ตร.เอาผิดคนขับเรือ-พนักงานควบคุมพาราเซลลิ่ง หลังนักท่องเที่ยวออสซี่ร่วงจากร่มบิน สยองหาดกะตะ-ภูเก็ตแจ้งข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่งฝากขังศาลทันที ด้านพนักงานควบคุมร่มบินเผยคนตายไปจับจุดคลิปล็อก ทำให้ปลดล็อกออกจากตัวร่ม พยายามช่วยดึงตัวแล้วแต่ไม่ไหว ทำให้ร่วงลงทะเลเสียชีวิต
จากกรณีนายโรเจอร์ จอห์น ฮัสเซย์ นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย วัย 71 ปี ได้เล่นพาราเซลลิ่งหรือร่มบิน บริเวณริมหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ก่อนพลาดตกลงมาจากฟ้าลงทะเลและเสียชีวิต ท่ามกลางความตกตะลึงของญาติที่อยู่ริมหาด พร้อมคุมตัวคนขับเรือและพนักงานควบคุมร่มมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้น
สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. พ.ต.ท.พิชัย สองเมือง รองผกก.สอบสวน สภ.กะรน รรท.ผกก.สภ.กะรน เปิดเผยว่า หลังจากสอบปากคำนายมณเฑียร จันแดง เจ้าของเรือและคนขับเรือ กับนายรุ่งโรจน์ รักชีพ พนักงานควบคุมร่ม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ก่อนส่งตัวฝากขังศาลจังหวัดภูเก็ต โดยจากการสอบสวนทั้ง 2 คนคาดสาเหตุมาจากความประมาทของเจ้าของเรือและคนควบคุมเรือ แต่ต้องรอผลชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง
ด้านนายรุ่งโรจน์ รักชีพ พนักงานควบคุมร่มพาราเซลลิ่ง เล่าว่า วันเกิดเหตุได้ตรวจสอบการใช้อุปกรณ์อย่างละเอียดดีแล้ว ซึ่งในช่วงร่มขึ้นก็ไม่มีปัญหา แต่หลังจากขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วนั้น ผู้ตายปล่อยมือจากนั้นเหวี่ยงตัวและมาจับจุดคลิปล็อก ทำให้ปลดล็อกออกจากตัวร่มทันที ตนพยายามดึงตัวไว้แต่ดึงไม่อยู่ เพราะขณะนั้นเป็นช่วงที่มีกระแสลมแรง จึงทำให้ตัวผู้ตายร่วงจากร่มบินลงทะเล ทั้งนี้ได้ทำงานด้านนี้มากว่า 10 ปี และใช้ความระมัดระวังตลอด ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก
ขณะที่นายอุทิศ คชลักษณ์ อายุ 55 ปี ผู้ร่วมช่วยเหลือ เล่าว่า ตอนตกลงมาผู้ตายยังรู้สึกตัวดีและพูดจารู้เรื่อง โดยพยายามจะลุกนั่ง แต่ฝรั่งที่เข้าไปช่วยด้วยกันบอกว่าอย่าลุก ไม่นานรถพยาบาลก็มาถึงและไปโรงพยาบาล โดยมีภรรยานั่งไปด้วย ตนได้ขับรถตามไปที่โรงพยาบาล ทราบว่าช่วงแรกยังรู้สึกตัวดี ก่อนจะออกมานั่งรอข้างนอก และแพทย์ได้เจาะปอดเพื่อเอาเลือดที่คั่งออก จากนั้นมา ทราบภายหลังว่าชีพจรหยุดเต้นและเสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุบริเวณหาดกะตะ ผู้ให้บริการพาราเซลลิ่งได้หยุดให้บริการกับนักท่องเที่ยว แต่บริเวณหาดหาดกะรนและป่าตองยังคงมีการให้บริการตามปกติ โดยทางผู้ประกอบการได้เพิ่มความระมัดระวัง พร้อมตรวจสอบอุปกรณ์และให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวอย่างละเอียดมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็รับฟังและไม่กังวลถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น