดังที่ทราบแล้วนั้น
ในการนี้ คณะกรรมการของกองทัพภาคที่ 4 ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการสอบสวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งประกอบด้วย ผู้ถูกสั่งลงโทษ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจในวันเกิดเหตุ พยานบุคคลและพยานแวดล้อมอื่นๆ อย่างรอบด้าน
สามารถสรุปได้ว่าถึงแม้พฤติกรรมและการแสดงออกของ จ.ส.อ.พีรศักดิ์ จำปา จะเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ วินัยทหาร ฐานใช้กิริยาวาจาไม่สมควรและไม่ปฏิบัติตามนโยบายและคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ได้สั่งการให้ทหารทุกคนปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างที่ดี ประพฤติและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ตามที่ได้ออกประกาศไว้แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามมาตการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาลและส่วนราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนก็จะมีโทษสถานหนัก
แต่เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องไปดูแลมารดาซึ่งป่วยหนัก และต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ประกอบกับจ.ส.อ.พีรศักดิ์ สำนึกผิดว่าได้กระทำผิดวินัยทหารจริง และที่ผ่านมาได้เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ ส่งผลดีต่อทางราชการและไม่เคยกระทำความผิดวินัยร้ายแรงมาก่อน จึงเป็นเหตุอันควรให้ลดโทษจำขังกำหนด 7 วันตั้งแต่ 17-23 เม.ย. 63 ณ เรือนจำ มทบ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
การทบทวนการสั่งลงโทษในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเพราะกระแสสังคมมากำหนด แต่เป็นไปตามขั้นตอนของการปกครองบังคับบัญชาตามลำดับชั้นของหน่วยทหาร ที่จะต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกำลังพลทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ เพราะวินัยทหารใช้บังคับกับกำลังพลทุกระดับ โดยไม่มีข้อยกเว้น
สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นผู้บังคับบัญชาได้ใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสมแล้วว่ามีเหตุผลสมควรต่อการลดโทษ สำหรับการดูแลมารดาที่เจ็บป่วยยังคงให้ทีมแพทย์ของหน่วยทหารเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลตามห้วงเวลาให้ดีที่สุด โดยได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยทุกระดับ กวดขันวินัยกำลังพลอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามมาตรการ นโยบาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องของรัฐบาล ส่วนราชการและกองทัพบก ในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 อย่างเคร่งครัด จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ