นอภ.แจงเหตุสั่งผกก.สภ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจ เจริญ ให้ส่งตำรวจไปไล่จับผีปอบที่อาละวาดที่บ้านภูดานกอย ต.คำโพน เผยชาวบ้านร้องเรียนว่ามีเหตุวัวตกลูกตาย ครูไม่สบาย โดยไม่ทราบสาเหตุจำนวนมาก คาดเกิดจากผีปอบตามความเชื่อ จึงให้ตำรวจออกตรวจเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันเหตุร้ายและคลายความตื่นตระหนกเท่านั้น ผญบ.เผยมีสัตว์เลี้ยงและคนเจ็บป่วยเสียชีวิต ทำให้ชาวบ้านหวาดผวา จึงต้องทำพิธีตามความเชื่อโบราณ

จากกรณีโลกโซเชี่ยลแชร์ข้อความระบุว่า “ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ ..นายอำเภอทำหนังสือถึงผู้กำกับ ให้ไปจับผีปอบ..” พร้อมโพสต์หนังสือราชการที่ อจ 0318/2022 ลงวันที่ 22 มิ.ย. 2559 จากนายจักรี ทองเจริญ นายอำเภอปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ ถึงผกก.สภ.ปทุมราชวงศา

ระบุว่า ด้วยอำเภอปทุมราชวงศา ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านบ้านภูดานกอย ม.6 ต.คำโพน ในระยะสามปีมานี้ได้เกิดเหตุสัตว์เลี้ยงและชาวบ้านตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะในปี 2560 มีโคตั้งครรภ์และคลอดลูกตายไปแล้ว 5 ตัว ประกอบกับมีชาวบ้านเจ็บป่วยและเสียชีวิต ตลอดจนครูที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภูดานกอยเจ็บป่วยพร้อมกันจำนวน 4 คน จึงเกิดความเชื่อว่าเป็นการกระทำของฝีปอบในหมู่บ้าน

เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว และป้องกันรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการทำนุบำรุงขวัญราษฎรไม่ให้ตื่นตระหนก มีกำลังใจในการดำรงชีพจึงขอให้สถานีตำรวจภูธรปทุมราชวงศา จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ/สายตรวจประจำตำบลตรวจตรารักษาความปลอดภัยให้ราษฎร และทรัพย์สินของราษฎรในหมู่บ้านดังกล่าว พร้อมแจ้งผลดำเนินการให้อำเภอทราบด้วย โดยมีตราประทับรับหนังสือฉบับดังกล่าวจากสภ.ปทุมราชวงศา ในวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. นายจักรี ทองเจริญ นายอำเภอปทุมราชวงศา ร่วมหารือกับนายบุญมาก ศรีราฤทธิ์ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านภูดานกอย บริเวณที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน โดยนายบุญมากเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อของชาวบ้านที่มีมาแต่ผู้เฒ่าผู้แก่เกี่ยวกับเรื่องผีปอบ หลังจากมีสัตว์เลี้ยงล้มตายหลายตัวไม่ว่าจะเป็นโค กระบือ หมู เป็ด ไก่ ประกอบก่อนหน้านี้มีคนที่มีประวัติที่ชาวบ้านลือกันหนาหูว่าเป็นปอบ ไม่มีที่จะไปและย้ายเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้าน ชาวบ้านจึงเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวเป็นปอบ แต่ก็ไม่ได้เชื่อถึงกับ 100 เปอร์เซ็นต์

นายบุญมากกล่าวว่า เมื่อมีเรื่องสัตว์เลี้ยงล้มตายหลายตัว ชาวบ้านพากันสงสัยว่าเกิดจากผีปอบที่ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้าน จึงไปปรึกษาผู้เฒ่าผู้แก่ของหมู่บ้าน จากนั้นเรียกชาวบ้านมาประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเกิดจากฝีมือของผีปอบ จึงลงขันประกอบพิธีทางพราหมณ์และพุทธขับไล่ผีปอบ หลังทำพิธีชาวบ้านต่างสบายใจว่าได้ทำพิธีไล่ปอบตามความเชื่อแล้ว

“ส่วนกรณีที่มีครูป่วยนั้นจริงแล้ว มีครูป่วยแค่ 2 คนเท่านั้น โดยครูคนแรกที่ป่วยนั้นตอนป่วยมีอาการรักษาตัวเย็นและชาไปหมดทั้งตัว พอผมพาครูไปหาหมอที่โรงพยาบาลยังไม่ทันตรวจรักษาอาการก็ดีขึ้น และหลังจากที่หมอตรวจก็ไม่พบโรคหรือป่วยแต่อย่างใด ซึ่งเป็นๆ หายๆ อยู่อย่างนี้ ชาวบ้านก็เลยเชื่อว่าถูกผีปอบเข้า ส่วนครูอีกคนที่ป่วยตอนนี้ก็ได้ตรวจพบแล้วว่า เป็นโรคตับอักเสบ” ผญบ.ภูดานกอย กล่าว

ด้านนายจักรียืนยันว่าหนังสือที่กำลังแพร่สะพัดอยู่ในโลกโซเซี่ยลนั้นเป็นของจริง เพียงแต่ว่าลงปีพุทธศักราชผิดเท่านั้น พร้อมระบุว่า ในฐานะนายอำเภอหลังจากทราบว่าจะมีการทำพิธีดังกล่าว จึงบอกให้ปลัดอาวุโสลงมาตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวว่ามีการทำพิธีจริงไหม เพราะเห็นว่ามีนักข่าวมาทำข่าว หากมีข่าวออกไปแล้วทางอำเภอไม่รายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบจะถูกตำหนิได้ ซึ่งปลัดอาวุโสได้รายงานมาว่าได้มีการทำพิธีไล่ ผีปอบขึ้นจริง หลังจากทำพิธีจึงมีหนังสือถึงปศุสัตว์อำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ให้เข้ามาตรวจในพื้นที่หาสาเหตุการตายที่แท้จริงของสัตว์เลี้ยง และมีหนังสือไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือให้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่มาสอดส่องดูแลประชาชน

“ส่วนกรณีที่มีข่าวออกไปว่าผมสั่งให้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับผีปอบอย่างที่เป็นข่าวอยู่นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งในหนังสือบอกเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า เป็นการขอกำลังเพื่อป้องกันรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ตลอดจนเพื่อเป็นการทำนุบำรุงขวัญราษฎรมิให้ตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้สั่งให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่มาการจับผีปอบแต่อย่างใด” นอภ.ปทุมราชวงศา กล่าว

น.สพ.เทิดเกียรติ ปกิรณะ สัตวแพทย์ชำนาญงาน สนง.ปศุสัตว์อำเภอปทุมราชวงศา ยืนยันผลจากการตรวจสอบวัวที่ท้องแล้วตกลูกตาย สาเหตุเกิดจากมดลูกของวัวทะลักเป็นปกติของวัวทั่วไป เมื่อมดลูกทะลักออกมานานแล้วดันกลับคืนในสภาพเดิมไม่ได้จะทำให้วัวหรือควายที่ตั้งท้องอยู่ตาย และวัวที่ตั้งท้องตายมีเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น ไม่ได้ตายครั้งเดียวหมดทั้ง 4 ตัว อย่างที่เป็นข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน