วัดฆ่าฝังเณรเมืองคอนกระฉ่อนอีก เจ้าหน้าที่ศิลปากร ห้องสมุดแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าอาวาสรูปใหม่ร่วมกันตรวจสอบหอไตรที่เก็บรักษาคัมภีร์โบราณและผ้าโบราณอายุกว่า 200 ปี พบผ้าผืนสำคัญของเจ้าจอมมารดาปราง ในสมเด็จพระเจ้า ตากสินหายไปนับสิบชิ้น รวมทั้งผ้าห่อคัมภีร์และกล่องลายรดน้ำลงรักปิดทองอีกจำนวนหนึ่งก็สูญหายไปด้วย ด้านเจ้าอาวาสเตรียมร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนให้สืบตามหา ผู้ที่ฉกเอาไปแล้ว ขณะที่มทบ.41 นำกำลังทหารตรวจค้น 6 วัดเป้าหมายที่เจ้าอาวาสอาพาธพบอีก 1 วัดถูกคนนอกเข้ามาจัดการทรัพย์สินแทน เตรียมตรวจสอบว่าเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่วัดวังตะวันตก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 เจ้าหน้าที่หอสมุดแห่งชาติ พระครูพรหมเขตคณารักษ์ เจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก และไวยาวัจกร ร่วมกันเข้าตรวจสอบผ้าโบราณ คัมภีร์โบราณ และวัตถุโบราณที่จัดเก็บอยู่ภายในหอไตร อินทสุวรรณภายในวัด เพื่อเตรียมจัดทำทะเบียนและจัดเก็บให้ถูกต้องตามหลักการเก็บโบราณวัตถุ หลังเกิดคดีฆาตกรรมสามเณรปลื้ม หรือศุภโชค เอกเกียรติกุล แล้วฝังโบกปูนภายในวัด จึงได้ตรวจสอบเรื่องต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทรัพย์สิน และวัตถุโบราณที่อยู่ภายในวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการรื้อออกมาจากจุดเก็บเดิม พบผ้าห่อพระคัมภีร์และผ้านุ่งโบราณหลายสิบผืน และพบว่าผ้าโบราณของวัดวังตะวันตก ซึ่งประกอบไปด้วยผ้าผืนสำคัญของเจ้าจอมมารดาปราง เจ้าจอมในสมเด็จพระเจ้าตากสิน มารดาของเจ้าพระยานครน้อย อดีตเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ผ้าห่อพระคัมภีร์ กล่องโบราณลายรดน้ำลงรักปิดทองอีกนับสิบชิ้นสูญหายไป ซึ่งทางวัดได้เตรียมมอบอำนาจให้กับทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้สืบสวนสอบสวนติดตามวัตถุโบราณชุดที่หายไปแล้ว
นายอาณัติกล่าวว่า การเข้าตรวจสอบวัตถุโบราณวัดวังตะวันตกในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นในวัด และมีหลายฝ่ายเรียกร้องให้เข้ามาตรวจสอบ โดยเฉพาะผ้าโบราณที่มีอายุเกือบ 200 ปี ซึ่งบางชิ้นมีอายุอยู่ในปีพ.ศ.2380 ถือว่ามีความ สำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก และ น่าเสียดายอย่างมากที่พบว่าผ้าบางชิ้นสูญ หายไป และทางทนายความของวัดได้เตรียม แจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกติดตามหาผ้าโบราณชิ้นนั้นกลับมา ทั้งนี้ สำนักกรมศิลปากรที่ 12 ยังคงตรวจสอบวัตถุโบราณอื่นๆ ต่อไปด้วย
ขณะที่พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในส่วนของ คดีฆาตกรรมนั้นมีความสมบูรณ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ รอเพียงเอกสารการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอและนิติวิทยาศาสตร์วัตถุพยานอีกส่วนหนึ่ง จากนั้นจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งฟ้องกับพนักงานอัยการได้ ส่วนทรัพย์สินของวัดนั้นเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนไปได้พอสมควรแล้ว รู้ว่าใครเป็นใคร เกี่ยวข้องอย่างไร ขณะนี้รอเพียงวัดเข้าแจ้งความดำเนินคดี มั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าทั้งในส่วนของการยักยอก และลักทรัพย์ภายในวัดได้ภายในเวลาที่ไม่นาน
ด้านพล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 จ.นครศรีธรรมราช ได้นำกำลังทหารเข้าตรวจสอบวัดศาลามีชัย ต.ในเมือง อ.เมือง 1 ในจำนวน 6 วัดที่จะ ต้องเข้าจัดการตามการร้องขอของเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ในกลุ่มเจ้าอาวาสกำลังอาพาธ และมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้าไปมีอำนาจครอบงำวัด ส่วนอีก 5 วัดคือวัดยวนแหล วัดสามัคคีนุกูล วัด วรรณาราม วัดเชิงแขก และวัดเชิงแตระ ก็มี เจ้าหน้าที่ทหารอีก 5 ชุดปฏิบัติการได้กระจายกำลังลงตรวจสอบในเวลาเดียวกัน
ส่วนการตรวจสอบวัดศาลามีชัย พบว่าพระครูวิชัยนันทคุณ เจ้าอาวาสอยู่ในสภาพอาพาธ ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง พล.ต. อาคมจึงได้ขออนุญาตเข้าจัดระเบียบ พบว่ามีปัญหาคล้ายกับวัดวังตะวันตก โดยการจัดการทรัพย์สินของวัดไม่มีคณะกรรมการ มีเพียงนักธุรกิจรายหนึ่งเข้ามาจัดการทั้งหมด โดยเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสไม่ทราบว่ามียอดเงินมากน้อยแค่ไหน ส่วนรายได้ของวัดนั้นพบว่ามีค่าเช่าตลาดสัปดาห์ละ 3 วัน นับ 100 แผงค้า การเช่าอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก รายได้จากรังนกอีแอ่น ซึ่งไม่มีใครทราบยอดเงินรายได้ รวมทั้งไม่สามารถตรวจสอบบัญชีวัดได้เช่นกัน
พล.ต.อาคมเปิดเผยว่า สำหรับการจัดระเบียบวัดที่มีปัญหาคล้ายๆ กับวัดวังตะวันตกที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมสามเณรปลื้ม เริ่มต้นในวันเดียวกันนี้ จำนวน 6 วัด พบว่า บางวัดกำลังมีปัญหาเรื่องที่ดิน มีหมู่บ้านจัดสรรเข้ามาปรับพื้นที่วัด และเมื่อเจ้าอาวาสอนุญาตให้เข้าดำเนินการจะต้องระงับการก่อสร้างไว้ก่อน รอจนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ ส่วนผู้ที่เข้ามามีอำนาจครอบงำวัดนั้นหากเข้าข่ายเป็นเครือข่ายผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีอิทธิพลจะใช้มาตรการทางกฎหมายเข้าดำเนินการต่อไป